ข่าวสารอัพเดท

รับสมัครแล้ว!! Young Learner Program เรียนภาษาสำหรับน้องๆ อายุ 13 – 17 ปี สถาบัน NZLC เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์

Posted on Updated on

หลักสูตรเรียนภาษาสำหรับอายุ 13 – 17 ปี Young Learner


logo470x246 (2).jpg

น้องๆ คนไหน ที่กำลังวางแผนเรียนภาษาต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก ประหยัดงบผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเรียนระยะสั้นช่วงปิดเทอม 2 – 4 สัปดาห์ หรือเรียนระยะยาวเพื่อเข้าเรียนไฮสคูว์ 4 – 6 เดือน ถ้าใช่ ศูนยฯ เดอะเบสท์ ขอแนะนำหลักสูตรเรียนภาษาสำหรับอายุ 13 – 17 ปี Young Learner ของสถาบัน New Zealand Language Centre สถาบันสอนภาษาคุณภาพสูง ที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ไม่จำเป็นต้องไปเป็นกรุ๊ป สามารถไปเรียนเดี่ยวๆ หรือไปกับเพื่อนก็ได้

แนะนำเมืองโอ๊คแลนด์ Auckland

เมืองที่มีขนาดใหญ่ และประชากรหน้าแน่นที่สุดในนิวซีแลนด์ มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ เป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของประเทศนิวซีแลนด์ รวมทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ที่สามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็วด้วยระบบขนส่งสาธารณะ แต่ยังแฝงด้วยความเป็นธรรมชาติ และอากาศที่บริสุทธิ์ 

อายุ 13 – 17 ปี ไม่เร็วเกินไป ที่จะไปเรียนภาษานิวซีแลนด์

หลักสูตร Young Learner ของสถาบัน NZLC ได้รับการรับรองโดย NZQA และ The Code of Practice for the Pastoral Care of International Students ซึ่งเป็นหลักข้อปฎิบัติในการดูแลนักเรียนนานาชาติ  เพื่อที่จะได้สนับสนุนให้นักเรียนในด้านการศึกษา และสภาพแวดล้อความปลอดภัย มั่นใจได้ว่า นักเรียนทุกคนมีความปลอดภัย และมีความสุขตลอดระหว่างการศึกษาที่ NZLC 

  • ได้รับการรับรองจาก NZQA 
  • ปลอดภัยและเป็นมิตร ตั้งแต่ก้าวลงจากสนามบิน
  • มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  • มีการทดสอบความก้าวหน้าทางภาษาอังกฤษ และรายงานผลกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ
  • ได้รับใบประกาศนียบัตรเมื่อเรียนจบ
  • มีโรงเรียนและมหาวิทยาลัย รองรับการเรียนต่อถ้าหากน้องๆ สนใจอยากศึกษาต่อนิวซีแลนด์

head

เนื้อหาหลักสูตร

Morning Class – ช่วงเช้า จะเรียนเกี่ยวกับการสื่อสาร และฝึกฝนการใช้ภาษาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เน้น 4 ทักษะ คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ผสมผสานกับโครงสร้าง คำศัพท์และไวยากรณ์ เพื่อกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้

Afternoon Class – ช่วงบ่าย มุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้ตามโครงสร้าง เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การจำลองสถานการณ์จริง เน้นการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนด้วยกัน เพื่อให้ซึมซับกับสภาพแวดล้อมการเรียน และนำไปสู่ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

stuction.jpg

รายละเอียดหลักสูตร Young Leaner ของสถาบัน NZLC

  • ชื่อหลักสูตร – Young Learner General English / High School Preparation 23 ชั่วโมง / สัปดาห์
  • อายุที่รับ – 13 – 17 ปี
  • ระยะเวลาเรียน – ตั้งแต่ 1 – 52 สัปดาห์ (เรียนขั้นต่ำ 2 สัปดาห์)
  • เปิดเรียน – ทุกๆ วันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 
  • สถานที่เรียน – NZLC วิทยาเขต Auckland
  • ขนาดชั้นเรียน – ชั้นเรียนขนาดเล็ก 12 – 16 คน

ตารางเรียน

Screen-Shot-2016-08-12-at-3.32.07-PM-1-e1471008982873.png

ค่าใช้จ่าย

  • 2 สัปดาห์ $1,280 (ประมาณ 29,400 บาท)
  • 4 สัปดาห์ $2,560 (ประมาณ 58,800 บาท)
  • 6 สัปดาห์ $3,840 (ประมาณ 88,300 บาท)
  • 8 สัปดาห์  $5,120 (ประมาณ 117,700 บาท)
  • 12 สัปดาห์ $7,680 (ประมาณ 176,600 บาท)
  • 24 สัปดาห์ $15,360 (ประมาณ 353,200 บาท)

ค่าใช้จ่ายที่รวมแล้ว

  • ค่าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ Young Learner Program
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมตามหลักสูตร 
  • ค่าที่พักแบบโฮสต์แฟมิลี่
    • ค่าโฮสต์
    • ค่าอาหาร 2 มื้อในวันธรรมดา (เช้า – กลางวัน) และ 3 มื้อ ในวันหยุด 
    • กรณีต้องการอาหาร 3 มื้อ ทุกวัน จะมีค่าอาหารเพิ่มเติมสัปดาห์ละ $30

ค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รวม

  • ค่าบริการจัดหาที่พัก $250 (ชำระครั้งเดียวตอนสมัครเรียน)
  • ค่าบริการรถรับส่งสนามบิน $200 (ชำระครั้งเดียวตอนสมัครเรียน)
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า / ค่าประกันสุขภาพ 
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพ – โอ๊คแลนด์ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี (สามารถซื้อเอง หรือให้ทางเดอะเบสท์ จัดหาให้ก็ได้)
    • การบินไทย ไป – กลับ บินตรง ราคาประมาณ 30,000 – 45,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเดินทาง

มีกิจกรรมหลังเลิกเรียน และกิจกรรมสุดสัปดาห์ที่นักเรียนสามารถเข้าร่วมได้

ในทุกๆ วันหลังเลิกเรียน จะมีกิจกรรมให้น้องๆ สามารถเข้าร่วมได้ เช่น สำรวจเมืองโอ๊คแลนด์ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สำคัญต่างๆ ชิมอาหารท้องถิ่น เล่นกีฬา และกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ รวมถึง งาน และเทศกาลสำคัญๆ ที่จะทำให้น้องๆ สนุกสนานไปกับการเรียน

1.jpg

พักกับโฮสต์แฟมิลี่

ข้อดีเมื่อพักกับโฮสต์แฟมิลี่

  • ได้ฝึกภาษา กับเจ้าของภาษาทุกวัน ซึ่งจะทำให้เราเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วค่ะ
  • มีอาหารเตรียมให้เสมอ ส่วนใหญ่จะเป็นมื้อเช้า และมื้อเย็นในวันธรรมดา และสามมื้อในวันหยุด ซึ่งค่าอาหารจะถูกรวมกับค่าเช่าแล้ว ถ้าเราไม่ต้องการในส่วนนี้สามารถเลือก Self-catering คือ หาทานเองได้ค่ะ
  • มีโอกาสได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนชาตินั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้ชีวิต อาหารท้องถิ่นที่ทำกินทั่วไป รวมถึงวัฒนธรรมใหม่ๆ
  • Host Family ส่วนใหญ่ จะมีบริการซักอบรีดให้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ค่ะ
  • ได้ฝึกวินัยไปในตัว เพราะเวลาจะทำอะไรก็ต้องคิดถึงโฮสต์อยู่เสมอ
  • วันหยุดบางครั้ง อาจจะมีโอกาศได้ไปเที่ยวกับ Host ซึ่งจะถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก จะทำให้เราได้ค้นหาสถานที่ใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • บางบ้าน จะมีบริการไปรับส่งนักเรียนด้วยนะคะ และอาจจะช่วยสอนการบ้านให้ทุกเย็นด้วยค่ะ

คำแนะนำ เมือพักกับ Host Family

  • อย่ากลัวที่จะถาม อยากรู้อะไรต้องถามเลยค่ะ สิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ จะได้เข้าใจตรงกันค่ะ
  • การใช้ห้องน้ำสำคัญมากค่ะ ถ้าเลือกบ้านที่มีห้องน้ำส่วนตัวให้ก็ดีไปค่ะ แต่ถ้าต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับเจ้าของบ้าน สิ่งที่แรกต้องคำนึงคือ ความสะอาด และไม่ควรอาบน้ำนานเกินไปค่ะ
  • การช่วยงานบ้าน อาจจะไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่ก็ควรจะทำหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ เช่น ล้างจาน รถน้ำต้นไม้ เป็นต้นค่ะ
  • กรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ต้องกลับดึก หรือไม่กลับ ควรแจ้ง Host ล่วงหน้าด้วยนะคะ

