Latest Event Updates

เปิดรับสมัครแล้ว!! โปรแกรมเรียนภาษา English for Teens สำหรับ อายุ 12 – 16 ปี พักแบบโฮสแฟมิลี่ เรียนที่ชายหาด Bondi เมือง Sydney ออสเตรเลีย

Posted on Updated on

English for Teens


English for Teens

หากน้องๆ ที่อายุ 12 – 16 ปี ที่ต้องการเรียนภาษาต่างประเทศ ในระยะเวลา 2 – 36 สัปดาห์  ขอแนะนำหลักสูตร English for Teens ของสถาบัน International House Bondi ซึ่งเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้เรียนที่มีอายุระหว่าง 12 – 16 ปีที่สามารถเข้าเรียนได้ตลอดทั้งปี หลักสูตรนี้ จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของน้องๆ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น Elementary (A2) ถึงระดับ Upper Intermediate (B2) เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนปรับภาษาช่วงปิดเทอม อยากเรียนภาษาเพื่อต้องการเรียนต่อ มัธยมศึกษาตอนปลายที่ออสเตรเลีย หรือ นักเรียนที่อยากเรียนไปด้วย ท่องเที่ยวไปด้วยในช่วงปิดเทอม 

IH Bondi Building

ทำไมต้องเลือกเรียนหลักสูตร English for Teens ที่สถาบัน IH Bondi 

  • ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้เรียนอายุระหว่าง 12-16 ปีที่สามารถเริ่มเรียนได้ตลอดทั้งปี
  • บทเรียนที่เป็นนวัตกรรมและการสื่อสารซึ่งดึงดูดนักเรียนและดึงดูดความสนใจของพวกเขาด้วยหัวข้อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยในขณะที่สร้างความรู้ภาษาอังกฤษที่มั่นคง
  • หลักสูตรตั้งแต่ 2 ถึง 36 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักเรียน หลักสูตรทั้งหมดรับประกันการเรียนการสอนในระดับสูงและการดูแลเป็นรายบุคคลสำหรับนักเรียนของเรา
  • สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและบำรุงซึ่งนักเรียนสามารถผ่อนคลายและรู้สึกเหมือนอยู่บ้านขณะเข้าพัก
  • ภาษาอังกฤษสำหรับครูวัยรุ่นจะได้รับการฝึกอบรมจาก TESOL และเป็นครูประถมและมัธยมที่มีประสบการณ์
  • โปรแกรมนี้รวมถึงกิจกรรมที่ได้รับการดูแลภายใต้โรงเรียนที่นักเรียนค้นพบแหล่งท่องเที่ยวด้านการศึกษาและสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของซิดนีย์ในขณะที่ฝึกทักษะภาษาอังกฤษ
  • การให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่นักเรียนแต่ละราย

ความแตกต่างระหว่างเรียนกับ IH Bondi กับสถาบันอื่น

  • ไม่จำเป็นต้องไปเป็นกรุ๊ป สามารถไปเรียนเดี่ยวๆ หรือไปกับเพื่อนได้ ซึ่งสถาบันอื่นต้องไปกันเป็นกลุ่ม 15 – 30 คน
  • เริ่มเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเป็นสถาบันอื่น จะมีวัน เวลา กำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่ จะไม่ตรงกับวันปิดเทอมของเด็กไทย
  • โปรแกรม English for Teens ไม่ใช่ Summer Camp เพราะฉะนั้น จะไม่กำหนด สถานที่ท่องเที่ยว หรือเวลาเข้านอน ตื่นนอน ชัดเจน ผู้เรียน สามารถเลือกทำกิจกรรม หรือท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่โรงเรียนกำหนดให้ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

หลักสูตรภาษาอังกฤษ English for Teens เรียนอะไรบ้าง

  • Premium Studies หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น

    • เรียน 5 ชั่วโมง / วัน  (25 ชั่วโมง / สัปดาห์)
    • Intensive English Course + Cambridge for Schools Exam
    • กิจกรรมหลังเลิกเรียนทุกวัน
    • ได้รับประกาศนียบัตรจาก IH Bondi และ University of Cambridge
  • Standard Studies หลักสูตรภาษาอังกฤษทั่วไป

    • เรียน 5 ชั่วโมง / วัน  (25 ชั่วโมง / สัปดาห์)
    • Intensive English Course
    • กิจกรรมหลังเลิกเรียนทุกวัน
    • ได้รับประกาศนียบัตรจาก IH Bondi

ค่าใช้จ่าย

  • 2 สัปดาห์ $2,250 (ประมาณ 51,750 บาท)
  • 3 สัปดาห์ $3,020 (ประมาณ 69,460 บาท)
  • 4 สัปดาห์ $3,790 (ประมาณ 87,170 บาท)
  • 6 สัปดาห์ $5,330 (ประมาณ 122,590 บาท)
  • 8 สัปดาห์ $6,870 (ประมาณ 158,010 บาท)
  • 12 สัปดาห์ $10,660 (ประมาณ 245,180 บาท)

ค่าใช้จ่ายที่รวมแล้ว

  • รวมรถรับ-ส่งสนามบินถึงที่พัก 
  • รวมค่าที่พักแบบโฮสต์แฟมิลีตลอดระยะเวลาการศึกษา
  • รวมอาหาร
    • เช้า – เย็น ในวันธรรมดา
    • เช้า – กลางวัน – เย็น ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รวม

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า
  • ค่าประกันสุขภาพ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ระยะเวลาในการเตรียมเอกสาร สมัครเรียน และ ยื่นวีซ่า
  1. เราสามารถยื่น ”วีซ่าก่อนวันเริ่มเรียน”ได้ 3 เดือน
  2. วีซ่าผ่านแล้วสามารถเดินทางได้เลย
  3. การเตรียมเอกสาร “ก่อนยื่นขอวีซ่า” ใช้เวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์แล้วแต่ ความพร้อมของเอกสารที่ส่งมา และความยากง่ายของแต่ละเคส
  4. “เมื่อยื่นวีซ่าแล้ว” ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า ปกติประมาณ 30 วันทำการ “นับถัดจากวันที่ยื่น” เร็วสุดที่ 10-20 วันทำการแล้วแต่สถานทูต
  5. เดอะเบสท์แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าประมาณ 3-4 เดือนก่อน ”วันที่อยากเดินทาง” จะโอเคที่สุดค่ะ (ช้าสุดไม่ควรจะเกิน 1 เดือนครึ่งค่ะ)

สิ่งที่จะได้รับจากการเรียนหลักสูตร English for Teens ที่ IH Bondi

  • ได้เรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอย่างเข้มข้น
  • หัวข้อการเรียน ทันสมัย และดึงดูดความสนใจสำหรับเด็กอายุ 12 – 16 ปี
  • ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั่วโลก
  • หลักสูตร Premium Studies ได้รับใบประกาศนียบัตร จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์

ก่อนเริ่มเรียน นักเรียนทุกคนจะได้รับการทดสอบภาษาอังกฤษ เพื่อประเมินโดยเจ้าหน้าที่ และจัดกลุ่มให้เข้ากับคลาสที่มีระดับภาษาใกล้เคียง ทำให้การเรียนรู้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้เรียน

รวมที่พักแบบโฮสต์แฟมิลี่

การอยู่ร่วมกับครอบครัวชาวออสเตรเลียที่เป็นมิตรเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับเด็กวัยทีน เนื่องจาก ได้มีโอกาสฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ได้รับวัฒนธรรมชาวออสซี่ที่แปลกใหม่ และยังได้ลิ้มรองรสชาติอาหารแบบดั้งเดิมของชาวออสซี่อีกด้วย ที่พักแบบโฮสต์แฟมิลี่รวมอาหาร 2 มื้อ ในวัน จันทร์ – ศุกร์ และ 3 มื้อ ในวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ข้อดีเมื่อพักกับโฮสต์แฟมิลี่

  • ได้ฝึกภาษา กับเจ้าของภาษาทุกวัน ซึ่งจะทำให้เราเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วค่ะ
  • มีอาหารเตรียมให้เสมอ ส่วนใหญ่จะเป็นมื้อเช้า และมื้อเย็นในวันธรรมดา และสามมื้อในวันหยุด ซึ่งค่าอาหารจะถูกรวมกับค่าเช่าแล้ว ถ้าเราไม่ต้องการในส่วนนี้สามารถเลือก Self-catering คือ หาทานเองได้ค่ะ
  • มีโอกาสได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนชาตินั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้ชีวิต อาหารท้องถิ่นที่ทำกินทั่วไป รวมถึงวัฒนธรรมใหม่ๆ
  • Host Family ส่วนใหญ่ จะมีบริการซักอบรีดให้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ค่ะ
  • ได้ฝึกวินัยไปในตัว เพราะเวลาจะทำอะไรก็ต้องคิดถึงโฮสต์อยู่เสมอ
  • วันหยุดบางครั้ง อาจจะมีโอกาศได้ไปเที่ยวกับ Host ซึ่งจะถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก จะทำให้เราได้ค้นหาสถานที่ใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • บางบ้าน จะมีบริการไปรับส่งนักเรียนด้วยนะคะ และอาจจะช่วยสอนการบ้านให้ทุกเย็นด้วยค่ะ

