บทความน่าสนใจ

Biometrics ไบโอเมตทริกซ์ คืออะไร ?

Posted on Updated on

Biometrics Collection


logo470x246 (2)

ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล หรือไบโอเมตทริกซ์ (Biometrics) คือ เทคโนโลยีที่สำหรับยืนยันตัวบุคคล โดยผสมผสานเทคโนโลยี ทางด้านชีวภาพ และทางการแพทย์ กับเทคโนโลยีทาง คอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน โดยการตรวจวัดลักษณะทางกายภาพและลักษณะทาง พฤติกรรม ที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละคนมาใช้ในการระบุตัวบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ จึงทำให้มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือสูง การใช้ไบโอเมตริกซ์ ทำให้ผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องใช้ความจำ หรือจำเป็นต้องถือบัตรผ่านใดๆ ทำให้สะดวกและรวดเร็ว ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพกบัตร และต้องจำรหัสผ่าน อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มความปลอดภัย ป้องกันการสูญหายของบัตรผ่าน และไบโอเมตริกซ์ยังยากต่อการปลอมแปลง และยากต่อการลักลอบนำไปใช้

ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป กระทรวงกิจการตรวจคนเข้าเมืองและพิทักษ์เขตแดนจะเริ่มการเก็บข้อมูลด้านไบโอเมตทริกซ์จากผู้สมัครทุกท่านที่สมัครขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ดังนั้นผู้ยื่นขอวีซ่าทุกท่านจำเป็นต้องมาติดต่อที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองซึ่งมีแค่ 2 แห่งในประเทศไทย คือ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ เพื่อสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป

วิธีการทำไบโอเมตทริกซ์สามารถดูได้จากคลิปวิดีโอด้านล่างนี้

[vsw id=”iGqUCkIsIoU” source=”youtube” width=”425″ height=”255″ autoplay=”no”]

เงื่อนไขในการทำไบโอเมตทริกซ์

  • ในประเทศไทยจะถูกขอให้ดำเนินการให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลของตนในขณะที่ยื่นคำขอวีซ่า เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอนั้นได้รับการยกเว้นจากโปรแกรมการให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าทางไปรษณีย์ไปที่สถานทูตวีซ่าออสเตรเลีย หรือที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลีย จะได้รับหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ ให้ท่านเดินทางไปที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองเพื่อให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าทางออนไลน์ จะได้รับหนังสือแจ้งผ่านทางอีเมลล์ ให้ท่านเดินทางไปที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองเพื่อให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ในการถ่ายรูปนั้น จะต้องเห็นใบหน้าของท่านโดยชัดเจน 
    • ไม่สามารถให้ผมตกลงมาปรกตาของท่านได้
    • ไม่สวมหมวกหรือผ้าพันคอหรือสิ่งใดๆ ที่จะบดบังใบหน้า ผม หรือคอ (เว้นแต่ในกรณีของการสวมสิ่งคลุมศีรษะตามหลักศาสนาตามรายละเอียดข้างล่างนี้)
    • ถ้าสวมสิ่งคลุมศีรษะหรือคอตามหลักศาสนา จะต้องให้เห็นใบหน้านั้นโดยชัดเจน นับแต่ส่วนล่างของคางไปจนถึงคิ้ว รวมถึงแก้มทั้งสองข้างด้วย ถ้าเป็นไปได้ จะต้องให้เห็นหูทั้งสองข้าง
    • บางครั้งจะต้องถอดแว่นตาหรือคอนแท็กเลนส์ขณะถ่ายภาพ
  • ถ้าปลายนิ้วมือได้รับบาดเจ็บ ควรแจ้งให้ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียทราบว่าเมื่อใดอาการบาดเจ็บนั้นจะหายเป็นปกติดี
  • ถ้ามีการประดับ เช่น การเจิมหน้าผาก (Mehdi) ควรแจ้งให้ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียทราบ ในขณะที่ยื่นคำขอวีซ่าว่าจะทำการสแกนได้หรือไม่อย่างไร
  • ถ้าปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล คำขอวีซ่าจะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ และจะถูกรายงานไปยังสถานทูตออสเตรเลียต่อไป

เอกสารที่ต้องใช้ในการทำไบโอเมตทริกซ์

  • เอกสารสำหรับทำไบโอเมตริก IMMI s257A (s40) Requirement to Provide PIDs จะได้หลังจากที่ยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว
  • หนังสือเดินทางเล่มจริง ที่ใช้ในการขอวีซ่า (ไม่สามารถใช้สำเนาได้)
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบนัด VIF – Appointment Letter
  • ค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 851.- บาท ค่าธรรมเนียมสามารถชำระเป็นเงินสด หรือแคชเชียร์เช็ค หรือแบงค์ดราฟท์ธนาคาร ที่สั่งจ่ายในนาม บริษัท วีเอฟเอส (ประเทศไทย) จำกัด
  • ผู้เยาว์ที่อายุ 16 ปีและ 17 ปีต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายให้ความยินยอมในการเดินทางด้วย
  • ผู้เยาว์ที่อายุ 5 ปี ถึง 15 ปีต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายมาให้ความยินยอมในการเดินทางด้วย และ จำเป็นต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายอยู่ด้วยในขณะให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล

ขั้นตอนในการขอยื่นวีซ่าด้วยตนเอง

  1. เมื่อไปถึงศูนย์บริการ VFS ให้ปิดเสียงเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด (ใช้ระบบสั่น) และรับหมายเลขคิวรอจนกว่าจะถึงคิวตนเอง
  2. นำเอกสาร (ฟอร์มทำ Biometric, ใบนัดและ Passport ตัวจริง) ไปยื่นที่เจ้าหน้าที่ พร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่แจ้งไว้ข้างต้น
  3. เริ่มทำขั้นตอนเก็บข้อมูลไบโอเมตทริกซ์ (สแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปเก็บอัตลักษณ์ตัวตน)
    • การสแกนลายนิ้วมือแบบเลขสิบหลักด้วยเครื่องสแกนนิ้วมือดิจิตอล (หากกรณีที่ปลายนิ้วเป็นแผลหรือได้รับบาดเจ็บ ท่านควรแจ้งให้ศูนย์ ยื่นวีซ่า ออสเตรเลียทราบว่าเมื่อใดอาการบาดเจ็บนั้นจะหายเป็นปกติดี)
    • การเก็บภาพใบหน้าด้วยกล้องถ่ายรูประบบดิจิตอล (ในการถ่ายรูปนั้น จะต้องเห็นใบหน้าของท่านโดยชัดเจน ห้ามให้ผมลงมาปรกตาหรือมีสิ่งใดๆมาบดบังใบหน้า และห้ามใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์)
    • เมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านถ่ายรูปหรือแสกนใบเสร็จส่งมาให้ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อที่จะได้ตรวจสอบสถานภาพและผลการยื่นวีซ่าของท่าน

*หมายเหตุ:

  • จะต้องทำการนัดคิวล่วงหน้ากับทาง VFS ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ก่อนเดินทางไปทำไบโอเมตทริกซ์ (ในส่วนของการนัดคิวทำไบโอเมตทริกซ์ ศููนย์ฯ เดอะเบสท์จะทำนัดให้)
  • ในวันที่เดินทางไปทำ Biometrics ต้องใช้ หนังสือเดินทางตัวจริง และบัตรประชาชนตัวจริง  หากไม่ได้นำหนังสือเดินทางเล่มจริงมา จะไม่สามารถทำไบโอเมตทริกซ์
  • ในกรณีที่มีความประสงค์จะใช้บริการห้องรับรองพิเศษ ค่าบริการห้องรับรองพิเศษคนละ 3,000 บาท กรุณาทำการนัดหมายล่วงหน้า
  • วันเสาร์ เวลา 09.30 – 12.30 น. ค่าดำเนินการในการยื่นขอวีซ่าในวันเสาร์คือ 2,100 บาทต่อท่านและจำเป็นต้องนัดหมายก่อนล่วงหน้า
  • การแต่งกาย ควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย สวมเสื้อคอปกเนื่องจากจะมีการถ่ายรูปบันทึกข้อมูลไว้ด้วย