ระยะเวลาในการเตรียมเอกสาร สมัครเรียน และ ยื่นวีซ่า

  1. เราสามารถยื่น ”วีซ่าก่อนวันเริ่มเรียน”ได้ 3 เดือน
  2. วีซ่าผ่านแล้วสามารถเดินทางได้เลย
  3. การเตรียมเอกสาร “ก่อนยื่นขอวีซ่า” ใช้เวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์แล้วแต่ ความพร้อมของเอกสารที่ส่งมา และความยากง่ายของแต่ละเคส
  4. “เมื่อยื่นวีซ่าแล้ว” ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า ปกติประมาณ 30 วันทำการ “นับถัดจากวันที่ยื่น” เร็วสุดที่ 10-20 วันทำการแล้วแต่สถานทูต
  5. เดอะเบสท์แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าประมาณ 3-4 เดือนก่อน ”วันที่อยากเดินทาง” จะโอเคที่สุดค่ะ (ช้าสุดไม่ควรจะเกิน 1 เดือนครึ่งค่ะ)

กฏง่ายๆ ที่นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติ

แน่นอนอยู่แล้วว่า เรามีกฏที่นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคนในระหว่างการศึกษา ถ้าหากนักเรียนคนใดคนหนึ่ง ไม่ปฏิบัติตามกฏ จะมีจดหมายแจ้งเตือนเกี่ยวกับพฤติกรรมไปยังผู้ปกครอง และเด็ก ถ้าหากมีพฤติกรรมที่ไม่สามารถยอมรับได้ หรือมีพฤติกรรมที่รุนแรง นักเรียนจะถูกส่งกลับ ดังนั้น นักเรียนทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด

  1. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  2. ห้ามสูบบุหรี่
  3. ห้ามพูดคำหยาบ หรือแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม
  4. ต้องมีความสุภาพทั้งอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่ และอยู่ที่โรงเรียน
  5. ต้องมาโรงเรียนก่อน 9:00 น. 
  6. ต้องกลับบ้านก่อน 6:00 น. เท่านั้น

ถ้าหากนักเรียนไม่สามารถมาเรียนได้

  • หากรู้สึกป่วยหรือไม่สบาย ไม่สามารถมาเรียนได้ นักเรียนจะต้องรายงาน โฮสต์แฟมิลี่และทางโรงเรียน ก่อนเวลา 8:45 น. โดยรายงานผ่านโทรศัพท์ ข้อความ อีเมลล์ ตามสะดวก
  • กรณีนักเรียนขอเลิกเรียนก่อนเวลา จะต้องมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลว่าทำไมถึงเลิกเรียนก่อนเวลา 
  • หากรู้สึกไม่มีความสุขในการเรียน กรุณาติดต่อฝ่ายบริการนักเรียน เราจะช่วยเหลือคุณอย่างสุดความสามารถ

ถ้าหากนักเรียนจำเป็นต้องกลับหลังเวลา 6:00 น.

เราอนุญาติให้กลับบ้านหลัง 6:00 น. ได้ ก็ต่อเมื่อ ผู้เรียน ได้ทำกิจกรรมกับทางสถาบัน NZLC และได้รับการรายงานไปถึงโฮสแฟมิลี่ เรียบร้อยแล้ว แต่กิจกรรมของเรา จะเสร็จก่อน 9:00 น. อย่างแน่นอน ดังนั้น นักเรียนจะไม่กลับเกินเวลานี้ โดย ทางสถาบัน NZLC จะแจ้งนักเรียน ถ้าหากมีกิจกรรม อย่างน้อย 1 วัน

ถ้าหากต้องการพักผ่อน กับเพื่อน หรืออยากท่องเที่ยวกับเพื่อหลังเลิกเรียน จะต้องติดต่อกับทางสถาบัน อย่างน้อง 1 วัน เพื่อให้ทางสถาบันประสานงานกับ โฮสต์แฟมิลี่ ซึ่งจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำถามต่อไปนี้

  • คุณจะไปที่ไหน ?
  • คุณจะอยู่กับใคร ?
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ?
  • คุณจะกลับบ้านอย่างไร ?

ถ้าหากนักเรียนจำเป็นต้องพักค้างคืนนอกบ้าน

คุณจะได้รับอนุญาติค้างคืนได้ก็ค่อเมื่อพักอยู่กับบิดา มารดา หรือผู้ดูแลตามกฏหมาย เท่านั้นโดยจะต้องทำการแจ้งให้กับทางโรงเรียนทราบอย่างน้อย 3 วัน และจะต้องส่งจดหมายอนุญาติจากทางครอบครัวให้กับทางสถาบันด้วย (สามารถส่งผ่านอีเมลล์) หลังจากนั้น ทางสถาบันจะตรวจสอบให้แน่ใจว่า คำร้องขอเป็นความจริง ซึ่งจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ ขึ้นอยู่คำถามต่อไปนี้

  • คุณมีเหตุผลอะไรที่ต้องไปค้างคืนที่อื่น ?
  • คนที่คุณไปค้างคืนด้วยคือใคร ?
  • ที่อยู่ที่คุณไปค้างคืนด้วยคือที่ไหน ?
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ?
  • คุณจะกลับบ้านเวลาไหน และกลับอย่างไร ?

การขอหยุดพักร้อน

คุณสามารถขอวันหยุดได้เฉพาะกรณีที่จะต้องเดินทางกลับประเทศ หรือในระหว่างที่พักอาศัยกับผู้ปกครองเท่านั้น ไม่อนุญาติ ให้ผู้เรียนหยุดพักหรือไปท่องเที่ยวด้วยตัวเอง โดยผู้เรียนจะต้องแนบรายละเอียดเกี่ยวกับการขอหยุดพักร้อน เช่น ตั๋วเครื่องบิน

เก็บเงินและของมีค่าให้ปลอดภัย

ทางสถาบันไม่แนะนำให้นักเรียนพกเงินสดมาจำนวนมาก แต่ถ้าหากคุณจำเป็นที่จะต้องพกเงินสด หรือของมีค่ามา ทางสถาบันมีบริการดูแลเงินของคุณ โดยสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่ เพื่อจัดเก็บเงิน และของมีค่าต่างๆ ให้ปลอดภัย และแจกจ่ายให้กับนักเรียนตามความจำเป็น 

การเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ปัจจุบัน สายการบินหลายสายมีบริการพิเศษ ซึ่งจะดูแลเด็กนักเรียนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ตั้งแต่ รับส่งจากสนามบิน คอย บริการตอนอยู่บนเครื่องบิน และ รับส่งถึงมือญาติหรือHost ที่รอรับที่ต่างประเทศ ยกตัวอย่างบริการ Unaccompanied Minors ซึ่งเป็นบริการพิเศษดูแลเด็ก จากการบินไทย

 

ตลอดระยะเวลาที่นักเรียนศึกษาอยู่ที่สถาบัน NZLC เราจะรายงานความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่า นักเรียนปลอดภัย โดย เราจะรายงานผ่านทางเอเจนซี่ และ/หรือ ผู้ปกครองของคุณ สำหรับนักเรียนที่เรียนเกิน 8 สัปดาห์ขึ้นไป เราจะรายงานด้านวิชาการ ความก้าวหน้า ทุกๆ 5 สัปดาห์

– We are Waitng for You –


บทความที่น่าสนใจ

“คลิ๊กเพื่ออ่าน ต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอในการใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์”

"คลิ๊กเพื่ออ่าน ต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอในการใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์"

“คลิ๊กเพื่ออ่าน เปิดรับสมัครแล้ว!! โปรแกรมเรียนภาษา English for Teens สำหรับ อายุ 12 – 16 ปี พักแบบโฮสแฟมิลี่ เรียนที่ชายหาด Bondi เมือง Sydney ออสเตรเลีย”

English for Teens

Advertisements

เรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศ ระยะเวลาเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม

Posted on Updated on

เรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศ ระยะเวลาเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม


logo470x246 (2)

มีนักเรียนหลายคน ที่สอบถามเข้ามาว่า “จะต้องเรียนภาษานานเท่าไหร่” ซึ่งคำถามเหล่านี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะตอบได้ในทันที เพราะว่า มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณเป็นคนที่ไหน เคยเรียนภาษาที่ไหน และทักษะอะไรที่คุณเคยพัฒนามาแล้วบ้าง รวมถึงเป้าหมายในการเรียนของคุณคืออะไร เราะจึงจะประมาณการ การเรียนภาษาอังกฤษเบื้องต้นให้คุณได้