คำแนะนำ เมือพักกับ Host Family

  • อย่ากลัวที่จะถาม อยากรู้อะไรต้องถามเลยค่ะ สิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ จะได้เข้าใจตรงกันค่ะ
  • การใช้ห้องน้ำสำคัญมากค่ะ ถ้าเลือกบ้านที่มีห้องน้ำส่วนตัวให้ก็ดีไปค่ะ แต่ถ้าต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับเจ้าของบ้าน สิ่งที่แรกต้องคำนึงคือ ความสะอาด และไม่ควรอาบน้ำนานเกินไปค่ะ
  • การช่วยงานบ้าน อาจจะไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่ก็ควรจะทำหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ เช่น ล้างจาน รถน้ำต้นไม้ เป็นต้นค่ะ
  • กรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ต้องกลับดึก หรือไม่กลับ ควรแจ้ง Host ล่วงหน้าด้วยนะคะ

กิจกรรมประจำวัน

หลังจากเลิกเรียน ทางโรงเรียนจะมิกิจกรรมประจำวันให้ทำทุกวัน กิจกรรมเหล่านี้จัดทำขึ้นเพื่อเสริมสร้างบทเรียนในแต่ละวันและเพื่อช่วยนักเรียนในการพัฒนาภาษาอังกฤษของพวกเขาขณะเดียวกันก็ค้นพบความงามตามธรรมชาติและความเจริญทางวัฒนธรรมที่ Bondi และ Sydney มอบให้

ตัวอย่างกิจกรรมประจำวัน

ตารางกิจกรรม.jpg

Nationality Mix

นักเรียนที่ International House Bondi 44% มาจาก Latin America รองลงมาคือยุโรป อยู่ที่ 34% ส่วนชาวเอเชียค่อนข้างน้อยค่ะอยู่ที่ 19% ซึ่งในจำนวนนี้ มีคนไทยเพียงแค่ประมาณ 2% เท่านั้นเองค่ะ ซึ่งถือว่า คนไทย “น้อยมาก” ถ้าหากน้องๆ คนไหน ที่อยากเรียนภาษากับสถาบันที่คนไทยน้อย International House Bondi ถือว่าตอบโจทย์เลยทีเดียวค่ะ

12

 


the-sea-657043_1920.jpg

ทำความรู้จักกับชายหาด Bondi 

หาด Bondi Beach เป็นหาดที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมสูงสุดของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย อยู่ใกล้กับใจกลางเมืองซิดนีย์เพียง 30 นาที สะดวกต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมเดินทางเดินเท้าที่ทอดยาว 6 กิโลเมตร  ทางทิศใต้ของชายหาด เป็นที่สำหรับนักเล่นเซิร์ฟ และกีฬาทางน้ำ มีผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ชายหาด Bondi ยังเป็นที่ตั้งสำหรับจัดนิทรรศการประติมากรรมกลางแจ้งประจำปี ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีศิลปินกว่า 100 คนทั่วโลก ที่มาแสดงผลงานของตัวเอง เช่น การแกะสลักหินโบราณของชาวอะบอริจิน  และอื่นๆ อีกมากมาย 

ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่ชายหาด Bondi ส่วนมากจะเป็นประชากรชาวออสเตรเลีย คนไทยน้อยมาก แต่ไม่ต้องกังวลกับภาษาอังกฤษ เพราะถือว่าคุณจะได้มีโอกาสในการสนทนาภาษาอังกฤษ กับเจ้าของภาษา ซึ่งจะทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของคุณพัฒนาอย่างก้าวกระโดด 

ทำไมต้องมาเรียนที่ชายหาด Bondi

  • อยู่ติดกับทะเล เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว 
  • เป็นย่านที่เงียบสงบ ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการเรียน
  • มีร้านอาหาร ร้านค้ามากมาย สะดวกต่อการใช้ชีวิต
  • มีศูนย์การค้าใกล้ๆ ที่สามารถเดินไปซื้อของได้ สินค้า และบริการ มีราคาถูกกว่าใจกลางเมืองซิดนีย์
  • มีตลาดที่ชายหาด Bondi ทุกวันอาทิตย์ ที่สามารถจับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของออสเตรเลียได้
  • มีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
  • ห่างจากใจกลางเมืองซิดนีย์เพียง 30 นาที สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง สะดวก และรวดเร็ว

การเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ปัจจุบัน สายการบินหลายสายมีบริการพิเศษ ซึ่งจะดูแลเด็กนักเรียนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ตั้งแต่ รับส่งจากสนามบิน คอย บริการตอนอยู่บนเครื่องบิน และ รับส่งถึงมือญาติหรือHost ที่รอรับที่ต่างประเทศ ยกตัวอย่างบริการ Unaccompanied Minors ซึ่งเป็นบริการพิเศษดูแลเด็ก จากการบินไทย


บทความที่น่าสนใจ

“คลิ๊กเพื่ออ่าน รับสมัครแล้ว!! Young Learner Program เรียนภาษาสำหรับน้องๆ อายุ 13 – 17 ปี สถาบัน NZLC เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์”

logo470x246 (2)

Advertisements

IRD คืออะไร? ใครที่อยากทำงานพาร์ทไทม์ที่นิวซีแลนด์ “ต้องรู้”

Posted on Updated on

IRD Number คืออะไร ?


IRD Number

การทำงานพาร์ททามระหว่างเรียน อาจจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้บางส่วน นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณได้เพื่อนต่างชาติมากมาย การทำงานบางประเทศ มีข้อบังคับที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า คุณได้ทำถูกเงื่อนไขตามกฏของวีซ่า และการทำงานไม่ควรขัดการศึกษาของคุณ

สำหรับวีซ่านักเรียนประเทศนิวซีแลนด์ สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ และเต็มเวลาในช่วงวันหยุด แต่ก่อนที่จะเริ่มทำงาน คุณจะต้องขอหมายเลข IRD หรือ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ซึ่งรายได้ของคุณ จะเชื่อมโยงกับหมายเลขเสียภาษีนี้ หากคุณไม่มีหมายเลข IRD นายจ้างของคุณจะหักภาษีเงินได้ที่อัตราการเสียภาษีสูงสุดที่ 45% 

ทำไมต้องขอ IRD Number

  • เพื่อยื่นเสียภาษีเงินได้ จากการทำงานพาร์ทไทม์
  • สามารถเข้าร่วม KiwiSaver เป็นโครงการ การออมเพื่อการเกษียณอายุ
  • สามารถสมัครขอสินเชื่อ การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา
  • สามารถซื้อขายหรือโอนอสังหาริมทรัพย์ในนิวซีแลนด์
  • สามารถเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ

inland-revenue-og-image

ระบบภาษีเงินได้ในประเทศนิวซีแลนด์ ?

ระบบภาษีเงินได้ในประเทศนิวซีแลนด์ใช้ระบบ Pay as You Earn (PAYE) นั่นก็คือเปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างของคุณจะถูกหักภาษีทันที เป็นกระบวนการอัตโนมัติดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่คุณต้องทำนอกเหนือจากการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้จ่ายเปอร์เซ็นต์ถูกต้องตามเพดานที่เสียภาษี ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นคุณจะต้องการได้รับหมายเลข IRD เพื่อจ่ายเปอร์เซ็นต์ของภาษี ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

คุณจะเสียภาษีเท่าไหร่ ?

  • รายได้ต่อปี: สูงสุด NZ $ 14,000 / จะต้องเสียภาษี 10.5%
  • รายได้ต่อปี: จาก NZ $ 14,001 ถึง NZ $ 48,000 / จะต้องเสียภาษี 17.05%
  • รายได้ต่อปี: จาก NZ $ 48,001 ถึง NZ $ 70,000 / จะต้องเสียภาษี 30%
  • รายได้ต่อปี : NZ $ 70,001 ขึ้นไป / จะต้องเสียภาษี 33%
  • ไม่มีหมายเลข IRD: ต้องเสียภาษี 45% (สูงสุด)

การยื่นขอหมายเลข IRD สำหรับวีซ่านักเรียน

สามารถยื่นขอออนไลน์ได้ที่ “apply for your IRD number online”  หลังจากที่คุณมาถึงนิวซีแลนด์เรียบร้อยแล้ว

เอกสารที่จำเป็น

  • หนังสือเดินทาง
  • หมายเลขวีซ่านิวซีแลนด์
  • บัญชีธนาคารนิวซีแลนด์

หากคุณสมัคร IRD Number ของคุณทางออนไลน์และเลือกตัวเลือกเพื่อรับหมายเลขโดยใช้ข้อความหรืออีเมลระบบจะใช้เวลาสองวันทำการในการรับ IRD Number ของคุณ หากคุณเลือกตัวเลือกในการรับหมายเลข IRD ทางไปรษณีย์อาจใช้เวลาถึง 10 วันทำการในการติดต่อคุณ