ผู้ที่ไม่ต้องทำไบโอเมตทริกซ์

  • พลเมืองของประเทศออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศออสเตรเลีย และพลเมืองประเทศนิวซีแลนด์ จะถูกยกเว้นจากการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าประเภท Australian Declaratory Visa หรือวีซ่าพลเมืองออสเตรเลีย และผู้ถือบัตรเดินทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card) จะถูกยกเว้นไม่ต้องให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้เยาว์ที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี บุคคลที่ไม่สามารถให้ความยินยอมด้วนตนเองได้ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายอันทำให้ไม่สามารถดำเนินการสแกนนิ้วมือได้ จะถูกขอให้ถ่ายรูปใบหน้าเท่านั้นสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าทางออนไลน์

สถานที่ทำ Biometrics ในประเทศไทย


 นอกจากนี้ จะต้องเตรียมเอกสารการทำไบโอเมตทริกซ์ และหนังสือเดินทางตัวจริงที่ใช้ยื่นวีซ่ามาด้วย

สถานที่ (กรุงเทพ): Australian Visa Application Centre – Bangkok Office

  • The Trendy Office Building, 28th Floor
  • Sukhumvit Soi 13, Klongtoey-NuaWattana, Bangkok 10110
  • เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดสถานทูต
  • ช่วงเวลายื่นขอทำ Biometric ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • เวลารับผลการพิจารณา ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์

panorama4-810x43017738_19Apr2016550240_1-1024x682

 

สถานที่ (เชียงใหม่): Australian Visa Application Centre – Chiang Mai Office

  • 191 Siripanich 6B Floor Huaykaew Rd.
  • Suthep Muang Chiang Mai Thailand  50200
  • เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ยกเว้นวันหยุดสถานทูต
  • ช่วงเวลายื่นขอทำ Biometric ตั้งแต่เวลา 08.30 – 14.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • เวลารับผลการพิจารณา ตั้งแต่เวลา 14.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์

 

12001

Advertisements

4 ขั้นตอนที่ต้องทำ เมื่อเดินทางมาเรียนที่ไอร์แลนด์ (ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อไอร์แลนด์ควรอ่าน)

Posted on Updated on

4 ขั้นตอนที่ต้องทำ เมื่อเดินทางไปเรียนที่ไอร์แลนด์

logo470x246 (2)

ประเทศไอร์แลนด์ เป็นอีกหนึ่งประเทศในโซนยุโรปที่มีความสวยงาม ทั้งภูมิประเทศ เเละ วัฒนธรรม ในเรื่องของระบบการศึกษาที่ประเทศไอร์แลนด์ก็ไม่เเพ้ชาติใดในยุโรปโดยสามารถยืนยันจาก สถาบันการศึกษาที่มีชื่อติดอันดับ World Ranking เช่น Trinity College Dublin เเละ University College Dublin 

ประเทศไอร์แลนด์เป็นประเทศที่สื่อสารภาษาอังกฤษ ทั้งในเเละนอกห้องเรียน  นักศึกษาทั้งในเเละต่างประเทศที่มาเรียนที่ไอร์แลนด์ ต่างประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเป็นของตัวเอง โดย ประชากรที่นี่มีอัตราการเป็นเจ้าของกิจการมากที่สุดในสหภาพยุโรป เเม้กระทั่งบริษัทระดับโลก อย่าง Google, Facebook เเละ Apple เลือก ประเทศไอร์แลนด์ เป็นสำนักงานใหญ่ในสหภาพยุโรป

หลังจากวีซ่านักเรียนผ่าน และเดินทางไปถึงไอร์แลนด์เรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องทำสิ่งต่อไปนี้ เพื่อสิทธิ และผลประโยชน์ในอนาคต ทั้งเรื่องของสวัสดิการทางสังคม สวัสดิการนักเรียน รวมถึงการทำงานพาร์ททามอย่างถูกกฏหมาย โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1

 

นักเรียนต่างชาติทุกคน จะต้องผ่าน ตรวจคนเข้าเมืองโปรดเตรียมเพื่อยืนยันสถานะวีซ่าของเรา โดยเตรียมเอกสารดังนี้ พร้อมที่จะแสดงต่อเจ้าหน้าที่

  • หนังสือเดินทาง พร้อมหน้าวีซ่า
  • หนังสือรับรองจากทางสถาบัน / มหาวิทยาลัย ที่เราทำการศึกษา
  • หลักฐานการจ่ายค่าเล่าเรียน
  • เอกสารเกี่ยวกับทุนการศึกษา (ถ้ามี)
  • หลักฐานทางการเงิน
  • หลักฐานประกันสุขภาพ
  • เอกสารเกี่ยวกับที่พัก

เมื่อไปถึงหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ต้องชี้แจงวัตถุประสงค์ให้กับทางสถานทูตทราบ หลังจากนั้นสถานทูตจะสแตมป์พาสปอร์ต โดยจะมีอายุชั่วคราว 1 – 3 เดือน

 


2.jpg

 

นักเรียนต่างชาติทุกคน จะต้องลงทะเบียนเป็นผู้พำนักอาศัยชั่วคราว IRP (หรือ GNIB) หลังจากได้รับสแตมป์หน้าพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว โดยลงทะเบียนกับทางสถาบัน / โรงเรียน / มหาวิทยาลัยที่ตนได้ศึกษา ที่ตนเองศึกษา และจะต้องลงทะเบียนก่อนวันหมดอายุของสแตมป์บนหนังสือเดินทาง

ถ้าหากเรียนและอาศัยในกรุงดับลิน

ก่อนที่จะเดินทางขอ จะต้องทำการนัดหมายก่อน สามารถทำการนัดหมายล่วงหน้า 10 สัปดาห์ โดยสามารถทำการจองได้ก่อนที่จะเดินทางไปถึงไอร์แลนด์  คลิ๊กเพื่อทำการนัดหมาย 
  • และเดินทางไปตามวันเวลาที่ทำการนัดหมายตามที่อยู่ด้านล่างนี้
    • Irish Naturalisation and Immigration Bureau
      13-14 Burgh Quay, Dublin 2, Ireland
      Tel: +353 1 666 9130/01
    • เวลาทำการ
      • Mon. to Thurs.: 8.00am – 9.00pm
      • Friday: 8.00am – 6.00pm

หากเรียนและอาศัยนอกกรุงดับลิน

จะต้องไปที่สำนักงานตำรวจท้องถิ่น (Garda Síochána)  ที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะมีบริการสำนักงานทะเบียนอยู่ที่นี่ สามารถขอ IRP ที่สำนักงานทะเบียนทั่วประเทศ คลิ๊กเพื่อตรวจสอบสำนักงานตำรวจท้องถิ่นที่มีบริการสำนักงานทะเบียน 