วิธีการวัดระดับภาษาอังกฤษที่เป็นสากล และเป็นที่นิยมมากที่สุดคือ Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้อธิบายระดับความเชี่ยวชาญทางภาษา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในทวีปยุโรป และมีการยอมรับเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก

CEFR ได้รับการใช้งานอย่างกว้างขวางสำหรับการสอนภาษาในทวีปยุโรป รวมทั้งการศึกษาทั่วไปและโรงเรียนสอนภาษาเอกชน ในหลายประเทศใช้ CEFR แทนระบบการวัดระดับที่เคยใช้ในการสอนภาษาต่างประเทศ กระทรวงการศึกษาในยุโรปส่วนใหญ่ระบุเป้าหมายที่อ้างอิงตาม CEFR อย่างชัดเจนสำหรับนักเรียนทุกคนที่สำเร็จระดับมัธยม จะต้องได้ระดับภาษาระดับ B2 สำหรับนักเรียน Domestic และระดับ B1 สำหรับนักเรียน International 

นอกจากนี้ ยังมีการวัดระดับ CEFR สำหรับภาษาอื่นๆ ในยุโรปด้วย ยกตัวอย่างเช่น Alliance Française สำหรับภาษาฝรั่งเศส Instituto Cervantes สำหรับภาษาสเปน หรือ Goethe Institute สำหรับภาษาเยอรมัน 

ทดลองทำข้อสอบออนไลน์ คลิ๊กเลย

CEFR.png

การวัดระดับแบบ CEFR (ลองเปรียบเทียบดูว่าคุณอยู่ในระดับไหน ?)

Elementary – เป็นระดับเริ่มต้น สามารถใช้และคำใจคำพูด คำทักทายทั่วไป รวมถึงคำสั่งง่ายๆ เข้าใจในประโยคง่ายๆ ไม่มีความรู้ด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ 

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR A1
  • TOEFL 0-12
  • Cambridge 100 – 120

Pre Intermediate – ระดับภาษาที่สามารถพูดภายใต้สถานการณ์ที่มีความคุ้นเคยได้ มีความรู้ในด้านไวยากรณ์เล็กน้อย สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ในระดับเริ่มต้น

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR A2
  • TOEFL 13-36
  • IELTS 3.5 – 4.0
  • Cambridge 120 – 140 KET
  • ALTE Level 1

Intermediate – ระดับภาษาที่สามารถสนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจำวันได้ อ่าน และเขียนในเรื่องราวที่มีความคุ้นเคยได้เป็นอย่างดี มีความรู้ด้านไวยากรณ์ปานกลาง และคำศัพท์เล็กน้อย

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR B1
  • TOEFL 37 – 54
  • IELTS 4.5 – 5.0
  • Cambridge 140 – 160 PET
  • ALTE Level 2
  • PTE 43 – 58

Upper Intermediate – ระดับภาษาที่สามารถเข้าใจ และสนทนาในหัวข้อที่มีความคุ้นเคยได้ดี มีความสามารถทางด้านไวยากรณ์สูง และมีความรู้เรื่องคำศัพท์ปานกลาง 

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR B2
  • TOEFL 55 – 74
  • IELTS 5.5 – 6.0
  • Cambridge 160 – 180 FCE
  • ALTE Level 3
  • PTE 59 – 75

Advance – ระดับภาษาที่มีความมั่นใจ และมีความเชี่ยวชาญในด้านการสื่อสาร มีความรู้ด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ระดับสูง มีความเข้าใจกับบทสนทนา หรือสำนวนที่มีความสลับซับซ้อน

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR C1
  • TOEFL 75 – 91
  • IELTS 6.5 – 7.0
  • Cambridge 180 – 200 FCE
  • ALTE Level 4
  • PTE 76 – 84

Proficiency – ระดับภาษาที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา มีความเข้าใจในภาษาพูดและภาษาเขียนที่มีความซับซ้อนได้ดี เข้าใจคำศัพท์เฉพาะทาง และสำนวนได้ดี การพูดมีความเป็นธรรมชาติ คล่องแคล่ว 

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR C2
  • TOEFL 92+
  • IELTS 7.5+
  • Cambridge 200+ CPE
  • ALTE Level 5
  • PTE 85 – 100

ระยะเวลาการเรียนภาษาในแต่ละระดับ

ระดับ CEFR  ระยะเวลาการเรียนภาษา
Elementary (A1)

Pre-Intermediate (A2)

180 – 200 ชั่วโมง (10 สัปดาห์)

Intermediate (B1)

350 – 400 ชั่วโมง (20 สัปดาห์)

Upper Intermediate (B2)

500 – 600 ชั่วโมง (30 สัปดาห์)

Advanced (C1)

700 – 800 ชั่วโมง (40 สัปดาห์)

Proficiency (C2)

1,000 – 1,200 ชั่วโมง (50 สัปดาห์)

อย่างไรก็ตาม การวัดระดับภาษาอังกฤษ ไม่ได้อ้างอิงตามข้างต้นทั้งหมด แน่นอนว่าถ้าเริ่มต้นด้วย Elementary จนถึงระดับ Proficiency อาจจะต้องเรียนประมาณ 1 ปี แต่หลายคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน บางคนเรียนแค่ 2 สัปดาห์ ทักษะภาษาอังกฤษก็สามารถก้าวกระโดดได้ถึง 2 ระดับ หรือบางคนก็หยุดอยู่ที่ระดับเดิม ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนเป็นหลัก 

แล้วจะต้องเรียนภาษากี่สัปดาห์จึงจะเหมาะสม ?

วิธีที่ดีที่สุดคือวัดระดับ CEFR ด้วยตัวคุณเองก่อน โดยเข้ารับการทดสอบได้ฟรีทางออนไลน์ คุณจะมีเวลา 50 นาที ในการทำแบบทดสอบ แต่อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษา มากน้อย ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เรียนเอง สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ สามารถเรียนได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน 1 ปี แล้วแต่เวลาและงบประมาณที่คุณกำหนดไว้

แรงจูงใจเป็นปัจจัยหนึ่งในการเรียนภาษา เช่น อยากเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อ และ เรียนภาษาอังกฤษ เพื่อประกอบธุรกิจกับชาวต่างชาติ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนที่นานมากพอจะคุ้นเคยกับภาษา หรือเรียนภาษาเพื่อท่องเที่ยวในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน อาจจะเรียนแค่ 1 – 2 เดือน ก็เพียงพอแล้ว หรือต้องการที่จะสอบ IELTS ในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยากเรียนภาษาเพื่อเตรียมสอบอาจจะใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 2 – 3 เดือน เป็นต้น

การวัดผลแบบ Cambridge English Scale

เนื่องจากพัฒนาการของบางคนไม่ตรงตามการวัดผลแบบ CEFR หรือ การเรียนภาษาอังกฤษของบางคนเป็นการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทาง เช่น เรียนภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อ เรียนภาษาอังกฤษเพื่อประกอบธุรกิจ จึงมีการวัดผลภาษาอังกฤษแบบ Cambridge English เพื่อวัดระดับภาษาอังกฤษเฉพาะทาง และยังคงอ้างอิงการวัดผลแบบ CEFR เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

126130-cefr-diagram-page-001.jpg
เครื่องมือการวัดไม่ว่าจะเป็น CEFR หรือ Cambridge English เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อช่วยในการวัดระดับภาษาอังกฤษของคุณ ไม่ได้เป็นตัวการันตีความสามารถด้านภาษาอังกฤษของคุณทั้งหมด 

Reference

 

 

เปิดรับสมัครแล้ว!! โปรแกรมเรียนภาษา English for Teens สำหรับ อายุ 12 – 16 ปี พักแบบโฮสแฟมิลี่ เรียนที่ชายหาด Bondi เมือง Sydney ออสเตรเลีย

Posted on Updated on

English for Teens


English for Teens

หากน้องๆ ที่อายุ 12 – 16 ปี ที่ต้องการเรียนภาษาต่างประเทศ ในระยะเวลา 2 – 36 สัปดาห์  ขอแนะนำหลักสูตร English for Teens ของสถาบัน International House Bondi ซึ่งเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้เรียนที่มีอายุระหว่าง 12 – 16 ปีที่สามารถเข้าเรียนได้ตลอดทั้งปี หลักสูตรนี้ จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของน้องๆ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น Elementary (A2) ถึงระดับ Upper Intermediate (B2) เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนปรับภาษาช่วงปิดเทอม อยากเรียนภาษาเพื่อต้องการเรียนต่อ มัธยมศึกษาตอนปลายที่ออสเตรเลีย หรือ นักเรียนที่อยากเรียนไปด้วย ท่องเที่ยวไปด้วยในช่วงปิดเทอม 