บทความที่น่าสนใจ

"คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ"

“คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”

 

Cost of living
“คลิ๊กเพื่ออ่าน ต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอในการใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์”
Student Job Search บริการจัดหางานให้กับนักเรียนต่างชาติ ในนิวซีแลนด์
“คลิ๊กเพื่ออ่าน Student Job Search บริการจัดหางานให้กับนักเรียนต่างชาติ ในนิวซีแลนด์”

Reference

รู้รึยัง ตอนนี้สอบ IELTS ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ได้แล้วนะ รับผลสอบไม่เกิน 7 วัน เปิดวันสอบมากขึ้น สอบจบได้ภายในวันเดียว 

Posted on Updated on

สอบ IELTS ด้วยระบบคอมพิวเตอร์


logo470x246 (2)

IDP Thailand ได้ทำการเปิดรับสามารถสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และแห่งแรกในเอเชียวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 นี้ อย่างไรก็ตามหากผู้เข้าสอบสะดวกสอบ IELTS แบบกระดาษตามเดิม ก็ยังสามารถสมัครสอบได้ตามปกติ สำหรับการสอบบนคอมพิวเตอร์ทางศูนย์สอบจะมีการจัดสอบตามวันและเวลาที่กำหนดเฉพาะเท่านั้น โดยจะปิดรับสมัครก่อนวันสอบ 4 วัน หรือจนกว่าที่นั่งสอบจะเต็ม

รับผลสอบได้อย่างเร็วที่สุดด้วยเวลาเพียง 5 วันทำการ – เปิดวันสอบมากขึ้น ทางเลือกมากขึ้น – สอบจบได้ภายในวันเดียว 

ข้อแตกต่าง

  • ถ้าผู้เข้าสอบเลือกสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์ ผู้เข้าสอบต้องทำข้อสอบทักษะการฟัง การอ่าน และการเขียนบนคอมพิวเตอร์ แต่การสอบพูดยังเป็นการสอบแบบตัวต่อตัวระหว่างผู้เข้าสอบและกรรมการคุมสอบเหมือนเดิม เพราะเราเชื่อว่าการสอบแบบตัวต่อตัวเป็นการทดสอบทักษะการพูดที่ดีที่สุด และคล้ายกับการสนทนาที่ใช้ในชีวิตจริง
  • ในด้านอื่นๆ ของการสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์จะเหมือนกับการสอบ IELTS บนกระดาษทั้งหมด
  • ผลสอบของการสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์จะออกภายใน 5–7 วันหลังจากการสอบในส่วนสุดท้ายเสร็จสิ้นลง

ข้อที่เหมือนกัน

  • เนื้อหา
  • เวลาที่ใช้ในการสอบ
  • ลักษณะของคำถาม
  • การให้คะแนน
  • ข้อตกลงด้านความปลอดภัย
  • การสอบพูดแบบตัวต่อตัว

สำหรับการสอบ IELTS บนระบบคอมพิวเตอร์ เปิดสอบเฉพาะในกรุงเทพเท่านั้น โดยสามารถเช็ควันสอบได้กับทางพี่ๆ เดอะเบสท์เลย

ประเภทของ IELTS

  • IELTS Academic เป็นการทดสอบความพร้อมเพื่อศึกษาต่อในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญาเอก
  • IELTS General Training สำหรับผู้ที่วางแผนใช้ภาษาเพื่อการฝึกอบรมหรือ ทำงานในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อสอบจะใช้วัดความรู้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศนิวซีแลนด์ หรือประเทศออสเตรเลีย
  • IELTS UKVI เป็นการทดสอบ IELTS สำหรับการยื่นขอวีซ่าสหราชอาณาจักร ผลสอบตัวจริงจะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยผลสอบตัวจริงของ IELTS แบบ UKVI จะมีการระบุว่าเป็นการสอบแบบ UKVI บนผลสอบ ส่วนในเรื่องของแนวข้อสอบ, รูปแบบการสอบ, ระดับความยาก-ง่ายของข้อสอบ และเกณฑ์การให้คะแนนยังเหมือนเดิม
  • IELTS Life Skills เป็นการสอบพูด และฟัง เท่านั้น โดยมี 2 ระดับให้เลือกสอบคือ แบบ A1 และ B1 ตามกรอบมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษาจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป Common European Framework of Reference (CEFR)

รายละเอียดการสอบ IELTS ทั้ง 4 ทักษะ

  1. การสอบการฟัง (Listening) 30 นาที
    ผู้สอบต้องฟังเนื้อเรื่องจากเครื่องเล่น CD ซึ่งเนื้อหาจะประกอบไปด้วยการสนทนา และบทพูด รวมทั้งการออกเสียงผู้สอบจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่จะมีเวลาให้ในการอ่านคำถาม และเขียนคำตอบ และในช่วงท้ายจะมีเวลาให้คัดลอกและตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบใน Answer Sheet อีก 10 นาที
  2. การสอบการอ่าน (Reading) 60 นาที
    มีเนื้อเรื่องให้อ่าน 3 บทความ พร้อมด้วยคำถามที่ต้องปฎิบัติตาม ซึ่งเนื่อหาเหล่านี้ได้มาจากหนังสือ นิตยสาร และ หนังสือพิมพ์ ในทุกๆ เรื่องเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ได้เจาะจงเฉพาะทางใดทางหนึ่ง รวมทั้ง 3 บทความ จะมีคำถามทั้งหมดจำนวน 40 ข้อ และให้เวลาทั้งหมด 60 นาที ดังนั้นเวลาในการทำจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณข้อละ 1.5 นาที
  3. การสอบการเขียน (Writing) 60 นาที
    จะแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง ให้เวลา 60 นาที เรื่องแรก คือการเขียนในลักษณะอธิบายข้อมูลที่ให้มาในรูปแบบกราฟ ตาราง แผนผัง เราจะต้องมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่เด่นๆ โดยที่ต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำเป็นอย่างต่ำ เรื่องที่สอง คือ การเขียนเรียงความหรือรายงานอย่างเป็นทางการ และเป็นการแสดงความคิดเห็น การหาทางออก ของปัญหาหรือวิจารณ์หัวข้อที่ให้มา โดยต้องเขียนอย่างน้อย 250 คำ
  4. การสอบการพูด (Speaking) 11-14 นาที
    แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป การใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนที่สอง กรรมการจะมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนพูด 1 นาที โดยจะมีบัตรคำถามมาให้ และจะให้เราพูดคนเดียวประมาณ 3-4 นาที และส่วนสุดท้ายจะมีลักษณะคล้ายกับการพูดโต้ตอบกันในหัวข้อที่ได้จากส่วนที่สอง

ช่องทางการสมัครสอบ IELTS กับเดอะเบสท์

สมัครสอบทาง Facebook

สมัครสอบทาง Line : thebestedu

สมัครสอบทาง Email : contact@thebest-edu.com

สมัครสอบทางโทรศัพท์ : 090-327 3558 , 088-269 5099

เรียนต่อออสเตรเลีย ทำงานพาร์ทไทม์ได้หรือไม่? #อ่านเลย

Posted on Updated on

วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ทำงานพาร์ทไทม์ได้หรือไม่ ?


logo470x246.jpg

อย่างที่ทราบกันว่า วีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย ทางสถานทูต อนุญาติ ให้ทำงานพาร์ทไทม์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า วีซ่าของคุณอนุญาติ ให้ทำงานพาร์ททามระหว่างเรียนได้ นอกจากนี้ การทำงานพาร์ทนอกจากจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบางส่วนในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ที่ออสเตรเลีย ยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนอีกด้วย


สถานทูตออสเตรเลียอนุญาติให้ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน ทำงานพาร์ทไทม์ ได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ (40 Hours / Fortnights) และสามารถทำงานเต็มเวลา ในช่วงปิดภาคการศึกษา


ตัวอย่างการทำงาน

  • สัปดาห์ที่ 1 – ทำงาน 15 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 2 – ทำงาน 25 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 3 – ทำงาน 25 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 4 – ทำงาน 10 ชั่วโมง

เงื่อนไขในการทำงานพาร์ทไทม์

  • ต้องเริ่มเรียนก่อน ถึงสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้
  • วัตถุประสงค์หลักคือไปเรียน การทำงานต้องเป็นรอง
  • สำหรับวีซ่านักเรียนปริญญาโทวิจัย (Research) สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ไม่จำกัด

เงื่อนไขในการทำงานพาร์ทไทม์สำหรับพาร์ทเนอร์

หากคุณเป็นผู้ถือวีซ่านักเรียนคุณและมีสมาชิกในครอบครัว หรือคู่สมรสที่ต้องพำนักอยู่ด้วย จะได้รับอนุญาตให้ทำงานเช่นเดียวกันกับวีซ่าของคุณ แต่จะต้องไม่ละเมิดเงื่อนไขการทำงานที่ใช้กับวีซ่านักเรียนของคุณเช่นกัน

  • สามารถทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์เช่นเดียวกับผู้ถือวีซ่านักเรียน
  • สามารถทำงานได้ตลอดระยะเวลาสถานะของผู้ที่วีซ่านักเรียน
  • ไม่อนุญาติให้ทำงาน ก่อนที่ผู้ถือวีซ่านักเรียนจะเริ่มเรียน
  • สำหรับพาร์ทเนอร์ วีซ่านักเรียนปริญญาโทวิจัย (Research) สามารถทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมงเช่นกัน

พาร์ทเนอร์เป็นใครได้บ้าง

  • คนในครอบครัว (สามี ภรรยา และ บุตร)
  • แฟน ทั้งเพศเดียวกัน และต่างเพศ 

ทำงานอะไรได้บ้าง 

  • ธุรกิจค้าปลีก – เช่น ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านขายเสื้อผ้า ตำแหน่งเช่น แคชเชียร์ คลังสินค้า ซึ่งในเมืองใหญ่ๆ มีร้านค้า และห้างสรรพสินค้ามากมาย 
  • งานร้านอาหาร – ซึ่งส่วนใหญ่ นักเรียนไทยจะเลือกทำงานด้านนี้ เพราะไม่ต้องใช้ประสบการณ์การทำงาน งานไม่ยาก และสามารถเรียนรู้ได้ และร้านอาหารก็มีหลากหลายประเภทให้เลือก ทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารอิตาเลียน กระจายอยู่ทั่วเมือง โดยสามารถเดินสำรวจตามร้านอาหารที่ใกล้กับสถาบันที่เรียนก่อน 
  • งานพี่เลี้ยงเด็ก ครอบครัวชาวออสเตรเลียจำนวนมาก กำลังมองหานักเรียนต่างชาติ เพื่อเลี้ยงดูบุตรหลานของตน บางคนอาจจะมีที่พักให้ด้วย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ในการใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย แต่ งานประเภทนี้ จะต้องผ่านหลักสูตร Early Childhood และมีประสบการณ์การทำงานกับเด็กมาก่อน 
  • งานจัดส่งอาหาร บริการ Delivery เป็นงานที่นิยมเป็นอันดับสอง รองจากงานร้านอาหาร เนื่องจากไม่ต้องใช้เวลาในการทำงานซ้ำๆ และยังได้ออกไปผจญภัยในซอย มุม ต่างๆ ที่เราอาจจะไม่เคยเห็น แค่เพียงมีรถมอเตอร์ไซค์ หรือจักรยานเป็นของตัวเอง
  • งานทำความสะอาด เป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มผู้หญิง ส่วนใหญ่จะเป็นงานทำความสะอาด บริษัทเอกชน ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษมาก

ยิ่งทักษะภาษาอังกฤษดีขนาดไหน ก็จะสามารถเลือกงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่า รายได้ก็จะยิ่งมากขึ้น ตัวอย่างเช่น งานแผนกต้อนรับ งานเสนอขาย งานบริการลูกค้า นอกจากนั้น ยังมีการฝึกงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียน โดยจะได้รับค่าจ้าง หรือไม่ได้รับค่าจ้าง จะขึ้นอยู่กับสถานที่ฝึกงาน ที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนที่จะฝึกงาน

สิทธิในการทำงานพาร์ททามออสเตรเลีย

ทุกคนที่ทำงานในออสเตรเลียรวมทั้งนักศึกษาต่างชาติทุกคนต่างก็มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานดังนี้

  • ค่าแรงขั้นต่ำ
  • การเรียกร้องเมื่อถูกเลิกจ้างแบบไม่เป็นธรรม (ถูกไล่ออกจากงาน)
  • ช่วงเวลาหยุด และ พัก
  • สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีต่อสุขภาพและปลอดภัย

นายจ้างส่วนใหญ่ในประเทศออสเตรเลียจะอยู่ภายใต้ “คำชี้ขาด” ซึ่งจะกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ และเงื่อนไขสำหรับสายการทำงาน หรือ ในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ท่านจำเป็นต้องมีหมายเลขเสียภาษี Tax File Number (TFN) เพื่อทำงานในประเทศออสเตรเลีย ท่านจะต้องให้หมายเลขเสียภาษี แก่นายจ้างของท่านเพื่อที่ท่านจะไม่ต้องจ่ายภาษีในอัตราสูง “คลิ๊ก เพื่อตรวจสอบสิทธิในการทำงานพาร์ทไทม์ออสเตรเลีย”

การหางานทำ

โอกาสในการได้งานทำ จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่นประสบการณ์การทำงาน ประเภทของงานที่ต้องการ และทักษะด้านภาษาอังกฤษ 

  • หาจากหนังสือพิมพ์ และเว็บหางานออนไลน์
  • บางสถาบันการศึกษาจะมีบอร์ดประกาศตำแหน่งงานและมีแบบออนไลน์ด้วย ดั้งนั้นจึงควรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ให้การสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติเพื่อให้พวกเขาช่วยมองหาตัวเลือกในงานที่สถาบันเสนอ
  • ลงทะเบียนกับบริษัทจัดหางาน ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะช่วยหางานแบบชั่วคราว หรือ งานระยะสั้นให้ได้

ค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศอยู่ที่ 18.93 เหรียญต่อชั่วโมง (Update : 1 July 2018)


4 ขั้นตอน การทำงานอย่างถูกกฏหมายในประเทศออสเตเรลีย

หลังจากที่อ่านเงื่อไขการทำงานพาร์ทไทม์เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องสิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะทำงานพาร์ทไทม์ได้ ต้องทำตามขั้นตอน 4 ขั้นตอน ดังนี้ 

1.jpg

ไม่ว่าจะทำงานพาร์ทไทม์ หรือไม่ทำ ก็ควรจะเปิดบัญชีธนาคาร เพราะจะทำให้เราสะดวกในการรับเงินค่าตอบแทน รวมถึงโอนเงินทั้งใน และต่างประเทศด้วย โดยเมื่อเดินทางไปถึงออสเตรเลียแล้ว ควรทำก่อนเป็นอันดับแรก

ธนาคารที่แนะนำ

  • Commonwealth Bank
  • Australia and New Zealand Banking Group (ANZ)
  • National Australian Bank (NAB)
  • Westpac Bank

เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร

  • หนังสือเดินทาง (Passport)
  • จดหมายรับรองจากสถาบัน (COE)
  • เงินสดไม่ต่ำกว่า $100 สำหรับฝากเงิน (บางธนาคารไม่มีขั้นต่ำ) 

หลังจากเปิดบัญชีธนาคารเรียบร้อยแล้ว เราจะได้สมุดบัญชี ส่วนบัตรเอทีเอ็ม จะถูกจัดส่งมาให้ตามที่อยู่ที่ได้แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ ในระหว่างรอบัตรเอทีเอ็ม หากต้องการใช้เงินสด สามารถใช้สมุดบัญชีไปขอเบิกได้ที่ธนาคารได้

2.jpg

Tax File Number (TFN)  คือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ส่วนบุคคลของคุณในระบบภาษีและซุปเปอร์ การที่จะทำงานพาร์ทไทม์ ในออสเตรเลียได้ นักเรียน / นักศึกษา ต่างชาติ จะต้องมีหมายเลข TFN เพื่อทำงานหักภาษีจากรายได้ให้กับรัฐบาล โดยขะหักเป็นเปอร์เซ็นจากรายได้ ตามที่ ATO ได้กำหนดไว้

วิธีการขอ TFN

สำหรับลูกค้าเดอะเบสท์ หลังจากที่เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว กรุณาส่งที่อยู่ปัจจุบัน (ในออสเตรเลีย) มาให้ทางเดอะเบสท์ เพื่อจะดำเนินการขอหมายเลข TFN โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หลังจากนั้น ภายใน 2 สัปดาห์ จะมีจดหมายส่งไปให้ที่อยู่ ที่แจ้งให้กับทางเดอะเบสท์ โดยในจดหมาย จะระบุหมายเลข TFN

หมายเหตุ: หากไม่ได้รับหมายเลข TFN หรือย้ายที่พักกระทันหัน กรุณาแจ้งทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อทำการขอหมายเลข TFN ใหม่

3.jpg

ก่อนเริ่มทำงาน จะต้องกรอกข้อมูลเสียภาษี Tax File Number declaration เพื่อที่จะรายงานรายได้ให้กับทางกรมสรรพากร กรอกด้วยปากกาสีน้ำเงินเท่านั้น (โดยปกติแบบฟอร์มนี้ นายจ้างจะเตรียมให้) 

4.jpg

รายได้ จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคาร ที่เราผูกไว้กับ หมายเลข TFN ข้อควรระวัง วีซ่านักเรียนอนุญาติให้ทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ ดังนั้น ไม่แนะนำให้ทำเกินเวลา เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย รวมถึงการรับเงินสดด้วยเพราะถ้าหากตรวจโดนตรวจสอบ จะโดนปรับภาษีย้อนหลัง นอกจากนี้ การทำงานพาร์ทไทม์ จะต้องไม่ขัดต่อการเรียน ถ้าหากขาดเรียน หรือคะแนนชั้นเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน จะโดนรีพอร์ทจากสถานทูต และไม่สามารถต่อวีซ่าได้ หรืออาจจะโดนยกเลิกวีซ่าได้ค่ะ

ถึงแม้ว่า วีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย สามารถทำงานพาร์ทไทม์ ได้ก็จริง แต่อย่าลืมว่า คุณถือวีซ่านักเรียน ดังนั้น ควรจะต้องเน้นการเรียนเป็นหลัก


บทความที่น่าสนใจ

"คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ"
“คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”
#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?
#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?
แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย / นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น
แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย / นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น

 

References

Biometrics ไบโอเมตทริกซ์ คืออะไร ?