หลังจากที่ทำการนัดหมายคุณจะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

  • หนังสือเดินทาง พร้อมหน้าวีซ่า
  • Letter of Acceptance ฉบับจริง จากทางโรงเรียน / สถาบัน / มหาวิทยาลัย ที่แสดงให้เห็นว่า คุณได้ทำการลงทะเบียนเรียนหลักสูตรเต็มเวลา โดยต้องมีการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • บัตรประจำตัวนักศึกษา
  • หลักฐานชำระค่าธรรมเนียมค่าเรียน สามารถขอได้จากทาง โรงเรียน / สถาบัน / มหาวิทยาลัย 
  • ประกันสุขภาพ โดยวงเงินขั้นต่ำ €25,000
  • ผู้ที่เข้าเรียนมากกว่า 2 ภาคการศึกษาขึ้นไป จะต้องเปิดบัญชีธนาคารไอริช เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไอร์แลนด์  และต้องมียอดเงินคงเหลืออย่างน้อย €3,000 ในบัญชี
  • ผู้ที่เข้าเรียนน้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา จะต้องมีเงินขั้นต่ำ €500 ต่อเดือน โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารไอริช
  • ชำระเงินค่าธรรมเนียม €300
    • สามารถชำระเป็น บัตรเครดิต / บัตรเดบิต ที่สำนักงานทะเบียน Burgh Quay และนอกเมือง Dublin บางแห่ง
    • ชำระผ่าน  Bank Giro โดยเจ้าหน้าที่จะให้แบบฟอร์ม Bank Giro หลังจากทำ GNIB เสร็จสิ้น หลังจากนั้นเดินทางไปที่ธนาคาร ขอชำระเงิน Giro เก็บใบเสร็จไว้ แล้วแสดงให้กับสำนักทะเบียนเพื่อเป็นหลักฐานการชำระเงิน

เมื่อเสร็จสิ้นการลงทะเบียนคุณจะได้รับบัตร IRP (บัตรอนุญาติพำนักชั่วคราว) โดยจะส่งบัตรไปที่อยู่ที่ระบุในระยะเวลา 10 วันหลังจากสมัคร กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ หากไม่ได้รับตามเวลาที่กำหนด หากทำบัตรหาย หรือถูกขโมย จะต้องแจ้งให้กับสำนักงานตำรวจท้องถิ่น และทำการทำบัตรใหม่


3.jpg

 

หากประสงค์ต้องการเข้าออกประเทศไอร์แลนด์ครั้งเดียว ให้ขอ Single Visa หากประสงค์ต้องการเข้าออกประเทศไอร์แลนด์หลายครั้ง คุณจะต้องขอเป็น Multi Visa ถ้าหากไม่แน่ใจว่าจะเข้าออกประเทศไอร์แลนด์หลายครั้ง ควรจะขอ Multi Visa ไว้ก่อน

โดยจะต้องใช้เอกสารดังต่อไปนี้

  • กรอกใบสมัครให้เรียบร้อย (ดาวน์โหลดใบสมัครคลิ๊กเลย)
  • พาสปอร์ตพร้อมวีซ่า
  • บัตร IRP (อยู่ใน STEP 2) 
  • รูปถ่ายพื้นหลังขาว ขนาดเท่าพาสปอร์ตจำนวน 2 รูป (รูปถ่ายไม่ควรเกิน 6 เดือน)
  • ค่าสมัคร €100 โดยจ่ายผ่าน Bank Draft ระบุชื่อผู้รับเป็นเงิน Department of Justice and Equality (สามารถขอได้จากทางธนาคาร)
    • หมายเหตุ: ไม่รับบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต

 วิธีการสมัคร 

สามารถสมัครได้ 2 ช่องทางคือ

  • สมัครผ่านทางไปรษณีย์
    • ส่งเอกสารทั้งหมดมาที่ The Re-Entry Visa Processing Office, Irish Naturalisation and Immigration Service, Department of Justice & Equality, 13–14 Burgh Quay, Dublin 2 Ireland Tel: +353 1 666 9130/01
  • สมัครด้วยตนเอง ซึ่งจะต้องทำการนัดหมายก่อน  (จองวันเวลานัดหมายคลิ๊กเลย)
    • สถานที่ยื่นที่เดียวกับสถานที่ขอ IRP (หรือ GNIB) 
    • Bureau 13-14 Burgh Quay, Dublin 2, Ireland Tel: +353 1 666 9130/01
      • เวลาทำการ
      • Mon. to Thurs.: 8.00am – 9.00pm
      • Friday: 8.00am – 6.00pm

 


4.jpg

 

บัตร IRP จะหมดอายุทุกๆ 1 ปี หากคุณต้องการอยู่ในไอร์แลนด์ต่อ คุณจะต้องเรียนในหลักสูตรใหม่ในระดับที่สูงขึ้น (กรณีเรียนภาษา อยากต่อหลักสูตรภาษาเหมือนเดิม อนุญาติให้เรียนภาษาได้ 8 เดือน) และจะต้องต่ออายุ IRP ก่อนหมดอายุ หากลืม หรือ IRP หมดอายุ จะส่งผลกระทบต่อวีซ่าของคุณ หนักที่สุดอาจจะต้องออกจากประเทศ ดังนั้น กรุณาตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ที่อยู่ใหม่
  • การศึกษา โรงเรียน / สถาบัน / มหาวิทยาลัย ใหม่
  • ถ้าหากเปลี่ยนชื่อ จะต้องแนบใบเปลี่ยนชื่อด้วย
  • จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการต่ออายุ €300 
  • ประกันสุขภาพ โดยวงเงินขั้นต่ำ 25,000 ยูโร

 


References


“อ่าน การทำงานระหว่างเรียน ประเทศไอร์แลนด์ คลิ๊กเลย”

logo470x246 (2)

เปิดรับสมัครแล้ว เรียนปริญญา ที่โปแลนด์ เริ่มต้นเพียง 80,000 บาท ต่อปี สมัครด่วน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2561 (เริ่มเรียนปีหน้า)

Posted on Updated on

เปิดรับสมัครแล้ว เรียนปริญญา ที่โปแลนด์


logo470x246 (2)

ประเทศโปแลนด์ หรือ สาธารณรัฐโปแลนด์ ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป ด้านทิศตะวันตกจรดกับประเทศเยอรมันนีด้านทิศใต้จรดสาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย ด้านทิศตะวันตกจรดประเทศยูเครน เบลารุส ลิทัวเนีย และรัสเซีย ด้านทิศเหนือจรดกับทะเลบอลติค มีเมืองหลวงชื่อกรุงวอร์ซอ ประชากรทั้งหมดมีประมาณ 38 ล้านคน ใช้สกุลเงิน Zloty (PLN) โดน 1 Zloty มีค่าประมาณ 9 บาท

มาตรฐานการศึกษาของโปแลนด์ ได้รับการยกย่องในระดับสากล การศึกษาที่โปแลนด์ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญผัยครั้งยิ่งใหญ่ในยุโรป คุณจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย

  • การศึกษาประเทศโปแลนด์ ติด1ใน10ของการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก 
  • ความปลอดภัยสูง อัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ 
  • ระบบขนส่งสาธารณะยอดเยี่ยม และนักเรียน จะได้รับส่วนลดในการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ 50%
  • ที่พักในประเทศโปแลนด์ มีหลากหลาย โดยปกติ ค่าที่พักจะอยู่ที่ 150 ยูโร ถึง 550 ยูโร ขึ้นอยู่กับที่พักแต่ละแบบที่นักเรียนเลือก

“อ่าน ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุผล 8 ข้อ ที่ควรมา เรียน & ท่องเที่ยวที่โปแลนด์ คลิ๊กเลย”

“อ่าน ข้อควรรู้ก่อนเดินทางมาเรียนที่โปแลนด์ คลิ๊กเลย”