IH Bondi Building

ทำไมต้องเลือกเรียนหลักสูตร English for Teens ที่สถาบัน IH Bondi 

  • ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้เรียนอายุระหว่าง 12-16 ปีที่สามารถเริ่มเรียนได้ตลอดทั้งปี
  • บทเรียนที่เป็นนวัตกรรมและการสื่อสารซึ่งดึงดูดนักเรียนและดึงดูดความสนใจของพวกเขาด้วยหัวข้อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยในขณะที่สร้างความรู้ภาษาอังกฤษที่มั่นคง
  • หลักสูตรตั้งแต่ 2 ถึง 36 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักเรียน หลักสูตรทั้งหมดรับประกันการเรียนการสอนในระดับสูงและการดูแลเป็นรายบุคคลสำหรับนักเรียนของเรา
  • สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและบำรุงซึ่งนักเรียนสามารถผ่อนคลายและรู้สึกเหมือนอยู่บ้านขณะเข้าพัก
  • ภาษาอังกฤษสำหรับครูวัยรุ่นจะได้รับการฝึกอบรมจาก TESOL และเป็นครูประถมและมัธยมที่มีประสบการณ์
  • โปรแกรมนี้รวมถึงกิจกรรมที่ได้รับการดูแลภายใต้โรงเรียนที่นักเรียนค้นพบแหล่งท่องเที่ยวด้านการศึกษาและสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของซิดนีย์ในขณะที่ฝึกทักษะภาษาอังกฤษ
  • การให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่นักเรียนแต่ละราย

ความแตกต่างระหว่างเรียนกับ IH Bondi กับสถาบันอื่น

  • ไม่จำเป็นต้องไปเป็นกรุ๊ป สามารถไปเรียนเดี่ยวๆ หรือไปกับเพื่อนได้ ซึ่งสถาบันอื่นต้องไปกันเป็นกลุ่ม 15 – 30 คน
  • เริ่มเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเป็นสถาบันอื่น จะมีวัน เวลา กำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่ จะไม่ตรงกับวันปิดเทอมของเด็กไทย
  • โปรแกรม English for Teens ไม่ใช่ Summer Camp เพราะฉะนั้น จะไม่กำหนด สถานที่ท่องเที่ยว หรือเวลาเข้านอน ตื่นนอน ชัดเจน ผู้เรียน สามารถเลือกทำกิจกรรม หรือท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่โรงเรียนกำหนดให้ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

หลักสูตรภาษาอังกฤษ English for Teens เรียนอะไรบ้าง

  • Premium Studies หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น

    • เรียน 5 ชั่วโมง / วัน  (25 ชั่วโมง / สัปดาห์)
    • Intensive English Course + Cambridge for Schools Exam
    • กิจกรรมหลังเลิกเรียนทุกวัน
    • ได้รับประกาศนียบัตรจาก IH Bondi และ University of Cambridge
  • Standard Studies หลักสูตรภาษาอังกฤษทั่วไป

    • เรียน 5 ชั่วโมง / วัน  (25 ชั่วโมง / สัปดาห์)
    • Intensive English Course
    • กิจกรรมหลังเลิกเรียนทุกวัน
    • ได้รับประกาศนียบัตรจาก IH Bondi

ค่าใช้จ่าย

  • 2 สัปดาห์ $2,250 (ประมาณ 51,750 บาท)
  • 3 สัปดาห์ $3,020 (ประมาณ 69,460 บาท)
  • 4 สัปดาห์ $3,790 (ประมาณ 87,170 บาท)
  • 6 สัปดาห์ $5,330 (ประมาณ 122,590 บาท)
  • 8 สัปดาห์ $6,870 (ประมาณ 158,010 บาท)
  • 12 สัปดาห์ $10,660 (ประมาณ 245,180 บาท)

ค่าใช้จ่ายที่รวมแล้ว

  • รวมรถรับ-ส่งสนามบินถึงที่พัก 
  • รวมค่าที่พักแบบโฮสต์แฟมิลีตลอดระยะเวลาการศึกษา
  • รวมอาหาร
    • เช้า – เย็น ในวันธรรมดา
    • เช้า – กลางวัน – เย็น ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รวม

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า
  • ค่าประกันสุขภาพ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ระยะเวลาในการเตรียมเอกสาร สมัครเรียน และ ยื่นวีซ่า
  1. เราสามารถยื่น ”วีซ่าก่อนวันเริ่มเรียน”ได้ 3 เดือน
  2. วีซ่าผ่านแล้วสามารถเดินทางได้เลย
  3. การเตรียมเอกสาร “ก่อนยื่นขอวีซ่า” ใช้เวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์แล้วแต่ ความพร้อมของเอกสารที่ส่งมา และความยากง่ายของแต่ละเคส
  4. “เมื่อยื่นวีซ่าแล้ว” ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า ปกติประมาณ 30 วันทำการ “นับถัดจากวันที่ยื่น” เร็วสุดที่ 10-20 วันทำการแล้วแต่สถานทูต
  5. เดอะเบสท์แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าประมาณ 3-4 เดือนก่อน ”วันที่อยากเดินทาง” จะโอเคที่สุดค่ะ (ช้าสุดไม่ควรจะเกิน 1 เดือนครึ่งค่ะ)

สิ่งที่จะได้รับจากการเรียนหลักสูตร English for Teens ที่ IH Bondi

  • ได้เรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอย่างเข้มข้น
  • หัวข้อการเรียน ทันสมัย และดึงดูดความสนใจสำหรับเด็กอายุ 12 – 16 ปี
  • ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั่วโลก
  • หลักสูตร Premium Studies ได้รับใบประกาศนียบัตร จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์

ก่อนเริ่มเรียน นักเรียนทุกคนจะได้รับการทดสอบภาษาอังกฤษ เพื่อประเมินโดยเจ้าหน้าที่ และจัดกลุ่มให้เข้ากับคลาสที่มีระดับภาษาใกล้เคียง ทำให้การเรียนรู้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้เรียน

รวมที่พักแบบโฮสต์แฟมิลี่

การอยู่ร่วมกับครอบครัวชาวออสเตรเลียที่เป็นมิตรเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับเด็กวัยทีน เนื่องจาก ได้มีโอกาสฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ได้รับวัฒนธรรมชาวออสซี่ที่แปลกใหม่ และยังได้ลิ้มรองรสชาติอาหารแบบดั้งเดิมของชาวออสซี่อีกด้วย ที่พักแบบโฮสต์แฟมิลี่รวมอาหาร 2 มื้อ ในวัน จันทร์ – ศุกร์ และ 3 มื้อ ในวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ข้อดีเมื่อพักกับโฮสต์แฟมิลี่

  • ได้ฝึกภาษา กับเจ้าของภาษาทุกวัน ซึ่งจะทำให้เราเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วค่ะ
  • มีอาหารเตรียมให้เสมอ ส่วนใหญ่จะเป็นมื้อเช้า และมื้อเย็นในวันธรรมดา และสามมื้อในวันหยุด ซึ่งค่าอาหารจะถูกรวมกับค่าเช่าแล้ว ถ้าเราไม่ต้องการในส่วนนี้สามารถเลือก Self-catering คือ หาทานเองได้ค่ะ
  • มีโอกาสได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนชาตินั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้ชีวิต อาหารท้องถิ่นที่ทำกินทั่วไป รวมถึงวัฒนธรรมใหม่ๆ
  • Host Family ส่วนใหญ่ จะมีบริการซักอบรีดให้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ค่ะ
  • ได้ฝึกวินัยไปในตัว เพราะเวลาจะทำอะไรก็ต้องคิดถึงโฮสต์อยู่เสมอ
  • วันหยุดบางครั้ง อาจจะมีโอกาศได้ไปเที่ยวกับ Host ซึ่งจะถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก จะทำให้เราได้ค้นหาสถานที่ใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • บางบ้าน จะมีบริการไปรับส่งนักเรียนด้วยนะคะ และอาจจะช่วยสอนการบ้านให้ทุกเย็นด้วยค่ะ

คำแนะนำ เมือพักกับ Host Family

  • อย่ากลัวที่จะถาม อยากรู้อะไรต้องถามเลยค่ะ สิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ จะได้เข้าใจตรงกันค่ะ
  • การใช้ห้องน้ำสำคัญมากค่ะ ถ้าเลือกบ้านที่มีห้องน้ำส่วนตัวให้ก็ดีไปค่ะ แต่ถ้าต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับเจ้าของบ้าน สิ่งที่แรกต้องคำนึงคือ ความสะอาด และไม่ควรอาบน้ำนานเกินไปค่ะ
  • การช่วยงานบ้าน อาจจะไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่ก็ควรจะทำหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ เช่น ล้างจาน รถน้ำต้นไม้ เป็นต้นค่ะ
  • กรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ต้องกลับดึก หรือไม่กลับ ควรแจ้ง Host ล่วงหน้าด้วยนะคะ

