เดือน: พฤศจิกายน 2018

รู้รึยัง ตอนนี้สอบ IELTS ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ได้แล้วนะ รับผลสอบไม่เกิน 7 วัน เปิดวันสอบมากขึ้น สอบจบได้ภายในวันเดียว 

Posted on Updated on

สอบ IELTS ด้วยระบบคอมพิวเตอร์


logo470x246 (2)

IDP Thailand ได้ทำการเปิดรับสามารถสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และแห่งแรกในเอเชียวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 นี้ อย่างไรก็ตามหากผู้เข้าสอบสะดวกสอบ IELTS แบบกระดาษตามเดิม ก็ยังสามารถสมัครสอบได้ตามปกติ สำหรับการสอบบนคอมพิวเตอร์ทางศูนย์สอบจะมีการจัดสอบตามวันและเวลาที่กำหนดเฉพาะเท่านั้น โดยจะปิดรับสมัครก่อนวันสอบ 4 วัน หรือจนกว่าที่นั่งสอบจะเต็ม

รับผลสอบได้อย่างเร็วที่สุดด้วยเวลาเพียง 5 วันทำการ – เปิดวันสอบมากขึ้น ทางเลือกมากขึ้น – สอบจบได้ภายในวันเดียว 

ข้อแตกต่าง

  • ถ้าผู้เข้าสอบเลือกสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์ ผู้เข้าสอบต้องทำข้อสอบทักษะการฟัง การอ่าน และการเขียนบนคอมพิวเตอร์ แต่การสอบพูดยังเป็นการสอบแบบตัวต่อตัวระหว่างผู้เข้าสอบและกรรมการคุมสอบเหมือนเดิม เพราะเราเชื่อว่าการสอบแบบตัวต่อตัวเป็นการทดสอบทักษะการพูดที่ดีที่สุด และคล้ายกับการสนทนาที่ใช้ในชีวิตจริง
  • ในด้านอื่นๆ ของการสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์จะเหมือนกับการสอบ IELTS บนกระดาษทั้งหมด
  • ผลสอบของการสอบ IELTS บนคอมพิวเตอร์จะออกภายใน 5–7 วันหลังจากการสอบในส่วนสุดท้ายเสร็จสิ้นลง

ข้อที่เหมือนกัน

  • เนื้อหา
  • เวลาที่ใช้ในการสอบ
  • ลักษณะของคำถาม
  • การให้คะแนน
  • ข้อตกลงด้านความปลอดภัย
  • การสอบพูดแบบตัวต่อตัว

สำหรับการสอบ IELTS บนระบบคอมพิวเตอร์ เปิดสอบเฉพาะในกรุงเทพเท่านั้น โดยสามารถเช็ควันสอบได้กับทางพี่ๆ เดอะเบสท์เลย

ประเภทของ IELTS

  • IELTS Academic เป็นการทดสอบความพร้อมเพื่อศึกษาต่อในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญาเอก
  • IELTS General Training สำหรับผู้ที่วางแผนใช้ภาษาเพื่อการฝึกอบรมหรือ ทำงานในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อสอบจะใช้วัดความรู้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศนิวซีแลนด์ หรือประเทศออสเตรเลีย
  • IELTS UKVI เป็นการทดสอบ IELTS สำหรับการยื่นขอวีซ่าสหราชอาณาจักร ผลสอบตัวจริงจะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยผลสอบตัวจริงของ IELTS แบบ UKVI จะมีการระบุว่าเป็นการสอบแบบ UKVI บนผลสอบ ส่วนในเรื่องของแนวข้อสอบ, รูปแบบการสอบ, ระดับความยาก-ง่ายของข้อสอบ และเกณฑ์การให้คะแนนยังเหมือนเดิม
  • IELTS Life Skills เป็นการสอบพูด และฟัง เท่านั้น โดยมี 2 ระดับให้เลือกสอบคือ แบบ A1 และ B1 ตามกรอบมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษาจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป Common European Framework of Reference (CEFR)