มหาวิทยาลัยที่แนะนำ

web.jpg

Vistula University  เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปรแลนด์ ด้วยค่าเรียนที่ถูก และตั้งอยู่ในโซนยุโรป จึงเป็นจุดมุ่งหมายของนักเรียนหลายคน หลักสูตรที่นิยมคือ Computer Engineering ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เปิดสอนมาอย่างยาวนาน อาจารย์ผู้สอนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่หลักสูตรที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานคือ บัญชี และการเงิน เนื่องจาก ประเทศโปแลนด์ มีสถาบันการเงินระหว่างประเทศหลายแห่ง 

“อ่านข้อมูลมหาวิทยาลัย Vistula University เพิ่มเติม คลิ๊กเลย”


logo470x246 (2).jpg

Warsaw University of Business and Humanity เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยหลักสูตรที่หลากหลายและครอบคลุมการศึกษาในสาขาการจัดการและโลจิสติกส์ ที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะเรียนทฤษฎี และการปฏิบัติควบคู่กันไป การเรียนส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเจอกับสถานการณ์จริง เช่น การเป็นเจ้าของกิจการ ภาวะผู้นำ การวางแผนกับบริษัทต่างชาติ ส่วนการศึกษาด้านโลจิสติกจะเรียนรู้เกี่ยวกับด้านการปฏิบัติงานการพัฒนาของบริษัทขนส่งเป็นต้น 

“อ่านข้อมูลมหาวิทยาลัย Warsaw University of Business and Humanity เพิ่มเติม คลิ๊กเลย”


logo470x246 (2).jpg

Kozminski University ก่อตั้งในปี 1993 ณ กรุงวอร์ซอ โดยศาสตราจารย์ Andrzej K. Kozminski ในปี 2009 มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในโปแลนด์ที่โด่งดังในหลักสูตร Finance จากนิตยาสาร Financial Times ดำเนินการเรียนการสอนในหลักสูตรภาษาโปลิช และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท MBA และปริญญาเอก เป็นเลิศด้านการเงิน การบิหาร และการจัดการ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัย Kozminski University ยังเป็นโรงเรียนสอนธุรกิจแห่งแรกในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ที่ได้รับการรับรองโดย AACSB, AMBA  และ CEEMAN นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังเป็นสมาชิกของ ELFA (European Law Comprehensive Association) และ EUA (European University Association)

“อ่านข้อมูลมหาวิทยาลัย Kozminiski University เพิ่มเติม คลิ๊กเลย”


 กำหนดการรับสมัครรอบฤดูใบไม้ผลิ (เทอม 2)

    • เปิดรับสมัครภายในเดือน : ตุลาคม – ธันวาคม
    • เปิดเรียน : กุมภาพันธ์ (ของปีถัดไป)

    หมายเหตุ: ผู้สมัคร จะต้องมีผลภาษา ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ กรณีถ้าคะแนนภาษาไม่ถึง จะต้องเรียนปรับภาษาเพิ่ม 1 ปี และจะต้องวางแผนการสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน และเผื่อระยะเวลายื่นวีซ่าอีก 1 เดือน ดังนั้น ควรจะดำเนินเรื่องก่อนเปิดเรียน 3 เดือน จึงจะดีที่สุด

    เอกสารที่ใช้ในการสมัครเรียน

    • หน้า Passport เล่มปัจจุบัน ยังไม่หมดอายุ
    • สำเนาบัตรประชาชน – ID CARD
    • สำเนาทะเบียนบ้าน – House Particular
    • ใบรับรองวุฒิ – Academic Certificate
    • *ทรานสคริปต์ – Transcript
    • ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) – Changed Name Certificate
    • CV/Resume (ถ้ามี)
    • เอกสาร Financial Support Document 
    • ผลภาษาอังกฤษ (ถ้ามี)
    • **Eligibility Statement
    • รูปถ่ายสี ฉากหลัง ของรูปเป็นสีขาว ขนาด กว้าง 3.5 ซม. สูง 4.5 ซม.จำนวน 2 ใบ

     

หมายเหตุ

  • *ทรานสคริปต์ เป็นไปได้ให้ขอเป็นภาษาอังกฤษ
  • **Eligibility Statement เป็นจดหมายจากทางโรงเรียน สำหรับนักเรียนที่เรียนจบ ม.6 เรียบร้อยแล้ว สามารถขอให้ทางโรงเรียนออกจดหมายรับร้องฉบับนี้ได้ (ขอดูตัวอย่างได้จากทางเดอะเบสท์)

หลังจากสมัครเรียน

หลังจากที่ทำการสมัครเรียนแล้ว ทางมหาวิทยาลัยจะตอบรับภายในระยะเวลา 3 วันทำการ หลังจากทางมหาวิทยาลัยตอบรับแล้ว จะต้องชำระค่าสมัครจำนวน 200 ยูโร

หลังจากชำระค่าสมัคร

จะต้องทำการสัมภาษณ์ผ่านทางสไกด์ ซึ่งทางเดอะเบสท์ จะช่วยเตรียมตัวในเรื่องของการสัมภาษณ์ เมื่อสัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางมหาวิทยาลัยจะส่งเอกสารการชำระเงินค่าเรียนสำหรับปีแรก (หลังจากที่เรียนไปแล้ว 1 ปี สามารถขอชำระเป็นรายเทอมได้)

หลังจากชำระค่าเรียนปีแรก

ทางโรงเรียนจะส่งเอกสารตอบรับเพื่อใช้สำหรับยื่นวีซ่า ในขั้นตอนนี้ ทางเดอะเบสท์จะเรียกขอเอกสารเพิ่มเติม และทำการนัดหมายกับสถานทูตโปแลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อทำการยื่นวีซ่า

เงื่อนไขภาษาอังกฤษ

ทางมหาวิทยาลัย ได้มีการกำหนดเงื่อนไขภาษาอังกฤษ ในการรับเข้าเรียน โดย ผู้สมัครจะต้องมีผลคะแนนภาษานี้อย่างใดอย่างหนึ่ง

  • คะแนนภาษาอังกฤษจะต้องเทียบเท่า B2
  • หรือ TOEFL IBT 87
  • หรือ TOEIC 700 
  • หรือ IELTS 6.0

หมายเหตุ: ถ้าหากไม่มีผลภาษาอังกฤษ สามารถเรียนปรับพื้นฐานกับทางมหาวิทยาลัยก่อนได้ โดยค่าเรียนต่อปี 3,000 € (ประมาณ 120,000 ฿) หรือสามารถเลือกเรียนเป็นหลักสูตร Summer ได้

 


วีซ่านักเรียนโปแลนด์

ประเภทของวีซ่า

  • Type A วีซ่าสำหรับแวะพักเพื่อต่อเครื่อง
  • Type C วีซ่าเชงเก้นระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน
  • Type D วีซ่าระยะยาวระยะยาวที่ออกให้ไม่เกินหนึ่งปีกรณีที่เรียนหลักสูตรมากกว่าหนึ่งปี จะต้องขอใบอนุญาตพำนักชั่วคราว Residence Permit

หลักฐานการเงิน

สถานทูตต้องการจดหมายจากธนาคาร (Bank Guarantee Letter ) เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้สนับสนุน (Spenser) มีเงินมากพอที่จะครอบคลุมค่าเล่าเรียน พร้อมทั้ง โชว์สเตทเม้นจากธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนโดยจะต้องโชวหลักฐานการเงิน เป็นยอดเงินคงเหลือของบัญชีออมทรัพย์ หรือกระแสรายวัน จำนวนไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท 