กิจกรรมประจำวัน

หลังจากเลิกเรียน ทางโรงเรียนจะมิกิจกรรมประจำวันให้ทำทุกวัน กิจกรรมเหล่านี้จัดทำขึ้นเพื่อเสริมสร้างบทเรียนในแต่ละวันและเพื่อช่วยนักเรียนในการพัฒนาภาษาอังกฤษของพวกเขาขณะเดียวกันก็ค้นพบความงามตามธรรมชาติและความเจริญทางวัฒนธรรมที่ Bondi และ Sydney มอบให้

ตัวอย่างกิจกรรมประจำวัน

ตารางกิจกรรม.jpg

Nationality Mix

นักเรียนที่ International House Bondi 44% มาจาก Latin America รองลงมาคือยุโรป อยู่ที่ 34% ส่วนชาวเอเชียค่อนข้างน้อยค่ะอยู่ที่ 19% ซึ่งในจำนวนนี้ มีคนไทยเพียงแค่ประมาณ 2% เท่านั้นเองค่ะ ซึ่งถือว่า คนไทย “น้อยมาก” ถ้าหากน้องๆ คนไหน ที่อยากเรียนภาษากับสถาบันที่คนไทยน้อย International House Bondi ถือว่าตอบโจทย์เลยทีเดียวค่ะ

12

 


the-sea-657043_1920.jpg

ทำความรู้จักกับชายหาด Bondi 

หาด Bondi Beach เป็นหาดที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมสูงสุดของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย อยู่ใกล้กับใจกลางเมืองซิดนีย์เพียง 30 นาที สะดวกต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมเดินทางเดินเท้าที่ทอดยาว 6 กิโลเมตร  ทางทิศใต้ของชายหาด เป็นที่สำหรับนักเล่นเซิร์ฟ และกีฬาทางน้ำ มีผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ชายหาด Bondi ยังเป็นที่ตั้งสำหรับจัดนิทรรศการประติมากรรมกลางแจ้งประจำปี ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีศิลปินกว่า 100 คนทั่วโลก ที่มาแสดงผลงานของตัวเอง เช่น การแกะสลักหินโบราณของชาวอะบอริจิน  และอื่นๆ อีกมากมาย 

ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่ชายหาด Bondi ส่วนมากจะเป็นประชากรชาวออสเตรเลีย คนไทยน้อยมาก แต่ไม่ต้องกังวลกับภาษาอังกฤษ เพราะถือว่าคุณจะได้มีโอกาสในการสนทนาภาษาอังกฤษ กับเจ้าของภาษา ซึ่งจะทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของคุณพัฒนาอย่างก้าวกระโดด 

ทำไมต้องมาเรียนที่ชายหาด Bondi

  • อยู่ติดกับทะเล เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว 
  • เป็นย่านที่เงียบสงบ ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการเรียน
  • มีร้านอาหาร ร้านค้ามากมาย สะดวกต่อการใช้ชีวิต
  • มีศูนย์การค้าใกล้ๆ ที่สามารถเดินไปซื้อของได้ สินค้า และบริการ มีราคาถูกกว่าใจกลางเมืองซิดนีย์
  • มีตลาดที่ชายหาด Bondi ทุกวันอาทิตย์ ที่สามารถจับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของออสเตรเลียได้
  • มีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
  • ห่างจากใจกลางเมืองซิดนีย์เพียง 30 นาที สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง สะดวก และรวดเร็ว

การเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ปัจจุบัน สายการบินหลายสายมีบริการพิเศษ ซึ่งจะดูแลเด็กนักเรียนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ตั้งแต่ รับส่งจากสนามบิน คอย บริการตอนอยู่บนเครื่องบิน และ รับส่งถึงมือญาติหรือHost ที่รอรับที่ต่างประเทศ ยกตัวอย่างบริการ Unaccompanied Minors ซึ่งเป็นบริการพิเศษดูแลเด็ก จากการบินไทย


บทความที่น่าสนใจ

“คลิ๊กเพื่ออ่าน รับสมัครแล้ว!! Young Learner Program เรียนภาษาสำหรับน้องๆ อายุ 13 – 17 ปี สถาบัน NZLC เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์”

logo470x246 (2)

IRD คืออะไร? ใครที่อยากทำงานพาร์ทไทม์ที่นิวซีแลนด์ “ต้องรู้”

Posted on Updated on

IRD Number คืออะไร ?


IRD Number

การทำงานพาร์ททามระหว่างเรียน อาจจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้บางส่วน นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณได้เพื่อนต่างชาติมากมาย การทำงานบางประเทศ มีข้อบังคับที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า คุณได้ทำถูกเงื่อนไขตามกฏของวีซ่า และการทำงานไม่ควรขัดการศึกษาของคุณ

สำหรับวีซ่านักเรียนประเทศนิวซีแลนด์ สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ และเต็มเวลาในช่วงวันหยุด แต่ก่อนที่จะเริ่มทำงาน คุณจะต้องขอหมายเลข IRD หรือ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ซึ่งรายได้ของคุณ จะเชื่อมโยงกับหมายเลขเสียภาษีนี้ หากคุณไม่มีหมายเลข IRD นายจ้างของคุณจะหักภาษีเงินได้ที่อัตราการเสียภาษีสูงสุดที่ 45% 

ทำไมต้องขอ IRD Number

  • เพื่อยื่นเสียภาษีเงินได้ จากการทำงานพาร์ทไทม์
  • สามารถเข้าร่วม KiwiSaver เป็นโครงการ การออมเพื่อการเกษียณอายุ
  • สามารถสมัครขอสินเชื่อ การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา
  • สามารถซื้อขายหรือโอนอสังหาริมทรัพย์ในนิวซีแลนด์
  • สามารถเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ

inland-revenue-og-image

ระบบภาษีเงินได้ในประเทศนิวซีแลนด์ ?

ระบบภาษีเงินได้ในประเทศนิวซีแลนด์ใช้ระบบ Pay as You Earn (PAYE) นั่นก็คือเปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างของคุณจะถูกหักภาษีทันที เป็นกระบวนการอัตโนมัติดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่คุณต้องทำนอกเหนือจากการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้จ่ายเปอร์เซ็นต์ถูกต้องตามเพดานที่เสียภาษี ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นคุณจะต้องการได้รับหมายเลข IRD เพื่อจ่ายเปอร์เซ็นต์ของภาษี ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

คุณจะเสียภาษีเท่าไหร่ ?

  • รายได้ต่อปี: สูงสุด NZ $ 14,000 / จะต้องเสียภาษี 10.5%
  • รายได้ต่อปี: จาก NZ $ 14,001 ถึง NZ $ 48,000 / จะต้องเสียภาษี 17.05%
  • รายได้ต่อปี: จาก NZ $ 48,001 ถึง NZ $ 70,000 / จะต้องเสียภาษี 30%
  • รายได้ต่อปี : NZ $ 70,001 ขึ้นไป / จะต้องเสียภาษี 33%
  • ไม่มีหมายเลข IRD: ต้องเสียภาษี 45% (สูงสุด)

การยื่นขอหมายเลข IRD สำหรับวีซ่านักเรียน

สามารถยื่นขอออนไลน์ได้ที่ “apply for your IRD number online”  หลังจากที่คุณมาถึงนิวซีแลนด์เรียบร้อยแล้ว

เอกสารที่จำเป็น

  • หนังสือเดินทาง
  • หมายเลขวีซ่านิวซีแลนด์
  • บัญชีธนาคารนิวซีแลนด์

หากคุณสมัคร IRD Number ของคุณทางออนไลน์และเลือกตัวเลือกเพื่อรับหมายเลขโดยใช้ข้อความหรืออีเมลระบบจะใช้เวลาสองวันทำการในการรับ IRD Number ของคุณ หากคุณเลือกตัวเลือกในการรับหมายเลข IRD ทางไปรษณีย์อาจใช้เวลาถึง 10 วันทำการในการติดต่อคุณ


บทความที่น่าสนใจ

"คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ"

“คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”

 

Cost of living
“คลิ๊กเพื่ออ่าน ต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอในการใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์”
Student Job Search บริการจัดหางานให้กับนักเรียนต่างชาติ ในนิวซีแลนด์
“คลิ๊กเพื่ออ่าน Student Job Search บริการจัดหางานให้กับนักเรียนต่างชาติ ในนิวซีแลนด์”