Posted on Updated on

Biometrics Collection


logo470x246 (2)

ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล หรือไบโอเมตทริกซ์ (Biometrics) คือ เทคโนโลยีที่สำหรับยืนยันตัวบุคคล โดยผสมผสานเทคโนโลยี ทางด้านชีวภาพ และทางการแพทย์ กับเทคโนโลยีทาง คอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน โดยการตรวจวัดลักษณะทางกายภาพและลักษณะทาง พฤติกรรม ที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละคนมาใช้ในการระบุตัวบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ จึงทำให้มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือสูง การใช้ไบโอเมตริกซ์ ทำให้ผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องใช้ความจำ หรือจำเป็นต้องถือบัตรผ่านใดๆ ทำให้สะดวกและรวดเร็ว ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพกบัตร และต้องจำรหัสผ่าน อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มความปลอดภัย ป้องกันการสูญหายของบัตรผ่าน และไบโอเมตริกซ์ยังยากต่อการปลอมแปลง และยากต่อการลักลอบนำไปใช้

ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป กระทรวงกิจการตรวจคนเข้าเมืองและพิทักษ์เขตแดนจะเริ่มการเก็บข้อมูลด้านไบโอเมตทริกซ์จากผู้สมัครทุกท่านที่สมัครขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ดังนั้นผู้ยื่นขอวีซ่าทุกท่านจำเป็นต้องมาติดต่อที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองซึ่งมีแค่ 2 แห่งในประเทศไทย คือ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ เพื่อสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป

วิธีการทำไบโอเมตทริกซ์สามารถดูได้จากคลิปวิดีโอด้านล่างนี้

[vsw id=”iGqUCkIsIoU” source=”youtube” width=”425″ height=”255″ autoplay=”no”]

เงื่อนไขในการทำไบโอเมตทริกซ์

  • ในประเทศไทยจะถูกขอให้ดำเนินการให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลของตนในขณะที่ยื่นคำขอวีซ่า เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอนั้นได้รับการยกเว้นจากโปรแกรมการให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าทางไปรษณีย์ไปที่สถานทูตวีซ่าออสเตรเลีย หรือที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลีย จะได้รับหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ ให้ท่านเดินทางไปที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองเพื่อให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าทางออนไลน์ จะได้รับหนังสือแจ้งผ่านทางอีเมลล์ ให้ท่านเดินทางไปที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองเพื่อให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ในการถ่ายรูปนั้น จะต้องเห็นใบหน้าของท่านโดยชัดเจน 
    • ไม่สามารถให้ผมตกลงมาปรกตาของท่านได้
    • ไม่สวมหมวกหรือผ้าพันคอหรือสิ่งใดๆ ที่จะบดบังใบหน้า ผม หรือคอ (เว้นแต่ในกรณีของการสวมสิ่งคลุมศีรษะตามหลักศาสนาตามรายละเอียดข้างล่างนี้)
    • ถ้าสวมสิ่งคลุมศีรษะหรือคอตามหลักศาสนา จะต้องให้เห็นใบหน้านั้นโดยชัดเจน นับแต่ส่วนล่างของคางไปจนถึงคิ้ว รวมถึงแก้มทั้งสองข้างด้วย ถ้าเป็นไปได้ จะต้องให้เห็นหูทั้งสองข้าง
    • บางครั้งจะต้องถอดแว่นตาหรือคอนแท็กเลนส์ขณะถ่ายภาพ
  • ถ้าปลายนิ้วมือได้รับบาดเจ็บ ควรแจ้งให้ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียทราบว่าเมื่อใดอาการบาดเจ็บนั้นจะหายเป็นปกติดี
  • ถ้ามีการประดับ เช่น การเจิมหน้าผาก (Mehdi) ควรแจ้งให้ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียทราบ ในขณะที่ยื่นคำขอวีซ่าว่าจะทำการสแกนได้หรือไม่อย่างไร
  • ถ้าปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล คำขอวีซ่าจะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ และจะถูกรายงานไปยังสถานทูตออสเตรเลียต่อไป

เอกสารที่ต้องใช้ในการทำไบโอเมตทริกซ์

  • เอกสารสำหรับทำไบโอเมตริก IMMI s257A (s40) Requirement to Provide PIDs จะได้หลังจากที่ยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว
  • หนังสือเดินทางเล่มจริง ที่ใช้ในการขอวีซ่า (ไม่สามารถใช้สำเนาได้)
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบนัด VIF – Appointment Letter
  • ค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 851.- บาท ค่าธรรมเนียมสามารถชำระเป็นเงินสด หรือแคชเชียร์เช็ค หรือแบงค์ดราฟท์ธนาคาร ที่สั่งจ่ายในนาม บริษัท วีเอฟเอส (ประเทศไทย) จำกัด
  • ผู้เยาว์ที่อายุ 16 ปีและ 17 ปีต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายให้ความยินยอมในการเดินทางด้วย
  • ผู้เยาว์ที่อายุ 5 ปี ถึง 15 ปีต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายมาให้ความยินยอมในการเดินทางด้วย และ จำเป็นต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายอยู่ด้วยในขณะให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล

ขั้นตอนในการขอยื่นวีซ่าด้วยตนเอง

  1. เมื่อไปถึงศูนย์บริการ VFS ให้ปิดเสียงเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด (ใช้ระบบสั่น) และรับหมายเลขคิวรอจนกว่าจะถึงคิวตนเอง
  2. นำเอกสาร (ฟอร์มทำ Biometric, ใบนัดและ Passport ตัวจริง) ไปยื่นที่เจ้าหน้าที่ พร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่แจ้งไว้ข้างต้น
  3. เริ่มทำขั้นตอนเก็บข้อมูลไบโอเมตทริกซ์ (สแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปเก็บอัตลักษณ์ตัวตน)
    • การสแกนลายนิ้วมือแบบเลขสิบหลักด้วยเครื่องสแกนนิ้วมือดิจิตอล (หากกรณีที่ปลายนิ้วเป็นแผลหรือได้รับบาดเจ็บ ท่านควรแจ้งให้ศูนย์ ยื่นวีซ่า ออสเตรเลียทราบว่าเมื่อใดอาการบาดเจ็บนั้นจะหายเป็นปกติดี)
    • การเก็บภาพใบหน้าด้วยกล้องถ่ายรูประบบดิจิตอล (ในการถ่ายรูปนั้น จะต้องเห็นใบหน้าของท่านโดยชัดเจน ห้ามให้ผมลงมาปรกตาหรือมีสิ่งใดๆมาบดบังใบหน้า และห้ามใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์)
    • เมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านถ่ายรูปหรือแสกนใบเสร็จส่งมาให้ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อที่จะได้ตรวจสอบสถานภาพและผลการยื่นวีซ่าของท่าน

*หมายเหตุ:

  • จะต้องทำการนัดคิวล่วงหน้ากับทาง VFS ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ก่อนเดินทางไปทำไบโอเมตทริกซ์ (ในส่วนของการนัดคิวทำไบโอเมตทริกซ์ ศููนย์ฯ เดอะเบสท์จะทำนัดให้)
  • ในวันที่เดินทางไปทำ Biometrics ต้องใช้ หนังสือเดินทางตัวจริง และบัตรประชาชนตัวจริง  หากไม่ได้นำหนังสือเดินทางเล่มจริงมา จะไม่สามารถทำไบโอเมตทริกซ์
  • ในกรณีที่มีความประสงค์จะใช้บริการห้องรับรองพิเศษ ค่าบริการห้องรับรองพิเศษคนละ 3,000 บาท กรุณาทำการนัดหมายล่วงหน้า
  • วันเสาร์ เวลา 09.30 – 12.30 น. ค่าดำเนินการในการยื่นขอวีซ่าในวันเสาร์คือ 2,100 บาทต่อท่านและจำเป็นต้องนัดหมายก่อนล่วงหน้า
  • การแต่งกาย ควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย สวมเสื้อคอปกเนื่องจากจะมีการถ่ายรูปบันทึกข้อมูลไว้ด้วย