การยื่นขออนุญาตพำนักชั่วคราว 

เมื่อเดินทางมาถึงโปแลนด์แล้ว จะต้องขอรับบัตรประจำตัวชั่วคราว (Residence Permit) เพื่อใช้พิสูจน์ว่าคุณเป็นนักศึกษาที่เดินทางมาเรียนที่โปแลนด์อย่างถูกกฏหมาย นอกจากนี้ ใบอนุญาตินี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีที่เข้าออกประเทศหลายครั้ง โดยครั้งแรกที่ขอรับใบอนุญาติ จะออกให้เป็นระยะเวลา 15 เดือน และสามารถต่ออายุได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาของการศึกษา

หมายเหตุ : คุณจะต้องยื่นขอ Residence Permit ก่อนที่วีซ่าชั่วคราวจะหมดอายุ

ค่าครองชีพประเทศโปแลนด์

ค่าครองชีพเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรป ประเทศโปแลนด์ มีค่าครองชีพประมาณ 385 – 700 € (ประมาณ 14,630 – 26,600 บาท) ซึ่งไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโซนยุโรป และนักเรียนยังประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว

“อ่าน ค่าครองชีพโปแลนด์แพงไหม อยู่ 1 เดือน ใช้เงินเท่าไหร่กัน คลิ๊กเลย”

หลังจากเรียนจบ สามารถอยู่ทำงานได้หรือไม่ ?

วีซ่านักเรียนโปแลนด์ หลังเรียนจบ สามารถขอวีซ่าหางานได้ประมาณ 1 ปี ถ้าหากได้งานแล้ว มีนายจ้างรับรอง สามารถขอ EU Blue Card ซึ่งบัตรนี้ จะมีอายุ 2 ปี และสามารถขอต่ออายุได้อีก 3 ปี โดยจะสามารถทำงาน ได้ 25 ประเทศในยุโรป หลังจากที่อยู่ครบ 5 ปีแล้ว สามารถขอ Permanent Residence (PR) ได้

“อ่าน ทำงานแบบ Full Time ในยุโรป ด้วยบัตร EU Blue Card คลิ๊กเลย”  

logo470x246 (2).jpg

ค่าครองชีพโปแลนด์แพงไหม อยู่ 1 เดือน ใช้เงินเท่าไหร่กัน ?

Posted on Updated on

Cost of living in Poland


logo470x246 (2).jpg

การเรียนที่ประเทศโปแลนด์ นอกจากจะได้เรียนในค่าเรียนที่แสนถูก ยังได้ฝึกภาษาโปลิช เพื่อเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในด้านการงานในอนาคต อกจากนี้ ยังได้มีโอกาสท่องเที่ยวทั่วยุโรปทั้ง 25 ประเทศ

ประเทศโปแลนด์ หรือ สาธารณรัฐโปแลนด์ ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป ด้านทิศตะวันตกจรดกับประเทศเยอรมันนีด้านทิศใต้จรดสาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย ด้านทิศตะวันตกจรดประเทศยูเครน เบลารุส ลิทัวเนีย และรัสเซีย ด้านทิศเหนือจรดกับทะเลบอลติค มีเมืองหลวงชื่อกรุงวอร์ซอ ประชากรทั้งหมดมีประมาณ 38 ล้านคน ใช้สกุลเงิน Zloty (PLN) โดน 1 Zloty มีค่าประมาณ 9 บาท

“อ่าน ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุผล 8 ข้อ ที่ควรมา เรียน & ท่องเที่ยวที่โปแลนด์ คลิ๊กเลย”

“อ่าน ข้อควรรู้ก่อนเดินทางมาเรียนที่โปแลนด์ คลิ๊กเลย”

ประมาณค่าใช้จ่ายประจำเดือนสำหรับใช้ชีวิตในโปแลนด์

ค่าเช่าหอพัก 150 – 350 € (ประมาณ 5,700 – 13,300 บาท)
ค่าอาหาร 100 – 150 € (ประมาณ 3,800 – 5,700 บาท)
ค่าโดยสารสาธารณะ 15 – 20 € (ประมาณ 570 – 760 บาท)
ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเตอร์เน็ต, ค่าโทรทัศน์ 20 – 30 € (ประมาณ 760 – 1,140 บาท)
ค่าอุปกรณ์การศึกษา 30 – 50 € (ประมาณ 1,140 – 1,900 บาท)
ค่าใช้จ่ายสันทนาการ 70 – 100 € (ประมาณ 2,660 – 3,800 บาท)
ประมาณค่าใช้จ่ายใน 1 เดือน 385 – 700 € (ประมาณ 14,630 – 26,600 บาท)

รวมค่าใช้จ่ายรวมค่าที่พักทั้งเดือน

ประมาณ 385 – 700 € (ประมาณ 14,630 – 26,600 บาท) ซึ่งถูกมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโซนยุโรป และนักเรียนยังประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของน้องๆ เลยค่ะ

ตัวอย่างราคาสินค้า

ขนมปัง (1 ก้อน) 0.80 € (ประมาณ 30บาท)
นม (1 ลิตร) 0.70 € (ประมาณ 27 บาท)
ค่าอาหารต่อมื้อ 3.00 € (ประมาณ 114 บาท)
ค่ากาแฟในร้านกาแฟ 2.50 € (ประมาณ 95 บาท)
ค่าตั๋วชมภาพยนตร์ 5.00 € (ประมาณ 190 บาท)

ตัวอย่างค่าเช่าอพาร์ทเม้น

อพาร์ทเม้น (1 เตียง) ในตัวเมือง 361.79 € (ประมาณ 13,748 บาท/เดือน)
อพาร์ทเม้น (1 เตียง) นอกตัวเมือง 271.17 € (ประมาณ 10,305 บาท/เดือน)
อพาร์ทเม้น (3 เตียง) ในตัวเมือง 218.63 € (ประมาณ 8,308 บาท/เดือน)
อพาร์ทเม้น (3 เตียง) นอกตัวเมือง 163.25 € (ประมาณ 6,204 บาท/เดือน)

ตัวอย่างราคาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

กางเกงยีนส์ 1 ตัว 63.71 € (ประมาณ 2,420 บาท)
เสื้อผ้า 1 ตัว  (Zara, H&M, …) 32.14 € (ประมาณ 1,221 บาท)
รองเท้ากีฬา 1 คู่ (Nike, Adidas, …) 64.31 € (ประมาณ 2,444 บาท)
รองเท้าหนังผู้ชาย 1 คู่ 65.09 € (ประมาณ 2,473 บาท)

วีซ่านักเรียนโปแลนด์ทำงานพาร์ททามได้ไหม ?

สามารถทำได้ 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ แต่อาจจะหางานยาก เพราะถ้าเราพูดภาษาโปลิชไม่ได้เลย เขาก็จะไม่รับเข้าทำงานค่ะ ***ดังนั้น โปแลนด์ เป็นประเทศที่เน้นเรียนเป็นหลัก*** เพราะค่าเรียน และค่าครองชีพ ถูกมาก นักเรียนไม่จำเป็นต้องทำงานพาร์ททามเลยค่ะ

หลังจากเรียนจบ สามารถอยู่ทำงานได้หรือไม่ ?