รายละเอียดการสอบ IELTS ทั้ง 4 ทักษะ

  1. การสอบการฟัง (Listening) 30 นาที
    ผู้สอบต้องฟังเนื้อเรื่องจากเครื่องเล่น CD ซึ่งเนื้อหาจะประกอบไปด้วยการสนทนา และบทพูด รวมทั้งการออกเสียงผู้สอบจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่จะมีเวลาให้ในการอ่านคำถาม และเขียนคำตอบ และในช่วงท้ายจะมีเวลาให้คัดลอกและตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบใน Answer Sheet อีก 10 นาที
  2. การสอบการอ่าน (Reading) 60 นาที
    มีเนื้อเรื่องให้อ่าน 3 บทความ พร้อมด้วยคำถามที่ต้องปฎิบัติตาม ซึ่งเนื่อหาเหล่านี้ได้มาจากหนังสือ นิตยสาร และ หนังสือพิมพ์ ในทุกๆ เรื่องเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ได้เจาะจงเฉพาะทางใดทางหนึ่ง รวมทั้ง 3 บทความ จะมีคำถามทั้งหมดจำนวน 40 ข้อ และให้เวลาทั้งหมด 60 นาที ดังนั้นเวลาในการทำจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณข้อละ 1.5 นาที
  3. การสอบการเขียน (Writing) 60 นาที
    จะแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง ให้เวลา 60 นาที เรื่องแรก คือการเขียนในลักษณะอธิบายข้อมูลที่ให้มาในรูปแบบกราฟ ตาราง แผนผัง เราจะต้องมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่เด่นๆ โดยที่ต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำเป็นอย่างต่ำ เรื่องที่สอง คือ การเขียนเรียงความหรือรายงานอย่างเป็นทางการ และเป็นการแสดงความคิดเห็น การหาทางออก ของปัญหาหรือวิจารณ์หัวข้อที่ให้มา โดยต้องเขียนอย่างน้อย 250 คำ
  4. การสอบการพูด (Speaking) 11-14 นาที
    แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป การใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนที่สอง กรรมการจะมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนพูด 1 นาที โดยจะมีบัตรคำถามมาให้ และจะให้เราพูดคนเดียวประมาณ 3-4 นาที และส่วนสุดท้ายจะมีลักษณะคล้ายกับการพูดโต้ตอบกันในหัวข้อที่ได้จากส่วนที่สอง

ช่องทางการสมัครสอบ IELTS กับเดอะเบสท์

สมัครสอบทาง Facebook

สมัครสอบทาง Line : thebestedu

สมัครสอบทาง Email : contact@thebest-edu.com

สมัครสอบทางโทรศัพท์ : 090-327 3558 , 088-269 5099

Advertisements

เรียนต่อออสเตรเลีย ทำงานพาร์ทไทม์ได้หรือไม่? #อ่านเลย

Posted on Updated on

วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ทำงานพาร์ทไทม์ได้หรือไม่ ?


logo470x246.jpg

อย่างที่ทราบกันว่า วีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย ทางสถานทูต อนุญาติ ให้ทำงานพาร์ทไทม์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า วีซ่าของคุณอนุญาติ ให้ทำงานพาร์ททามระหว่างเรียนได้ นอกจากนี้ การทำงานพาร์ทนอกจากจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบางส่วนในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ที่ออสเตรเลีย ยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนอีกด้วย


สถานทูตออสเตรเลียอนุญาติให้ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน ทำงานพาร์ทไทม์ ได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ (40 Hours / Fortnights) และสามารถทำงานเต็มเวลา ในช่วงปิดภาคการศึกษา


ตัวอย่างการทำงาน

  • สัปดาห์ที่ 1 – ทำงาน 15 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 2 – ทำงาน 25 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 3 – ทำงาน 25 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 4 – ทำงาน 10 ชั่วโมง

เงื่อนไขในการทำงานพาร์ทไทม์

  • ต้องเริ่มเรียนก่อน ถึงสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้
  • วัตถุประสงค์หลักคือไปเรียน การทำงานต้องเป็นรอง
  • สำหรับวีซ่านักเรียนปริญญาโทวิจัย (Research) สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ไม่จำกัด

เงื่อนไขในการทำงานพาร์ทไทม์สำหรับพาร์ทเนอร์

หากคุณเป็นผู้ถือวีซ่านักเรียนคุณและมีสมาชิกในครอบครัว หรือคู่สมรสที่ต้องพำนักอยู่ด้วย จะได้รับอนุญาตให้ทำงานเช่นเดียวกันกับวีซ่าของคุณ แต่จะต้องไม่ละเมิดเงื่อนไขการทำงานที่ใช้กับวีซ่านักเรียนของคุณเช่นกัน

  • สามารถทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์เช่นเดียวกับผู้ถือวีซ่านักเรียน
  • สามารถทำงานได้ตลอดระยะเวลาสถานะของผู้ที่วีซ่านักเรียน
  • ไม่อนุญาติให้ทำงาน ก่อนที่ผู้ถือวีซ่านักเรียนจะเริ่มเรียน
  • สำหรับพาร์ทเนอร์ วีซ่านักเรียนปริญญาโทวิจัย (Research) สามารถทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมงเช่นกัน

พาร์ทเนอร์เป็นใครได้บ้าง

  • คนในครอบครัว (สามี ภรรยา และ บุตร)
  • แฟน ทั้งเพศเดียวกัน และต่างเพศ 

ทำงานอะไรได้บ้าง 

  • ธุรกิจค้าปลีก เช่น ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านขายเสื้อผ้า ตำแหน่งเช่น แคชเชียร์ คลังสินค้า ซึ่งในเมืองใหญ่ๆ มีร้านค้า และห้างสรรพสินค้ามากมาย 
  • งานร้านอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ นักเรียนไทยจะเลือกทำงานด้านนี้ เพราะไม่ต้องใช้ประสบการณ์การทำงาน งานไม่ยาก และสามารถเรียนรู้ได้ และร้านอาหารก็มีหลากหลายประเภทให้เลือก ทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารอิตาเลียน กระจายอยู่ทั่วเมือง โดยสามารถเดินสำรวจตามร้านอาหารที่ใกล้กับสถาบันที่เรียนก่อน 
  • งานพี่เลี้ยงเด็ก ครอบครัวชาวออสเตรเลียจำนวนมาก กำลังมองหานักเรียนต่างชาติ เพื่อเลี้ยงดูบุตรหลานของตน บางคนอาจจะมีที่พักให้ด้วย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ในการใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย แต่ งานประเภทนี้ จะต้องผ่านหลักสูตร Early Childhood และมีประสบการณ์การทำงานกับเด็กมาก่อน 
  • งานจัดส่งอาหาร บริการ Delivery เป็นงานที่นิยมเป็นอันดับสอง รองจากงานร้านอาหาร เนื่องจากไม่ต้องใช้เวลาในการทำงานซ้ำๆ และยังได้ออกไปผจญภัยในซอย มุม ต่างๆ ที่เราอาจจะไม่เคยเห็น แค่เพียงมีรถมอเตอร์ไซค์ หรือจักรยานเป็นของตัวเอง
  • งานทำความสะอาด เป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มผู้หญิง ส่วนใหญ่จะเป็นงานทำความสะอาด บริษัทเอกชน ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษมาก

ยิ่งทักษะภาษาอังกฤษดีขนาดไหน ก็จะสามารถเลือกงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่า รายได้ก็จะยิ่งมากขึ้น ตัวอย่างเช่น งานแผนกต้อนรับ งานเสนอขาย งานบริการลูกค้า นอกจากนั้น ยังมีการฝึกงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียน โดยจะได้รับค่าจ้าง หรือไม่ได้รับค่าจ้าง จะขึ้นอยู่กับสถานที่ฝึกงาน ที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนที่จะฝึกงาน

สิทธิในการทำงานพาร์ททามออสเตรเลีย

ทุกคนที่ทำงานในออสเตรเลียรวมทั้งนักศึกษาต่างชาติทุกคนต่างก็มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานดังนี้

  • ค่าแรงขั้นต่ำ
  • การเรียกร้องเมื่อถูกเลิกจ้างแบบไม่เป็นธรรม (ถูกไล่ออกจากงาน)
  • ช่วงเวลาหยุด และ พัก
  • สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีต่อสุขภาพและปลอดภัย

นายจ้างส่วนใหญ่ในประเทศออสเตรเลียจะอยู่ภายใต้ “คำชี้ขาด” ซึ่งจะกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ และเงื่อนไขสำหรับสายการทำงาน หรือ ในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ท่านจำเป็นต้องมีหมายเลขเสียภาษี Tax File Number (TFN) เพื่อทำงานในประเทศออสเตรเลีย ท่านจะต้องให้หมายเลขเสียภาษี แก่นายจ้างของท่านเพื่อที่ท่านจะไม่ต้องจ่ายภาษีในอัตราสูง “คลิ๊ก เพื่อตรวจสอบสิทธิในการทำงานพาร์ทไทม์ออสเตรเลีย”