ผู้ที่ไม่ต้องทำไบโอเมตทริกซ์

  • พลเมืองของประเทศออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศออสเตรเลีย และพลเมืองประเทศนิวซีแลนด์ จะถูกยกเว้นจากการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าประเภท Australian Declaratory Visa หรือวีซ่าพลเมืองออสเตรเลีย และผู้ถือบัตรเดินทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card) จะถูกยกเว้นไม่ต้องให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้เยาว์ที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี บุคคลที่ไม่สามารถให้ความยินยอมด้วนตนเองได้ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายอันทำให้ไม่สามารถดำเนินการสแกนนิ้วมือได้ จะถูกขอให้ถ่ายรูปใบหน้าเท่านั้นสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าทางออนไลน์

สถานที่ทำ Biometrics ในประเทศไทย


 นอกจากนี้ จะต้องเตรียมเอกสารการทำไบโอเมตทริกซ์ และหนังสือเดินทางตัวจริงที่ใช้ยื่นวีซ่ามาด้วย

สถานที่ (กรุงเทพ): Australian Visa Application Centre – Bangkok Office

  • The Trendy Office Building, 28th Floor
  • Sukhumvit Soi 13, Klongtoey-NuaWattana, Bangkok 10110
  • เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดสถานทูต
  • ช่วงเวลายื่นขอทำ Biometric ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • เวลารับผลการพิจารณา ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์

panorama4-810x43017738_19Apr2016550240_1-1024x682

 

สถานที่ (เชียงใหม่): Australian Visa Application Centre – Chiang Mai Office

  • 191 Siripanich 6B Floor Huaykaew Rd.
  • Suthep Muang Chiang Mai Thailand  50200
  • เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ยกเว้นวันหยุดสถานทูต
  • ช่วงเวลายื่นขอทำ Biometric ตั้งแต่เวลา 08.30 – 14.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • เวลารับผลการพิจารณา ตั้งแต่เวลา 14.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์

 

12001

24 พฤษภาคม 61 สัมมนาเรียนต่อ ป.ตรี และ โท กับสถาบัน ICMS เข้าร่วมฟรี พร้อมสมัครทุนการศึกษา

Posted on Updated on

Interview Program: 15 November 2018

International College of Management Sydney (ICMS)


logo470x246 (2).jpg

มหาวิทยาลัย International College of Management, Sydney(ICMS) มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม จากประเทศออสเตรเลีย  ร่วมกับ เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ จัดแนะแนวศึกษาต่อออสเตรเลียให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ

กำหนดการณ์

  • พบกับเจ้าหน้าที่ในวัน พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561
  • เวลา 13.00 -18.00 น.
  • สถานที่ เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ สาขาเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
  • สำรองที่นั่งล่วงหน้าติดต่อ 052 – 081 882 หรือ 090 – 327 3558
จุดเด่นของสถาบัน ICMS
  • เป็นที่ยอมรับของสภาการศึกษาออสเตรเลีย และสถานทูต
  • ปริญญาทุกระดับ ออกให้โดย Macquarie University 
  • หลักสูตรด้านธุรกิจและด้านการโรงแรมของสถาบัน ICMS มีคุณภาพสูงมาก
  • มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาที่พูดได้หลายภาษา เช่น เกาหลี จีน ไทย ญี่ปุ่น สเปน
  • ดำเนินการสอนโดยอาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการสอนทั้งในและนอกประเทศ
  • สถานที่ตั้งที่สวยงาม ห่างจาก Sydney เพียง 30 นาที โดยเรือเฟอร์รี่ ติดกับชายหาด Manly Beach ที่สวยงาม
  • มีโอกาสออกฝึกงาน ระยะเวลากว่า 1200 ชั่วโมงโดยได้รับค่าจ้างมีงานหลากหลายรออยู่หลังจากเรียนจบ
    ได้ฝึกภาษาอย่างเต็มที่มีนักเรียนออสเตรเลียและนานาชาติเรียนมากมาย และคนไทยไม่มาก

อัตราส่วนนักเรียน

มีจำนวน International Students เกือบ 70% ในสถาบัน ICMS หมายความว่านักศึกษาที่ไปเรียนที่นี่จะได้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเพื่อนใหม่ๆจากหลายหลายประเทศที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตหลังสำเร็จการศึกษา

การเรียนการสอนใน ICMS

  • หลักสูตรการเรียนการสอนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
  • การเรียนการสอนและการเรียนรู้จะเน้นให้นักศึกษามีส่วนร่วม โดยเริ่มตั้งแต่ความรู้ขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับสูง
  • ที่ ICMS นักศึกษากับอาจารย์ผู้สอนจะมีความใกล้ชิด มีขนาดห้องเรียนที่นักศึกษาสามารเข้าถึงอาจารย์ได้ง่าย
  • ICMS กระตุ้นให้คุณคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ และการจัดการบริการระดับมืออาชีพ
  • มีการฝึกงานในเทอมสุดท้ายโดยไม่มีการจ่ายค่าเทอม และมีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนจากทางบริษัท

หลักสูตรที่เปิดสอน

ระดับปริญญาตรี

ระดับปริญญาโท

BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT MASTER OF INTERNATIONAL BUSINESS
BACHELOR OF HOSPITALITY MANAGEMENT MASTER OF MANAGEMENT (TOURISM AND HOSPITALITY)
BACHELOR OF EVENT MANAGEMENT MASTER OF MANAGEMENT
BACHELOR OF SPORTS MANAGEMENT MASTER OF EVENT MANAGEMENT
BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT (ACCOUNTING) GRADUATE CERTIFICATE IN EVENT MANAGEMENT
BACHELOR OF INTERNATIONAL TOURISM GRADUATE CERTIFICATE OF BUSINESS
BACHELOR OF PROPERTY (DEVELOPMENT, INVESTMENT AND VALUATION)
BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT (FASHION AND GLOBAL BRAND MANAGEMENT)

ทุนการศึกษา 50%

นอกจากนี้ ICMS ยังมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี 25,000 เหรียญ สำหรับหลักสูตร Hospitality Management, International Tourism, Event Management, Business Management, Sports Management และ Property Management

คุณสมบัติของผู้สมัครระดับปริญญาตรี

  1. มีวุฒิการศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า ด้วยเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0
  2. มีผลคะแนน IELTS Academic 6.0 ไม่มี band ใดๆ ต่ำกว่า 5.5 (นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตร International ไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนภาษา)
  3. เขียน Essay จำนวน 500 คำ โดย 1) แนะนำตัวเองว่าทำไมถึงต้องเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับ ICMS 2) เมื่อเรียนจบแล้วจะช่วยโปรโมทหลักสูตรต่างๆ ให้กับนักเรียนที่สนใจเรียนต่ออย่างไรบ้าง

คุณสมบัติของผู้สมัครระดับปริญญาโท

  1. เรียนจบปริญญาตรีสาขาอะไรก็ได้ หรือเทียบเท่า ด้วยเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0
  2. มีผลคะแนน IELTS Academic 6.5 ไม่มี band ใดๆ ต่ำกว่า 6.0 (นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตร International ไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนภาษา)
  3. เขียน Essay จำนวน 1,000 คำ โดย 1) แนะนำตัวเองว่าทำไมถึงต้องเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับ ICMS 2) เมื่อเรียนจบแล้วจะช่วยโปรโมทหลักสูตรต่างๆ ให้กับนักเรียนที่สนใจเรียนต่ออย่างไรบ้าง

*นักเรียนสามารถยื่นสมัครขอทุนไปก่อนแล้วค่อยยื่นผลคะแนนภาษาภายหลังได้ หรือในกรณีที่ไม่มีผลภาษา สามารถร้องขอเพื่อทดสอบระดับภาษากับทางสถาบันก่อนได้ สถาบันจะประเมิณระดับภาษาของผู้เรียนและกำหนดระยะเวลาเรียนภาษาก่อน ทั้งนี้จะต้องแล้วเสร็จก่อนวันเปิดการศึกษา



Aspire-logo-small.png

Aspire Institute

สำหรับนักเรียนที่ยังไม่มีผลภาษา IELTS หรือสอบไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยจะรับเข้า ทาง ICMS มีศูนย์ภาษา Aspire Institute ที่เปิดสอนหลักสูตรภาษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย

Promotion

English pathway to ICMS – ค่าเรียนภาษาสุดพิเศษสำหรับนักเรียน ICMS (สำหรับคนไทยเท่านั้น)

  • สำหรับนักศึกษาที่ต้องเรียนภาษาเพิ่มเติม รับส่วนลดจากสถาบัน Aspire Institute ดังนี้
    • General English (GE) ภาษาอังกฤษทั่วไป เหลือสัปดาห์ละ 199 AUD
    • Academic English (AEP) ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ เหลือสัปดาห์ละ 239 AUD
  • ค่าใช้จ่ายงวดแรกของนักเรียนทุน จ่ายเพียงค่าเรียนภาษา + 3000 AUD (ค่าลงทะเบียนการศึกษา) เท่านั้น

อ่านข้อมูลของมหาวิทยาลัย คลิ๊ก


เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

สาขาเชียงใหม่ (โครงการ ศุภาลัย มอนเต้ บิซ)

44/44 โครงการศุภาลัย มอนเต้ บิซ หมู่ 5 ถนนเชียงใหม่ – เชียงราย ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000

เปิดทำการ

  • วันจันทร์ – วันเสาร์      09.00 -19.00 น. 