วีซ่านักเรียนโปแลนด์ หลังเรียนจบ สามารถขอวีซ่าหางานได้ประมาณ 1 ปี ถ้าหากได้งานแล้ว มีนายจ้างรับรอง สามารถขอ EU Blue Card ซึ่งบัตรนี้ จะมีอายุ 2 ปี และสามารถขอต่ออายุได้อีก 3 ปี โดยจะสามารถทำงาน ได้ 25 ประเทศในยุโรป หลังจากที่อยู่ครบ 5 ปีแล้ว สามารถขอ Permanent Residence (PR) ได้

“อ่าน ทำงานแบบ Full Time ในยุโรป ด้วยบัตร EU Blue Card คลิ๊กเลย”  

ต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอในการใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์

Posted on Updated on

ต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอในการใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์


Cost of living

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ รวมถึงเกาะเล็ก ๆ จำนวนหนึ่ง มีเมืองหลวงชื่อเวลลิงตัน ประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ 2,000 กิโลเมตร  นิวซีแลนด์กำลังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนที่กำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต 

ค่าครองชีพ เป็นปัจจัยหนึ่งในพิจารณาเข้าอยู่อาศัย ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่เดินทางไปนิวซีแลนด์ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะท่องเที่ยว หรือเรียนต่อ หากต้องการที่จะเรียนต่อเป็นระยะเวลาน้อยกว่าหนึ่งปี ต้องมีเงินอย่างน้อย $1,250 ในแต่ละเดือน (ประมาณ 30,000 บาท) หากจะเรียนที่นิวซีแลนด์เป็นระยะเวลามากกว่าหนึ่งปี จะต้องมีเงินอย่างน้อย $15,000 (ประมาณ 350,000 บาท)  สำหรับใช้ชีวิตในปีแรก เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการใช้ชีวิตที่ประเทศนิวซีแลนด์ ขึ้นอยู่กับเมืองที่เลือกเรียน และที่พักที่เลือกอาศัย มาดูกันว่า แต่ละเมืองหลักๆ ในประเทศนิวซีแลนด์ มีค่าครองชีพขั้นต่ำประมาณเท่าไหร่ 


auckland-2160551_1920.jpg

Auckland

เมืองที่มีขนาดใหญ่ และประชากรหน้าแน่นที่สุดในนิวซีแลนด์ มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ เป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของประเทศนิวซีแลนด์ รวมทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และสถานที่บันเทิงครบทุกรูปแบบ

รายการ ประมาณค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์
ค่าเช่าห้อง Standard $202 (ประมาณ 4,646 บาท)
ค่าอาหาร $64 (ประมาณ 1,472 บาท)
ค่าไฟ $13 (ประมาณ 299 บาท)
ค่าเดินทางสาธารณะ $23 (ประมาณ 736 บาท)
ค่าโทรศัพท์ $5 (ประมาณ 115 บาท)
ค่าอิตเตอร์เน็ต $7 (ประมาณ 161 บาท)
อื่นๆ $20 (ประมาณ 460 บาท)
รวมประมาณค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์ $334 (ประมาณ 7,682 บาท/สัปดาห์)

“แนะนำเมือง Auckland คลิ๊กเลย”


wellington-skyline-twilight-house-houses-housing-GettyImages-625754016-1120.jpg

Wellington

Wellington เป็นเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศิลปะของประเทศนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่กำลังเจริญเติบโต จนด้รับการขนานนามว่า Wellywood

รายการ  ประมาณค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์
ค่าเช่าห้อง Standard $170 (ประมาณ 3,910 บาท)
ค่าอาหาร  $64 (ประมาณ 1,426 บาท)
ค่าไฟ  $14 (ประมาณ 322 บาท)
ค่าเดินทางสาธารณะ  $28 (ประมาณ 644 บาท)
ค่าโทรศัพท์  $5 (ประมาณ 115 บาท)
ค่าอิตเตอร์เน็ต  $7 (ประมาณ 161 บาท)
อื่นๆ  $20 (ประมาณ 460 บาท)
รวมประมาณค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์  $308 (ประมาณ 7,084 บาท/สัปดาห์)

“แนะนำเมือง Wellington คลิ๊กเลย”


2-15.jpg

Christchurch

Christchurch เมืองใหญ่อันดับสามของประเทศนิวซีแลนด์หรือที่รู้จักกันในฐานะเมืองแห่งสวนดอกไม้ มีชื่อเสียงในความเป็นผู้ดีอังกฤษ เป็นเมืองที่มีลักษณะอนุรักษ์นิยม ที่นี่เป็นแหล่งรวมนักผจญภัยกลางแจ้ง เนื่องจากมีกิจกรรมมากมายให้ทำ เช่น การปีนเขา การปั่นจักรยานภูเขา การขี่ม้าและการกระโดดร่ม เป็นต้น

รายการ  ประมาณค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์
ค่าเช่าห้อง Standard  $132 (ประมาณ 3,036 บาท)
ค่าอาหาร  $63 (ประมาณ 1,449 บาท)
ค่าไฟ  $16 (ประมาณ 368 บาท)
ค่าเดินทางสาธารณะ  $25 (ประมาณ 575 บาท)
ค่าโทรศัพท์  $5 (ประมาณ 115 บาท)
ค่าอิตเตอร์เน็ต  $7 (ประมาณ 161 บาท)
อื่นๆ  $20 (ประมาณ 460 บาท)
รวมประมาณค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์  $268 (ประมาณ 6,164 บาท/สัปดาห์)

“แนะนำเมือง Christchurch คลิ๊กเลย”


21369443_1260670674038487_5458353884082687114_n.jpg

Dunedin

ดะนีดินเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ของตนเองด้วยประวัติศาสตร์ของชาวสก๊อตแลนด์ ดะนีดินเป็นชื่อภาษาเกลลิคโบราณของเอดินเบิร์ก โดยยังคงมีหลักฐานของชาวสก๊อตแลนด์ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ในสมัยศตวรรษที่ 18 ให้เห็นในปัจจุบัน รวมถึงมีโรงบ่มวิสกี้ ร้านขายกระโปรงลายสก๊อตและร้านขายแฮกกิสด้วย

รายการ  ประมาณค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์
ค่าเช่าห้อง Standard  $147 (ประมาณ 3,381 บาท)
ค่าอาหาร  $65 (ประมาณ 1,495 บาท)
ค่าไฟ  $15 (ประมาณ 345 บาท)
ค่าเดินทางสาธารณะ  $23 (ประมาณ 529 บาท)
ค่าโทรศัพท์  $5 (ประมาณ 115 บาท)
ค่าอิตเตอร์เน็ต  $7 (ประมาณ 161 บาท)
อื่นๆ  $20 (ประมาณ 460 บาท)
รวมประมาณค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์  $282 (ประมาณ 6,486 บาท/สัปดาห์)

“แนะนำเมือง Dunedin คลิ๊กเลย”


หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายข้างต้น เป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ ที่สามารถดำรงชีพได้ในประเทศนิวซีแลนด์ โดยไม่ได้ทำงานพาร์ททาม ตัวแปรหลักของค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับที่อยู่อาศัยและประเภทที่พักของคุณ เช่น การเช่าอพาร์ทเม้น การเช่าหอพักกับทางสถาบัน หรือการอาศัยอยู่กับ Host Family ซึ่งที่พักบางแห่ง จะมีส่วนลดให้กับนักศึกษาด้วย ดังนั้นควรจะหาที่พักที่คุ้มค่า และตรงตามไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด

วีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์สามารถทำงานพาร์ททามได้

นอกจากนี้ วีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์ ยังสามารถทำงานพาร์ททามเพื่อแบ่งเบาค่าใช้ได้ โดยจะอนุญาตให้คุณทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเต็มเวลาในช่วงวันหยุด ประสบการณ์ในที่ทำงานของนิวซีแลนด์ยังช่วยในการพัฒนาทักษะหลายอย่าง เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การตรงต่อเวลา ทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ และทักษะภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

“ศึกษาบริการจัดหางานสำหรับนักเรียนต่างชาติในนิวซีแลนด์คลิ๊กเลย”

Thumnails

นิวซีแลนด์ถือว่าเป็นประเทศที่มีระบบงานรองรับนักศึกษาหลังเรียนจบที่ยอดเยี่ยม แต่ก็อย่าลืมทำตาม ระเบียบข้อบังคับต่างๆ โดยการเปลี่ยนวีซ่านักเรียนที่อยู่ในมือเป็นประเภท Post Study Work VISA ด้วยนะคะ ซึ่งจะมีอายุสูงสุดถึง 3 ปีเลยค่ะ 

“ศึกษาเงื่อนไขเกี่ยวกับวีซ่าทำงานหลังเรียนจบคลิ๊กเลย”

web

สาจ๋า! มาดูกัน “แพร วทานิกา” เจ้าของแบรนด์ VATANIKA เรียนจบจากไหน? พร้อมรายละเอียดคอร์สเรียน และค่าใช้จ่ายถี่ยิบ! ใครอยากเรียนสายแฟชั่นต้องอ่าน!