Reference

รู้รึยัง ตอนนี้สอบ IELTS ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ได้แล้วนะ รับผลสอบไม่เกิน 7 วัน เปิดวันสอบมากขึ้น สอบจบได้ภายในวันเดียว 

Posted on Updated on

สอบ IELTS ด้วยระบบคอมพิวเตอร์


logo470x246 (2)

IDP Thailand ได้ทำการเปิดรับสามารถสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และแห่งแรกในเอเชียวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 นี้ อย่างไรก็ตามหากผู้เข้าสอบสะดวกสอบ IELTS แบบกระดาษตามเดิม ก็ยังสามารถสมัครสอบได้ตามปกติ สำหรับการสอบบนคอมพิวเตอร์ทางศูนย์สอบจะมีการจัดสอบตามวันและเวลาที่กำหนดเฉพาะเท่านั้น โดยจะปิดรับสมัครก่อนวันสอบ 4 วัน หรือจนกว่าที่นั่งสอบจะเต็ม

รับผลสอบได้อย่างเร็วที่สุดด้วยเวลาเพียง 5 วันทำการ – เปิดวันสอบมากขึ้น ทางเลือกมากขึ้น – สอบจบได้ภายในวันเดียว 

ข้อแตกต่าง

  • ถ้าผู้เข้าสอบเลือกสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์ ผู้เข้าสอบต้องทำข้อสอบทักษะการฟัง การอ่าน และการเขียนบนคอมพิวเตอร์ แต่การสอบพูดยังเป็นการสอบแบบตัวต่อตัวระหว่างผู้เข้าสอบและกรรมการคุมสอบเหมือนเดิม เพราะเราเชื่อว่าการสอบแบบตัวต่อตัวเป็นการทดสอบทักษะการพูดที่ดีที่สุด และคล้ายกับการสนทนาที่ใช้ในชีวิตจริง
  • ในด้านอื่นๆ ของการสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์จะเหมือนกับการสอบ IELTS บนกระดาษทั้งหมด
  • ผลสอบของการสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์จะออกภายใน 5–7 วันหลังจากการสอบในส่วนสุดท้ายเสร็จสิ้นลง

ข้อที่เหมือนกัน

  • เนื้อหา
  • เวลาที่ใช้ในการสอบ
  • ลักษณะของคำถาม
  • การให้คะแนน
  • ข้อตกลงด้านความปลอดภัย
  • การสอบพูดแบบตัวต่อตัว

สำหรับการสอบ IELTS บนระบบคอมพิวเตอร์ เปิดสอบเฉพาะในกรุงเทพเท่านั้น โดยสามารถเช็ควันสอบได้กับทางพี่ๆ เดอะเบสท์เลย

ประเภทของ IELTS

  • IELTS Academic เป็นการทดสอบความพร้อมเพื่อศึกษาต่อในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญาเอก
  • IELTS General Training สำหรับผู้ที่วางแผนใช้ภาษาเพื่อการฝึกอบรมหรือ ทำงานในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อสอบจะใช้วัดความรู้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศนิวซีแลนด์ หรือประเทศออสเตรเลีย
  • IELTS UKVI เป็นการทดสอบ IELTS สำหรับการยื่นขอวีซ่าสหราชอาณาจักร ผลสอบตัวจริงจะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยผลสอบตัวจริงของ IELTS แบบ UKVI จะมีการระบุว่าเป็นการสอบแบบ UKVI บนผลสอบ ส่วนในเรื่องของแนวข้อสอบ, รูปแบบการสอบ, ระดับความยาก-ง่ายของข้อสอบ และเกณฑ์การให้คะแนนยังเหมือนเดิม
  • IELTS Life Skills เป็นการสอบพูด และฟัง เท่านั้น โดยมี 2 ระดับให้เลือกสอบคือ แบบ A1 และ B1 ตามกรอบมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษาจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป Common European Framework of Reference (CEFR)

รายละเอียดการสอบ IELTS ทั้ง 4 ทักษะ

  1. การสอบการฟัง (Listening) 30 นาที
    ผู้สอบต้องฟังเนื้อเรื่องจากเครื่องเล่น CD ซึ่งเนื้อหาจะประกอบไปด้วยการสนทนา และบทพูด รวมทั้งการออกเสียงผู้สอบจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่จะมีเวลาให้ในการอ่านคำถาม และเขียนคำตอบ และในช่วงท้ายจะมีเวลาให้คัดลอกและตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบใน Answer Sheet อีก 10 นาที
  2. การสอบการอ่าน (Reading) 60 นาที
    มีเนื้อเรื่องให้อ่าน 3 บทความ พร้อมด้วยคำถามที่ต้องปฎิบัติตาม ซึ่งเนื่อหาเหล่านี้ได้มาจากหนังสือ นิตยสาร และ หนังสือพิมพ์ ในทุกๆ เรื่องเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ได้เจาะจงเฉพาะทางใดทางหนึ่ง รวมทั้ง 3 บทความ จะมีคำถามทั้งหมดจำนวน 40 ข้อ และให้เวลาทั้งหมด 60 นาที ดังนั้นเวลาในการทำจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณข้อละ 1.5 นาที
  3. การสอบการเขียน (Writing) 60 นาที
    จะแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง ให้เวลา 60 นาที เรื่องแรก คือการเขียนในลักษณะอธิบายข้อมูลที่ให้มาในรูปแบบกราฟ ตาราง แผนผัง เราจะต้องมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่เด่นๆ โดยที่ต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำเป็นอย่างต่ำ เรื่องที่สอง คือ การเขียนเรียงความหรือรายงานอย่างเป็นทางการ และเป็นการแสดงความคิดเห็น การหาทางออก ของปัญหาหรือวิจารณ์หัวข้อที่ให้มา โดยต้องเขียนอย่างน้อย 250 คำ
  4. การสอบการพูด (Speaking) 11-14 นาที
    แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป การใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนที่สอง กรรมการจะมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนพูด 1 นาที โดยจะมีบัตรคำถามมาให้ และจะให้เราพูดคนเดียวประมาณ 3-4 นาที และส่วนสุดท้ายจะมีลักษณะคล้ายกับการพูดโต้ตอบกันในหัวข้อที่ได้จากส่วนที่สอง

ช่องทางการสมัครสอบ IELTS กับเดอะเบสท์

สมัครสอบทาง Facebook

สมัครสอบทาง Line : thebestedu

สมัครสอบทาง Email : contact@thebest-edu.com

สมัครสอบทางโทรศัพท์ : 090-327 3558 , 088-269 5099

เรียนต่อออสเตรเลีย ทำงานพาร์ทไทม์ได้หรือไม่? #อ่านเลย

Posted on Updated on

วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ทำงานพาร์ทไทม์ได้หรือไม่ ?


logo470x246.jpg

อย่างที่ทราบกันว่า วีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย ทางสถานทูต อนุญาติ ให้ทำงานพาร์ทไทม์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า วีซ่าของคุณอนุญาติ ให้ทำงานพาร์ททามระหว่างเรียนได้ นอกจากนี้ การทำงานพาร์ทนอกจากจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบางส่วนในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ที่ออสเตรเลีย ยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนอีกด้วย


สถานทูตออสเตรเลียอนุญาติให้ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน ทำงานพาร์ทไทม์ ได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ (40 Hours / Fortnights) และสามารถทำงานเต็มเวลา ในช่วงปิดภาคการศึกษา


ตัวอย่างการทำงาน

  • สัปดาห์ที่ 1 – ทำงาน 15 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 2 – ทำงาน 25 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 3 – ทำงาน 25 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 4 – ทำงาน 10 ชั่วโมง

เงื่อนไขในการทำงานพาร์ทไทม์

  • ต้องเริ่มเรียนก่อน ถึงสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้
  • วัตถุประสงค์หลักคือไปเรียน การทำงานต้องเป็นรอง
  • สำหรับวีซ่านักเรียนปริญญาโทวิจัย (Research) สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ไม่จำกัด

เงื่อนไขในการทำงานพาร์ทไทม์สำหรับพาร์ทเนอร์

หากคุณเป็นผู้ถือวีซ่านักเรียนคุณและมีสมาชิกในครอบครัว หรือคู่สมรสที่ต้องพำนักอยู่ด้วย จะได้รับอนุญาตให้ทำงานเช่นเดียวกันกับวีซ่าของคุณ แต่จะต้องไม่ละเมิดเงื่อนไขการทำงานที่ใช้กับวีซ่านักเรียนของคุณเช่นกัน

  • สามารถทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์เช่นเดียวกับผู้ถือวีซ่านักเรียน
  • สามารถทำงานได้ตลอดระยะเวลาสถานะของผู้ที่วีซ่านักเรียน
  • ไม่อนุญาติให้ทำงาน ก่อนที่ผู้ถือวีซ่านักเรียนจะเริ่มเรียน
  • สำหรับพาร์ทเนอร์ วีซ่านักเรียนปริญญาโทวิจัย (Research) สามารถทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมงเช่นกัน

พาร์ทเนอร์เป็นใครได้บ้าง

  • คนในครอบครัว (สามี ภรรยา และ บุตร)
  • แฟน ทั้งเพศเดียวกัน และต่างเพศ 

ทำงานอะไรได้บ้าง 

  • ธุรกิจค้าปลีก เช่น ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านขายเสื้อผ้า ตำแหน่งเช่น แคชเชียร์ คลังสินค้า ซึ่งในเมืองใหญ่ๆ มีร้านค้า และห้างสรรพสินค้ามากมาย 
  • งานร้านอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ นักเรียนไทยจะเลือกทำงานด้านนี้ เพราะไม่ต้องใช้ประสบการณ์การทำงาน งานไม่ยาก และสามารถเรียนรู้ได้ และร้านอาหารก็มีหลากหลายประเภทให้เลือก ทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารอิตาเลียน กระจายอยู่ทั่วเมือง โดยสามารถเดินสำรวจตามร้านอาหารที่ใกล้กับสถาบันที่เรียนก่อน 
  • งานพี่เลี้ยงเด็ก ครอบครัวชาวออสเตรเลียจำนวนมาก กำลังมองหานักเรียนต่างชาติ เพื่อเลี้ยงดูบุตรหลานของตน บางคนอาจจะมีที่พักให้ด้วย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ในการใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย แต่ งานประเภทนี้ จะต้องผ่านหลักสูตร Early Childhood และมีประสบการณ์การทำงานกับเด็กมาก่อน 
  • งานจัดส่งอาหาร บริการ Delivery เป็นงานที่นิยมเป็นอันดับสอง รองจากงานร้านอาหาร เนื่องจากไม่ต้องใช้เวลาในการทำงานซ้ำๆ และยังได้ออกไปผจญภัยในซอย มุม ต่างๆ ที่เราอาจจะไม่เคยเห็น แค่เพียงมีรถมอเตอร์ไซค์ หรือจักรยานเป็นของตัวเอง
  • งานทำความสะอาด เป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มผู้หญิง ส่วนใหญ่จะเป็นงานทำความสะอาด บริษัทเอกชน ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษมาก

ยิ่งทักษะภาษาอังกฤษดีขนาดไหน ก็จะสามารถเลือกงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่า รายได้ก็จะยิ่งมากขึ้น ตัวอย่างเช่น งานแผนกต้อนรับ งานเสนอขาย งานบริการลูกค้า นอกจากนั้น ยังมีการฝึกงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียน โดยจะได้รับค่าจ้าง หรือไม่ได้รับค่าจ้าง จะขึ้นอยู่กับสถานที่ฝึกงาน ที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนที่จะฝึกงาน

สิทธิในการทำงานพาร์ททามออสเตรเลีย

ทุกคนที่ทำงานในออสเตรเลียรวมทั้งนักศึกษาต่างชาติทุกคนต่างก็มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานดังนี้

  • ค่าแรงขั้นต่ำ
  • การเรียกร้องเมื่อถูกเลิกจ้างแบบไม่เป็นธรรม (ถูกไล่ออกจากงาน)
  • ช่วงเวลาหยุด และ พัก
  • สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีต่อสุขภาพและปลอดภัย

นายจ้างส่วนใหญ่ในประเทศออสเตรเลียจะอยู่ภายใต้ “คำชี้ขาด” ซึ่งจะกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ และเงื่อนไขสำหรับสายการทำงาน หรือ ในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ท่านจำเป็นต้องมีหมายเลขเสียภาษี Tax File Number (TFN) เพื่อทำงานในประเทศออสเตรเลีย ท่านจะต้องให้หมายเลขเสียภาษี แก่นายจ้างของท่านเพื่อที่ท่านจะไม่ต้องจ่ายภาษีในอัตราสูง “คลิ๊ก เพื่อตรวจสอบสิทธิในการทำงานพาร์ทไทม์ออสเตรเลีย”

การหางานทำ

โอกาสในการได้งานทำ จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่นประสบการณ์การทำงาน ประเภทของงานที่ต้องการ และทักษะด้านภาษาอังกฤษ 

  • หาจากหนังสือพิมพ์ และเว็บหางานออนไลน์
  • บางสถาบันการศึกษาจะมีบอร์ดประกาศตำแหน่งงานและมีแบบออนไลน์ด้วย ดั้งนั้นจึงควรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ให้การสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติเพื่อให้พวกเขาช่วยมองหาตัวเลือกในงานที่สถาบันเสนอ
  • ลงทะเบียนกับบริษัทจัดหางาน ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะช่วยหางานแบบชั่วคราว หรือ งานระยะสั้นให้ได้

ค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศอยู่ที่ 18.93 เหรียญต่อชั่วโมง (Update : 1 July 2018)


4 ขั้นตอน การทำงานอย่างถูกกฏหมายในประเทศออสเตเรลีย

หลังจากที่อ่านเงื่อไขการทำงานพาร์ทไทม์เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องสิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะทำงานพาร์ทไทม์ได้ ต้องทำตามขั้นตอน 4 ขั้นตอน ดังนี้ 

1.jpg

ไม่ว่าจะทำงานพาร์ทไทม์ หรือไม่ทำ ก็ควรจะเปิดบัญชีธนาคาร เพราะจะทำให้เราสะดวกในการรับเงินค่าตอบแทน รวมถึงโอนเงินทั้งใน และต่างประเทศด้วย โดยเมื่อเดินทางไปถึงออสเตรเลียแล้ว ควรทำก่อนเป็นอันดับแรก

ธนาคารที่แนะนำ

  • Commonwealth Bank
  • Australia and New Zealand Banking Group (ANZ)
  • National Australian Bank (NAB)
  • Westpac Bank

เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร

  • หนังสือเดินทาง (Passport)
  • จดหมายรับรองจากสถาบัน (COE)
  • เงินสดไม่ต่ำกว่า $100 สำหรับฝากเงิน (บางธนาคารไม่มีขั้นต่ำ) 

หลังจากเปิดบัญชีธนาคารเรียบร้อยแล้ว เราจะได้สมุดบัญชี ส่วนบัตรเอทีเอ็ม จะถูกจัดส่งมาให้ตามที่อยู่ที่ได้แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ ในระหว่างรอบัตรเอทีเอ็ม หากต้องการใช้เงินสด สามารถใช้สมุดบัญชีไปขอเบิกได้ที่ธนาคารได้

2.jpg

 

 

Tax File Number (TFN)  คือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ส่วนบุคคลของคุณในระบบภาษีและซุปเปอร์ การที่จะทำงานพาร์ทไทม์ ในออสเตรเลียได้ นักเรียน / นักศึกษา ต่างชาติ จะต้องมีหมายเลข TFN เพื่อทำงานหักภาษีจากรายได้ให้กับรัฐบาล โดยขะหักเป็นเปอร์เซ็นจากรายได้ ตามที่ ATO ได้กำหนดไว้

วิธีการขอ TFN

สำหรับลูกค้าเดอะเบสท์ หลังจากที่เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว กรุณาส่งที่อยู่ปัจจุบัน (ในออสเตรเลีย) มาให้ทางเดอะเบสท์ เพื่อจะดำเนินการขอหมายเลข TFN โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หลังจากนั้น ภายใน 2 สัปดาห์ จะมีจดหมายส่งไปให้ที่อยู่ ที่แจ้งให้กับทางเดอะเบสท์ โดยในจดหมาย จะระบุหมายเลข TFN

หมายเหตุ: หากไม่ได้รับหมายเลข TFN หรือย้ายที่พักกระทันหัน กรุณาแจ้งทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อทำการขอหมายเลข TFN ใหม่

3.jpg

ก่อนเริ่มทำงาน จะต้องกรอกข้อมูลเสียภาษี Tax File Number declaration เพื่อที่จะรายงานรายได้ให้กับทางกรมสรรพากร กรอกด้วยปากกาสีน้ำเงินเท่านั้น (โดยปกติแบบฟอร์มนี้ นายจ้างจะเตรียมให้) 