Tel : 052-081 882, 090-327 3558 

Email: contact@thebest-edu.com

 


ontact u

แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น

Posted on Updated on

แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย / นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น


logo470x246 (2).jpg

น้องๆ หลายคนที่กำลังสนใจเรียนต่อประเทศออสเตรเลีย แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเรียนเมือง หลายคนอาจจะชอบเมืองใหญ่ๆ เช่น ซิดนีย์ กับเมลเบิร์น เพราะผู้คนเยอะ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ก็มีบางคนที่ชอบเมืองที่เงียบสงบ คนไม่พลุพล่าน คนไทยน้อย เพราะจะฝึกภาษาอังกฤษได้เต็มที่ ดังนั้น ก็เลยไม่รู้จะพูดภาษาอังกฤษกับใคร เดอะเบสท์จึงขอแนะนำ 4 เมือง ในประเทศออสเตรเลียที่น่าไปเรียนต่อ ดังนี้ 

  • Gold Coast โกลด์โคสต์
  • Brisbane บริสเบน
  • Perth เพิร์ธ
  • Adelaide แอดิเลด
น้องๆ หลายคน อาจจะกังวลว่า ไปเรียนเมืองที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก จะมีงานพาร์ททามให้ทำหรือเปล่า เดอะเบสท์ต้องขอบอกก่อนเลยว่า งานพาร์ททาม มีให้ทำทุกเมืองค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทำงานแบบไหน 4 เมืองข้างต้นนี้ มีงานพาร์ททามให้ทำแน่นอน เช่น ร้านอาหารฝรั่ง นายจ้างเป็นชาวต่างชาติ นอกจากจะได้เงินที่มากกว่าร้านอาหารไทยแล้ว ยังมีโอกาสได้ฝึกภาษากับชาวต่างชาติอีกด้วยค่ะ ถึงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลย 

ทำไมถึงเลือกไปเรียนเมืองที่มีคนไทยน้อย ?

  • เป็นแรงผลักดันตัวเองให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
  • มีโอกาสได้เพื่อนชาวต่างชาติจากทั่วโลก
  • ได้ศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึมซับวัฒนธรรมใหม่ๆ

Gold Coast.jpg

Gold Coast ตั้งอยู่ใน Queensland ใต้ Brisbane มีหาดทรายสีทองยาว 52 กม. นอกจากนี้ยังมีย่านชานเมืองชื่อ ‘Surfer’s Paradise’ ที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักเล่นเซิร์ฟ ห่างออกไปจากตึกระฟ้าเรียกว่า Green Behind the Gold ซึ่งเป็นป่าดิบชื้นที่เงียบสงบ ป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของออสเตรเลีย มีสภาพอากาศและชายหาดที่ยอดเยี่ยมและความบันเทิงมากมาย

นอกจากนี้โกลด์โคสต์เป็นสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Griffith University และมหาวิทยาลัย Bond University และยังมีวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยที่มีราคาถูกที่สุดของออสเตรเลีย CQ University และ Southern Cross University

 

Gold Coast ตั้งอยู่ที่ทิศใต้ของเมืองบริสเบน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์  มีพื้นที่กว่าครึ่ง ที่ปกคลุมไปด้วยป่าหลากหลายประเภท มีชายฝั่งกว่า 50 กม. รวมทั้งชายหาดโต้คลื่นและรีสอร์ทสำหรับวันหยุด ชายหาดที่โดดเด่ง และมีชื่อเสียงโด่งดังคือ Southport และ Surfers Paradise สภาพอากาศใกล้เคียงกับเมืองไทย คือสภาพอากาศเขตร้อนชื้น มีฤดูหนาวที่อบอุ่น และฤดูร้อนที่ชื้น ฝนตกในช่วงฤดูร้อนเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ฤดูหนาวอบอุ่น  ซึ่งอากาศใกล้เคียงกับประเทศไทยมากค่ะ

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Gold Coast Temperature.PNG

เศรษฐกิจ

โกลด์โคสต์ ได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมหลักของเมืองโกลด์โคสต์ได้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ค่าครองชีพที่เมืองโกลด์โคสต์ถูกกว่าเมืองซิดนีย์ ประมาณ 40% 

  • ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ $2,048 (ประมาณ 51,200 บาท)

การท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคน เลือกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่โกลด์โคสต์ ในทุกๆ ปี โดยประมาณ 4 ล้านคนเป้นนักท่องเที่ยวในออสเตรเลีย และอีก 5 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เมืองโกลด์โคสต์จึงเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ที่ทำเงินได้มากถึง $4.4 พันล้าน ต่อปีเลยทีเดียวค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

  • Surfer Paradise
  • Gold Coast Theme Park
  • Sea World
  • Australian Outback Spectacular

การศึกษา

เป็นที่ตั้งของ 3 มหาวิทยาลัยคุณภาพสูง Bond University มหาวิทยาลัย Griffith University และมหาวิทยาลัย Southern Cross University และสถาบันวิชาชีพ TAFE Queensland ซึ่งมีถึง 5 แห่งด้วยกันคือ Southport, Ridgeway, Benowa, Coomera และ Coolangatte

นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนประถม และมัธยมศึกษากว่า 100 แห่ง รวมถึงสถาบันสอนภาษาที่มีคุณภาพสูงเช่น Shafston International College, Navitas,  Imagine Education และอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกเรียนตามความต้องการ

สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองบริสเบนได้แก่

  • Shafston International College
  • Navitas
  • Imagine Education
  • Inforum Education

ระบบขนส่งสาธารณะ

70% ของคนในพื้นที่ ใช้รถส่วนตัวในการเดินทางไปทำงาน แต่ในหลายปีที่ผ่านมานี้ ได้เกิดการจารจรที่ติดขัดมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงได้ลงทุนปรับโครงสร้างการคมนาคมขนส่งในโกลด์โคสต์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และผู้ที่เดินทางเข้ามาในโกลด์โคสต์มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน โกลด์โคสมีรถบัส รถไฟรางเบา คอยให้บริการหลายสาย ซึ่งสะดวกและรวดเร็วต่อการเดินทางมากยิ่งขึ้น

brisbane.png

เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเมืองบริสเบน และโกลด์โคสต์


brisbane.jpg

Brisbane เป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสาม ของออสเตรเลีย มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เป็นอีกหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในออสเตรเลีย มีนักเรียนต่างชาติกว่า 80,000 คนจาก 40 ประเทศ การศึกษามีคุณภาพระดับโลก โดดเด่นในเรื่องของการวิจัยและการแพทย์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่ทำให้เมืองบริสเบนต่างจากเมืองอื่นคือ ที่เมืองบริสเบน มีจุดบริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะ หลายจุด และนักเรียน ยังสามารถรับชมภาพยนตร์ได้ฟรี จากโครงการ Shade Cinema โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน Application ได้ฟรี

 

บริสเบนเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ ย่านธุรกิจของบริสบเบน อยู่ตามแนวโค้งของแม่น้ำบริสเบน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2.2 ตารางกิโลเมตร ชื่อถนน Queen street เป็นถนนสายหลักของบริสเบน เมืองนี้ยังคงรักษะศิลปะ อาคาร และมรดกเก่าๆ ไว้  บริสเบนมีสภาพภูมิอากาศกึ่งเขนร้อนชื้น ฤดูร้อน จะร้อนและชื้น ส่วนฤดูหนาวจะอบอุ่น 

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Brisbane Temperature.PNG

เศรษฐกิจ

บริสเบน เป็นหนึ่งในย่านธุรกิจที่สำคัญ บริษัท ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาก่อตั้งในเมืองบริสเบนหลายแห่ง อุตสาหกรรมของเมืองบริสเบนจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือการศึกษา ซึ่งจะอยู่ในเขต CBD ส่วนทางชานเมือง จะมีโรงงานกลั่นปิโตรเลียม อุตสาหกรรมการทำวัสดุโลหะเป็นต้น

  • ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ $2,132 (ประมาณ 53,300 บาท)

การท่องเที่ยว

บริสเบน เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของออสเตรเลีย ผังเมืองจะคดเคี้ยวไปตามแม่น้ำ ผสมผสานกับอาคารเก่าแก่ ที่มีความสง่างามและทันสมัยไปในตัว ด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่น บริสเบนจึงกลายเป็นสถานที่ที่ผู้อพยนย้ายถิ่นฐานจากรัฐอื่นๆ ในออสเตรเลีย 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

  • Lone Pine Koala Sanctuary 
  • Brisbane Botanic Gardens Mount Coot-tha
  • Queensland Art Gallery & Gallery of Modern Art
  • South Bank
  • Moreton Island 
  • Museum of Brisbane

การศึกษา

บริสเบน มีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น University of Queensland (UQ) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน Group of 8 ของออสเตรเลีย , Queensland University of Technology (QUT) และ Griffith University ซึ่งทั้ง 3 แห่งนี้ เป็นมหาวิทยาลัยที่มี Ranking สูงในออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้แก่