Posted on Updated on

logo470x246 (2)

จากกระแสรายการเรียลลิตี้ THIS IS ME VATANIKA ที่โด่งดังในโลกลออนไลน์ จนมีคนพูดถึงอย่างหนาหู ดำเนินรายการโดย คุณ แพร วทานิกา เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายแฟชั่นแนวหน้าของเมืองไทย หลายคนอาจจะรู้จักเธอมาแล้ว แต่บางคนก็อาจจะพึ่งเคยรู้จัก วันนี้ เดอะเบสท์ ขอเผยคอร์สเรียน และค่าใช้จ่ายแบบถี่ยิบ ของแพร วทานิกา ว่าเรียนจบจากที่ไหนถึงประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ !

แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นที่มีชื่อเสียงโด่งดัง VATANIKA เธอค้นพบตัวเองที่ลอนดอน ซึ่งเธอได้ศึกษาเกี่ยวกับแฟชั่นเสื้อผ้าสตรี รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์กระเป๋า และเครื่องประดับ จนกลายมาเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย และก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายแฟชั่นที่ชื่อว่า “VATANIKA”

การเรียนในประเทศอังกฤษเธอได้ให้สัมภาษณ์ว่า เธอเรียนหลายหลักสูตรนาน 7 – 8 ปีเลยทีเดียว เริ่มแรก เธอเรียนระดับ Foundation (หลักสูตรปรับพื้นฐาน) ด้าน Diploma in Art & Designs ที่ Central Saint Martins เป็นระยะเวลา 1 ปี แล้วเรียนต่อในสาขา Women’s Wear  เป็นหลักสูตรที่เกี่ยวกับแฟชั่นเครื่องแต่งกายของผู้หญิงโดยตรง หลังจากนั้นก็ย้ายไปเรียน Product Design and Innovation ที่ London College of Fashion ก่อนเรียนจบเพียง 6 เดือน โดยต้องใช้เวลาเรียนใหม่ทั้งหมด 3 ปี

หลังจากนั้น แพร ได้ก่อตั้งแบรนด์ VATANIKA โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 และได้กลายมาเป็นเป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงชั้นนำของเมืองไทย นอกจากนั้น ดารา นักแสดงสาวฝั่งฮอลลีวูดก็เลือกสวมใส่ชุดของ VATANIKA หลายคน เช่น คาร่า เดอเลวีญ อาเรียน่า แกรนเด เทย์เลอร์ สวิฟต์ เจนนิเฟอร์ โลเปซ เคนดัลล์ เจนเนอร์ จีจี้ ฮาดิด

vatanika002.jpg


รายละลเอียดคอร์สเรียนที่ แพร วทานิกา เรียน มีอะไรบ้าง

มหาวิทยาลัยของ แพร วทานิกา ที่ไปเรียนนั้น เป็นมหาวิทยาลัยด้านแฟชั่นอันดับหนึ่ง ของอังกฤษ สามารถติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้เลยค่ะ  ติดต่อเดอะเบสท์

Foundation Diploma in Art & Designs ที่ Central Saint Martins ค่าเรียนประมาณ 695,700 บาท ( £15,460)

Capture

“รายละเอียดหลักสูตร คลิ๊ก”

หลักสูตรนี้ จะเรียนเกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาแฟชั่น วิธีการสร้างแนวคิดการออกแบบเบื้องต้นและวิธีการออกแบบรูปแบบผ่านต้นแบบ 3D  มอบทักษะเชิงสร้างสรรค์และเชิงปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นนักออกแบบแฟชั่นหรือนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ เมื่อเรียนจบหลักสูตรนี้ส่วนใหญ่แล้วจะได้ทำงานกับบริษัทแฟชั่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกเช่น Burberry, Jaeger และ Jasper Conran เป็นต้น

เปิดรับสมัคร เดือนพฤศจิกายน 2018 เริ่มเรียนในปี 2019 (สามารถเตรียมตัวสมัครเรียนได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2018 เป็นต้นไป) 

เงื่อนไขในการรับเข้า

การสมัครเรียนหลักสูตร Foundation Diploma in Art & Designs ที่ Central Saint Martins จะพิจารณาคุณสมบัติในการรับเข้าดังนี้

  • ต้องเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
  • GCE A Level grade C หรือสูงกว่า (โดยเฉพาะในวิชาศิลปะและการออกแบบที่เกี่ยวข้อง) GCSEs ในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษที่ Grace C หรือสูงกว่า
  • หรือ ผ่านระดับประกาศนียบัตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (BTU) ระดับ 3 หรือประกาศนียบัตรระดับ 3 อื่น ๆ
  • หรือ วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่เทียบเท่าจากสถาบันของสหภาพยุโรป (นักเรียนหลักสูตรอินเตอร์)

เงื่อนไขทางภาษาอังกฤษ

  • IELTS Academic Test for UKVI 5.0 โดยในแต่ละแบนด์ไม่ต่ำกว่า 4.0

 

Fashion Design Technology สาขา Women’s wear ที่ London College of Fashion ค่าเรียนประมาณ 870,750 บาท ต่อปี ( £19,350)

Capture.PNG

“รายละเอียดหลักสูตร คลิ๊ก”

หลักสูตรนี้ จะเรียนเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับผู้หญิงโดยตรง ผู้เรียนจะได้รับทักษะที่จำเป็นต่อการออกแบบ เพื่อการทำงานในอนาคต หลักสูตรนี้จะเน้นเรื่องของแฟชั่นโดยตรง และพัฒนาทักษะการออกแบบ อัตลักษณ์ส่วนบุคคลผ่านงานออกแบบ โดยผสมผสานกับเทคโนโลยี ผู้เรียนจะเข้าใจเสื้อผ้าทั้งรายละเอียด ความคิดสร้างสรรค์การออกแบบ และทักษะการผลิต  เมื่อสำเร็จการศึกษา คุณจะได้รับความรู้และความมั่นใจในการสร้างสรรค์การออกแบบ สามารถประกอบอาชีพเป็นดีไซเนอร์ นักออกแบบ หรือเข้าร่วมการประกวดออกแบบระดับชาติ และระดับนานาชาติ 

เปิดรับสมัคร เดือนพฤศจิกายน 2018 เริ่มเรียนในปี 2019 (สามารถเตรียมตัวสมัครเรียนได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2018 เป็นต้นไป) 

เงื่อนไขในการรับเข้า

การสมัครเรียนหลักสูตร Fashion Design Technology สาขา Women’s wear ที่ London College of Fashion จะพิจารณาคุณสมบัติในการรับเข้าดังนี้