4.jpg

รายได้ จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคาร ที่เราผูกไว้กับ หมายเลข TFN ข้อควรระวัง วีซ่านักเรียนอนุญาติให้ทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ ดังนั้น ไม่แนะนำให้ทำเกินเวลา เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย รวมถึงการรับเงินสดด้วยเพราะถ้าหากตรวจโดนตรวจสอบ จะโดนปรับภาษีย้อนหลัง นอกจากนี้ การทำงานพาร์ทไทม์ จะต้องไม่ขัดต่อการเรียน ถ้าหากขาดเรียน หรือคะแนนชั้นเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน จะโดนรีพอร์ทจากสถานทูต และไม่สามารถต่อวีซ่าได้ หรืออาจจะโดนยกเลิกวีซ่าได้ค่ะ

ถึงแม้ว่า วีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย สามารถทำงานพาร์ทไทม์ ได้ก็จริง แต่อย่าลืมว่า คุณถือวีซ่านักเรียน ดังนั้น ควรจะต้องเน้นการเรียนเป็นหลัก


บทความที่น่าสนใจ

"คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ"
“คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”
#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?
#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?
แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย / นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น
แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย / นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น

 

References

24 พฤษภาคม 61 สัมมนาเรียนต่อ ป.ตรี และ โท กับสถาบัน ICMS เข้าร่วมฟรี พร้อมสมัครทุนการศึกษา

Posted on Updated on

Interview Program: 15 November 2018

International College of Management Sydney (ICMS)


logo470x246 (2).jpg

มหาวิทยาลัย International College of Management, Sydney(ICMS) มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม จากประเทศออสเตรเลีย  ร่วมกับ เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ จัดแนะแนวศึกษาต่อออสเตรเลียให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ

กำหนดการณ์

  • พบกับเจ้าหน้าที่ในวัน พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561
  • เวลา 13.00 -18.00 น.
  • สถานที่ เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ สาขาเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
  • สำรองที่นั่งล่วงหน้าติดต่อ 052 – 081 882 หรือ 090 – 327 3558
จุดเด่นของสถาบัน ICMS
  • เป็นที่ยอมรับของสภาการศึกษาออสเตรเลีย และสถานทูต
  • ปริญญาทุกระดับ ออกให้โดย Macquarie University 
  • หลักสูตรด้านธุรกิจและด้านการโรงแรมของสถาบัน ICMS มีคุณภาพสูงมาก
  • มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาที่พูดได้หลายภาษา เช่น เกาหลี จีน ไทย ญี่ปุ่น สเปน
  • ดำเนินการสอนโดยอาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการสอนทั้งในและนอกประเทศ
  • สถานที่ตั้งที่สวยงาม ห่างจาก Sydney เพียง 30 นาที โดยเรือเฟอร์รี่ ติดกับชายหาด Manly Beach ที่สวยงาม
  • มีโอกาสออกฝึกงาน ระยะเวลากว่า 1200 ชั่วโมงโดยได้รับค่าจ้างมีงานหลากหลายรออยู่หลังจากเรียนจบ
    ได้ฝึกภาษาอย่างเต็มที่มีนักเรียนออสเตรเลียและนานาชาติเรียนมากมาย และคนไทยไม่มาก

อัตราส่วนนักเรียน

มีจำนวน International Students เกือบ 70% ในสถาบัน ICMS หมายความว่านักศึกษาที่ไปเรียนที่นี่จะได้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเพื่อนใหม่ๆจากหลายหลายประเทศที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตหลังสำเร็จการศึกษา

การเรียนการสอนใน ICMS

  • หลักสูตรการเรียนการสอนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
  • การเรียนการสอนและการเรียนรู้จะเน้นให้นักศึกษามีส่วนร่วม โดยเริ่มตั้งแต่ความรู้ขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับสูง
  • ที่ ICMS นักศึกษากับอาจารย์ผู้สอนจะมีความใกล้ชิด มีขนาดห้องเรียนที่นักศึกษาสามารเข้าถึงอาจารย์ได้ง่าย
  • ICMS กระตุ้นให้คุณคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ และการจัดการบริการระดับมืออาชีพ
  • มีการฝึกงานในเทอมสุดท้ายโดยไม่มีการจ่ายค่าเทอม และมีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนจากทางบริษัท

หลักสูตรที่เปิดสอน

ระดับปริญญาตรี

ระดับปริญญาโท

BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT MASTER OF INTERNATIONAL BUSINESS
BACHELOR OF HOSPITALITY MANAGEMENT MASTER OF MANAGEMENT (TOURISM AND HOSPITALITY)
BACHELOR OF EVENT MANAGEMENT MASTER OF MANAGEMENT
BACHELOR OF SPORTS MANAGEMENT MASTER OF EVENT MANAGEMENT
BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT (ACCOUNTING) GRADUATE CERTIFICATE IN EVENT MANAGEMENT
BACHELOR OF INTERNATIONAL TOURISM GRADUATE CERTIFICATE OF BUSINESS
BACHELOR OF PROPERTY (DEVELOPMENT, INVESTMENT AND VALUATION)
BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT (FASHION AND GLOBAL BRAND MANAGEMENT)

ทุนการศึกษา 50%

นอกจากนี้ ICMS ยังมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี 25,000 เหรียญ สำหรับหลักสูตร Hospitality Management, International Tourism, Event Management, Business Management, Sports Management และ Property Management

คุณสมบัติของผู้สมัครระดับปริญญาตรี

  1. มีวุฒิการศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า ด้วยเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0
  2. มีผลคะแนน IELTS Academic 6.0 ไม่มี band ใดๆ ต่ำกว่า 5.5 (นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตร International ไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนภาษา)
  3. เขียน Essay จำนวน 500 คำ โดย 1) แนะนำตัวเองว่าทำไมถึงต้องเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับ ICMS 2) เมื่อเรียนจบแล้วจะช่วยโปรโมทหลักสูตรต่างๆ ให้กับนักเรียนที่สนใจเรียนต่ออย่างไรบ้าง

คุณสมบัติของผู้สมัครระดับปริญญาโท

  1. เรียนจบปริญญาตรีสาขาอะไรก็ได้ หรือเทียบเท่า ด้วยเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0
  2. มีผลคะแนน IELTS Academic 6.5 ไม่มี band ใดๆ ต่ำกว่า 6.0 (นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตร International ไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนภาษา)
  3. เขียน Essay จำนวน 1,000 คำ โดย 1) แนะนำตัวเองว่าทำไมถึงต้องเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับ ICMS 2) เมื่อเรียนจบแล้วจะช่วยโปรโมทหลักสูตรต่างๆ ให้กับนักเรียนที่สนใจเรียนต่ออย่างไรบ้าง

*นักเรียนสามารถยื่นสมัครขอทุนไปก่อนแล้วค่อยยื่นผลคะแนนภาษาภายหลังได้ หรือในกรณีที่ไม่มีผลภาษา สามารถร้องขอเพื่อทดสอบระดับภาษากับทางสถาบันก่อนได้ สถาบันจะประเมิณระดับภาษาของผู้เรียนและกำหนดระยะเวลาเรียนภาษาก่อน ทั้งนี้จะต้องแล้วเสร็จก่อนวันเปิดการศึกษา



Aspire-logo-small.png

Aspire Institute

สำหรับนักเรียนที่ยังไม่มีผลภาษา IELTS หรือสอบไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยจะรับเข้า ทาง ICMS มีศูนย์ภาษา Aspire Institute ที่เปิดสอนหลักสูตรภาษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย

Promotion

English pathway to ICMS – ค่าเรียนภาษาสุดพิเศษสำหรับนักเรียน ICMS (สำหรับคนไทยเท่านั้น)

  • สำหรับนักศึกษาที่ต้องเรียนภาษาเพิ่มเติม รับส่วนลดจากสถาบัน Aspire Institute ดังนี้
    • General English (GE) ภาษาอังกฤษทั่วไป เหลือสัปดาห์ละ 199 AUD
    • Academic English (AEP) ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ เหลือสัปดาห์ละ 239 AUD
  • ค่าใช้จ่ายงวดแรกของนักเรียนทุน จ่ายเพียงค่าเรียนภาษา + 3000 AUD (ค่าลงทะเบียนการศึกษา) เท่านั้น

อ่านข้อมูลของมหาวิทยาลัย คลิ๊ก


เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

สาขาเชียงใหม่ (โครงการ ศุภาลัย มอนเต้ บิซ)

44/44 โครงการศุภาลัย มอนเต้ บิซ หมู่ 5 ถนนเชียงใหม่ – เชียงราย ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000

เปิดทำการ

  • วันจันทร์ – วันเสาร์      09.00 -19.00 น. 

Tel : 052-081 882, 090-327 3558 

Email: contact@thebest-edu.com

 


ontact u