  • Australian Catholic University (ACU)
  • Central Queensland University (CQU)
  • James Cook University Brisbane (JCUB)
  • University of Southern Queensland (USQ)
  • University of Sunshine Coast (USC)

นอกจากนี้ ยังมีสถาบันวิชาชีพ TAFE Queensland Brisbane ซึ่งเป็นสถาบันวิชาชีพรัฐบาลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศออสเตรเลีย สามารถ Pathway เข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งได้อีกด้วย การันตีคุณภาพจากรัฐบาลออสเตรเลีย

สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองบริสเบนได้แก่

  • Shafston International College
  • English Language College
  • ILSC
  • Embassy English
  • Lexis English
  • Imagine Education
  • Navitas
  • Kaplan International Engllish
  • Impact English College

ระบบขนส่งสาธารณะ

วิธีการเดินทางที่ดีที่สุดคือเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล แต่ระบบการขนส่งสาธารณะเมืองบริสเบนก็ครอบคลุมจุดหมายปลายทางที่สำคัญหลายแห่งในเมืองบริสเบน ให้บริการโดย รถบัส รถไฟ และเรือข้ามฟาก ดำเนินการทั้งภาครัฐและเอกชน ศูนย์กลางอยู่ที่ย่านธุรกิจของเมืองบริสเบน (CBD)

brisbane.png

เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเมืองบริสเบน และโกลด์โคสต์


Perth.jpg

Perth เป็นเมืองหลวงของรัฐ Western Australia เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสี่ ในออสเตรเลีย  มีประชากรมากกว่า 2 ล้านคน ให้บรรยากาศที่งดงามและชายหาดที่สวยงาม นอกจากนั้นเพิร์ธ มีชื่อเสียงในด้านอันยาวนานของแสงแดดท้องฟ้าสีครามและชายหาดสีขาวสดใส ศูนย์กลางธุรกิจขนาดใหญ่ที่สำคัญของเมืองเพิร์ธ ได้แก่ Fremantle และ Joondalup เป็นเมืองที่ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงมากมาย และ มีนักเรียน นักศึกษาเดินทางมาเรียนที่เมืองเพิร์ธกว่า 42,000 คนต่อปี จาก 140 ประเทศ ทั่วโลก

 

เมืองเพิร์ธตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ล้อมรอบด้วยสันเขาที่เรียกว่า Darling Scarp เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำที่สำคัญสองสายได้แก่ แม่น้ำ Swan และ Canning สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ จะเป็นภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูร้อนจะแห้งแล้ง ส่วนฤดูหนาวจะมีฝนตกชุก แต่อย่างไรก็ตาม ท้องฟ้าสีฟ้า และหาดทรายสีขาว ก็ยังเป็นเสน่ห์ของเมืองเพิร์ธ 

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Perth Temperature.PNG

เศรษฐกิจ

เพิร์ธ เป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสูงที่สุดในออสเตรเลีย และยังมีอัตราการว่างงานที่ต่ำที่สุดในออสเตรเลียอีกด้วย อุตสาหกรรมหลักคือการทำเหมือแร่ โรงงานไฟฟ้า และปิโตรเลียม การส่งออกสินค้า เป็นต้น 

  • ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ $2,240 (ประมาณ 56,000 บาท)

การท่องเที่ยว

เพิร์ธ เป็นเมืองท่าขนาดเล็ก หากเดินเที่ยวภายใน 1 วันก็อาจจะเดินได้ทั่วถึง แต่ถ้าหากมีโอกาสได้เดินทางออกนอกเมือง คุณจะได้สัมผัสสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ใครที่ชอบเดินป่า หรือชอบกิจกรรมกลางแจ้ง อาจจะชอบเมืองเพิร์ธค่ะ 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

  • Kings Park and Botanic Garden
  • Swan River

  • The Perth Mint
  • Hillary Boat Harbour
  • Art Gallery of Western Australia
  • The Bell Tower
  • St. Mary’s Cathedral

การศึกษา

เพิร์ธ เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง 4 แห่งด้วยกันคือ University of Western Australia ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน Group of 8 ของออสเตรเลีย Curtin University, Murdoch University, Edith Cowan University และ University of Notre Dame นอกจากนี้ยังมีสถาบันวิชาชีพคุณภาพสูง เช่น Perth College of Business and Technology หรือสถาบันวิชาชีพรัฐบาล TAFE Western Australia 

สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองเพิร์ธได้แก่

  • Kaplan International English
  • Lexis English College
  • Navitas

ระบบขนส่งสาธารณะ

การเดินทางที่ดีที่สุดของเมืองเพิร์ธ คือการเดิน เนื่องจากเมืองไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีระบบขนส่งสาธารณะคอยให้บริการ ได้แก่ รถบัส รถไฟ และ เรือข้ามฟาก โดยท่าเทียบเรือหลักของเพิร์ธอยู่ที่ Fremantle 

perth.png

เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเมืองเพิร์ธ


Adelaide.jpg

Adelaide แอดิเลดตั้งอยู่ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้ โดดเด่นในด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ ใกล้กับชายหาดและเกาะที่สวยงาม เมืองนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากเนิน Adelaide Hills ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินป่า การขี่จักรยานชมสัตว์ป่า หรือใกล้กับไร่องุ่นที่ผลิตไวน์ชั้นยอด และที่สำคัญที่สุด เมือง Adelaide เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพถูกมากอีกด้วย

 

แอดิเลดมีพื้นที่รวม 3,257.7 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง และบริเวณราบลุ่มชายฝั่ง ผังเมืองถูกออกแบบโดยพันเอกวิลเลียมไลท์ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ใจกลางเมืองเป็นสวนสาธารณะ Adelaide Parkland มีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอเรียน ฤดูร้อนแห้งแล้ง และฤดูหนาวอากาศหนาวจัด มีฝนตกในฤดูหนาว มีหิมะปกคลุมตามพื้นที่ชนบท 

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Adelaide Temperature.PNG

เศรษฐกิจ

ชื่อเสียงของไวน์แอดิเลดฮิลล์ เป็นสินค้าส่งออกที่โดดเด่น โดยมีมูลค่าส่งออกประมาณ 8 ล้านเหรียญ สำหรับไวน์แดง และ 15 ล้านเหรียญ สำหรับไวน์ขาว ค่าใช้จ่ายและค่าที่พักในแอดิเลดจะต่ำกว่าเมืองอื่นๆ ในออสเตรเลีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าที่พักบางประเภทมีราคาถูกกว่าซิดนีย์ถึง 50% เลยทีเดียว

  • ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ $2,032 (ประมาณ 50,800 บาท)

การท่องเที่ยว

แอดิเลด เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย มีความสวยงามใกล้เคียงกับเมลเบิร์น ผังเมืองที่สวยงาม และอาหารที่แสนอร่อย เป็นสวรรค์ของผู้ที่ชอบศิลปะอาหาร จะนั่งฟังเพลงโอเปร่าในโรงละคร หรือเดินเที่ยวไปบนถนนที่กว้างขวาง ระหว่างทางก็มีการบรรเลงดนตรีสดตลอดเส้นทาง เป็นชีวิตที่เรียบง่ายและหรูหราเลยทีเดียวค่ะ 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

  • North Terrace
  • Adelaide Botanic Garden
  • Art Gallery of South Australia
  • Glenelg
  • Cleland Wildlife Park
  • Victoria Square

การศึกษา

การศึกษาเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองแอดิเลด โดยรัฐบาลกับสถาบันการศึกษา ได้พยายามทำให้แอดิเลด เป็นศูนย์กลางของการศึกษา ของออสเตรเลีย หรือ Australia Education Hub และจำนวนนักศึกษาต่างชาติ ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัย และสถาบันต่างๆ ได้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับการศึกษา 

มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองแอดิเลด มีอยู่ 4 แห่งด้วยกันคือ Flinders University of South Australia, University of Adelaide, University of South Australia และ Torrens University Australia โดยมหาวิทยาลัยแอดิเลด เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ Group of 8 นอกจากนี้ ยังมีสถาบันวิชาชีพรัฐบาลออสเตรเลีย TAFE South Australia ด้วยเช่นกัน 

สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองแอดิเลดได้แก่

  • Kaplan International English
  • Navitas
  • SACE English Colleges

ระบบขนส่งสาธารณะ

แอดิเลด เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม มีระบบขนส่งสาธารณะในเขตนครหลวง บริหารโดย Adelaide Metro เส้นทางรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในตัวเมืองแอดิเลด เดินทางสะดวกสบาย และเดินทางง่ายกว่าเมืองอื่นๆ เนื่องจากมีรูปแบบชัดเจน เส้นทางไม่เยอะจนเกินไป และใช้เวลาเดินทางรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ระบบขนส่งเหล่านี้ ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับการเติบโตของเมืองในอนาคต

adelaide.png

เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเมืองแอดิเลด


บทความที่น่าสนใจ

"คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ"
“คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”

 

#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?
#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?

แหล่งที่มา