  • ผ่านหลักสูตร Foundation Diploma in Art and Design;
  • หรือผ่านหลักสูตร Extended Diploma ที่ UAL 
  • หรือ วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่เทียบเท่าจากสถาบันของสหภาพยุโรป (นักเรียนหลักสูตรอินเตอร์)
  • ต้องผ่านการสอบ GCSE ในระดับ A* – C
  • ต้องมี Portfolio และมีการสัมภาษณ์

เงื่อนไขทางภาษาอังกฤษ

  • IELTS 6.0 ทุกแบนไม่ต่ำกว่า 5.5 

Cordwainers Fashion Bags and Accessories สาขา Product Design and Innovation ที่ London College of Fashion ค่าเรียนประมาณ 870,750 บาท ต่อปี ( £19,350)

Capture

“รายละเอียดหลักสูตร คลิ๊ก”

หลักสูตรนี้ เป็นหลักสูตรที่เป็นที่ต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมที่สุด ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำกระเป๋า เครื่องหนัง ทุกกระบวนการ รวมถึงคิดค้น การผลิตเครื่องหนักด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนั้น ยังได้ศึกษาเกี่ยวกับทักษะด้านการสื่อสาร การทำธุรกิจ การดำเนินโครงการ การนำเสนองานให้กับบริษัทที่เกี่ยวข้อง คุณจะได้มีโอกาสได้ติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร 

เปิดรับสมัคร เดือนพฤศจิกายน 2018 เริ่มเรียนในปี 2019 (สามารถเตรียมตัวสมัครเรียนได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2018 เป็นต้นไป) 

เงื่อนไขในการรับเข้า

การสมัครเรียนหลักสูตร Cordwainers Fashion Bags and Accessories สาขา Product Design and Innovation ที่ London College of Fashion จะพิจารณาคุณสมบัติในการรับเข้าดังนี้

  • ผ่านหลักสูตร Foundation Diploma in Art and Design;
  • หรือผ่านหลักสูตร Extended Diploma ที่ UAL 
  • หรือ วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่เทียบเท่าจากสถาบันของสหภาพยุโรป (นักเรียนหลักสูตรอินเตอร์)
  • ต้องผ่านการสอบ GCSE ในระดับ A* – C
  • ต้องมี Portfolio และมีการสัมภาษณ์

เงื่อนไขทางภาษาอังกฤษ

  • IELTS 6.0 ทุกแบนไม่ต่ำกว่า 5.5 

การเตรียมตัวเบื้องต้นสำหรับคนที่สนใจอยากไปเรียน

สำหรับขั้นตอนในการไปเรียนนั้นไม่ได้ยุ่งยาก ถ้าหากเรามีเอกสารพร้อม สามารถ สมัครเรียนได้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรวางแผน และเตรียมตัวอย่างสมบูรณ์ที่สุด ดังนั้น ควรติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อเตรียมตัว และวางแผนการสมัครเรียนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน

  1. เตรียมตัวเรื่องผลภาษา (IELTS ตามเงื่อนไขของแต่ละหลักสูตร) ถ้าหากไม่มีผลภาษา ก็ไม่สามารถสมัครเรียนได้ 
  2. เตรียมตัวเรื่องเอกสารการสมัคร และ Portfolio ซึ่งจะต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียน
  3. เตรียมตัวสมัครเรียน ซึ่งถ้าไม่มี 2 ข้อด้านบน จะไม่สามารถสมัครเรียนได้ ระยะเวลาสมัครเรียนจะขึ้นอยู่กับทางมหาวิทยาลัย อาจจะใช้ระยะเวลาพิจารณานานถึง 1 เดือน (พิจารณาและสัมภาษณ์)
  4. วางแผนยื่นวีซ่า ซึ่งควรจะเตรียมตัวยื่นวีซ่าล่วงหน้า 2 เดือนก่อนเปิดเรียน ขั้นตอนนี้ จะสามารถทำได้เมื่อสมัครเรียน และโรงเรียนรับเข้าเรียนเรียบร้อยแล้ว

หมายเหตุ: สำหรับน้องๆ คนไหนที่ยังไม่ได้ภาษา ต้องการจะเรียนภาษาเพิ่มเติม เรามีโรงเรียนสอนภาษาในลอนดอน หรือในอังกฤษ ให้เลือกเรียนหลายโรงเรียน ส่วนถ้าน้องๆ คนไหน ผลภาษาพร้อมเข้าเรียน ก็สามารถสมัครเรียนได้เลย

เหตุผล 8 ข้อ ที่ควรมา เรียน & ท่องเที่ยวที่โปแลนด์

Posted on Updated on

เหตุผล 8 ข้อ ที่ควรมา เรียน & ท่องเที่ยวที่โปแลนด์


logo47)

โปแลนด์ เป็นประเทศที่อยู่ทางตอนกลางของทวีปยุโรป เป็นจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากประเทศมีประวัติศาสตร์และประเพณีอันยาวนาน และมีธรรมชาติ ภูเขา ทะเลสาบอันงดงาม นี่เป็นบทความที่เกี่ยวกับ 8 เหตุผล ที่ควรเลือกมาท่องเที่ยวที่ประเทศโปแลนด์

1. เมืองที่สวยงาม

ประเทศโปแลนด์ ได้รับวัฒนธรรมมาจากหลากหลาย ทำให้เกิดสถาปัตยกรรมอย่างหลากหลายรูปแบบ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผู้คนมาที่โปแลนด์ 

  • Warsaw – เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ที่มีประชากรมากกว่า 1.7 ล้านคน เป็นเมือที่ชาวโปแลนด์จำนวนมากเดินทางมาศึกษาและหาโอกาสในการทำงาน ด้วยสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา 50 แห่งและเป็นศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญ ในอดีตเมืองถูกทำลายเกือบทั้งหมดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันได้มีการปรับปรุง และฟื้นฟูภูมิทัศน์ จนกลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยว และมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ

warsaw-1423864.jpg

  • Kraków – อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์จนถึงปี 1596 ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพันในแต่ละปี ถือเป็นแหล่งกำเนิดของวิทยาศาสตร์โปแลนด์เพราะมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโปแลนด์คือมหาวิทยาลัย Jagiellonian ก่อตั้งเมื่อปีพ. ศ. 1364 ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

royal-601223_1920.jpg

  • Gdańsk – เมืองท่าที่สวยงามที่สุดในประเทศโปแลนด์ มีอุตสาหกรรมการต่อเรื่อที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ลักษณะของเมืองคล้าย อัมสเตอร์ดัม ปราก ฮัมบูร์ก มีประชากรประมาณ 750,000 คน เป็นเมืองเก่าอันสวยงามสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่สงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้นและเป็นที่กำเนิดของขบวนการ Polish Solidarity movement ของโปแลนด์

gdansk-1044857_1920.jpg

  • Wrocław – เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโปแลนด์ มีขนาดใหญ่และสวยงามซึ่ง Wrocław เป็นเมืองที่รู้จักกันดีสำหรับเทศกาลดนตรีและโรงละครรวมถึงสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่คึกคัก

wrocaw-2795259_1920.jpg

  • Poznań – หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโปแลนด์ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งที่สำคัญ งานแสดงสินค้านานาชาติได้จัดขึ้นที่นี่เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 1925 ปัจจุบัน มีการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก และมีจำนวนมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เป็นเมืองที่พัฒนาเร็วที่สุดในโปแลนด์

architecture-3101759_1920.jpg

 

อ่านบทความต่อคลิ๊ก