การหางานทำ

โอกาสในการได้งานทำ จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่นประสบการณ์การทำงาน ประเภทของงานที่ต้องการ และทักษะด้านภาษาอังกฤษ 

  • หาจากหนังสือพิมพ์ และเว็บหางานออนไลน์
  • บางสถาบันการศึกษาจะมีบอร์ดประกาศตำแหน่งงานและมีแบบออนไลน์ด้วย ดั้งนั้นจึงควรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ให้การสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติเพื่อให้พวกเขาช่วยมองหาตัวเลือกในงานที่สถาบันเสนอ
  • ลงทะเบียนกับบริษัทจัดหางาน ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะช่วยหางานแบบชั่วคราว หรือ งานระยะสั้นให้ได้

ค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศอยู่ที่ 18.93 เหรียญต่อชั่วโมง (Update : 1 July 2018)


4 ขั้นตอน การทำงานอย่างถูกกฏหมายในประเทศออสเตเรลีย

หลังจากที่อ่านเงื่อไขการทำงานพาร์ทไทม์เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องสิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะทำงานพาร์ทไทม์ได้ ต้องทำตามขั้นตอน 4 ขั้นตอน ดังนี้ 

1.jpg

ไม่ว่าจะทำงานพาร์ทไทม์ หรือไม่ทำ ก็ควรจะเปิดบัญชีธนาคาร เพราะจะทำให้เราสะดวกในการรับเงินค่าตอบแทน รวมถึงโอนเงินทั้งใน และต่างประเทศด้วย โดยเมื่อเดินทางไปถึงออสเตรเลียแล้ว ควรทำก่อนเป็นอันดับแรก

ธนาคารที่แนะนำ

  • Commonwealth Bank
  • Australia and New Zealand Banking Group (ANZ)
  • National Australian Bank (NAB)
  • Westpac Bank

เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร

  • หนังสือเดินทาง (Passport)
  • จดหมายรับรองจากสถาบัน (COE)
  • เงินสดไม่ต่ำกว่า $100 สำหรับฝากเงิน (บางธนาคารไม่มีขั้นต่ำ) 

หลังจากเปิดบัญชีธนาคารเรียบร้อยแล้ว เราจะได้สมุดบัญชี ส่วนบัตรเอทีเอ็ม จะถูกจัดส่งมาให้ตามที่อยู่ที่ได้แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ ในระหว่างรอบัตรเอทีเอ็ม หากต้องการใช้เงินสด สามารถใช้สมุดบัญชีไปขอเบิกได้ที่ธนาคารได้

2.jpg

 

 

Tax File Number (TFN)  คือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ส่วนบุคคลของคุณในระบบภาษีและซุปเปอร์ การที่จะทำงานพาร์ทไทม์ ในออสเตรเลียได้ นักเรียน / นักศึกษา ต่างชาติ จะต้องมีหมายเลข TFN เพื่อทำงานหักภาษีจากรายได้ให้กับรัฐบาล โดยขะหักเป็นเปอร์เซ็นจากรายได้ ตามที่ ATO ได้กำหนดไว้

วิธีการขอ TFN

สำหรับลูกค้าเดอะเบสท์ หลังจากที่เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว กรุณาส่งที่อยู่ปัจจุบัน (ในออสเตรเลีย) มาให้ทางเดอะเบสท์ เพื่อจะดำเนินการขอหมายเลข TFN โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หลังจากนั้น ภายใน 2 สัปดาห์ จะมีจดหมายส่งไปให้ที่อยู่ ที่แจ้งให้กับทางเดอะเบสท์ โดยในจดหมาย จะระบุหมายเลข TFN

หมายเหตุ: หากไม่ได้รับหมายเลข TFN หรือย้ายที่พักกระทันหัน กรุณาแจ้งทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อทำการขอหมายเลข TFN ใหม่

3.jpg

ก่อนเริ่มทำงาน จะต้องกรอกข้อมูลเสียภาษี Tax File Number declaration เพื่อที่จะรายงานรายได้ให้กับทางกรมสรรพากร กรอกด้วยปากกาสีน้ำเงินเท่านั้น (โดยปกติแบบฟอร์มนี้ นายจ้างจะเตรียมให้) 

4.jpg

รายได้ จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคาร ที่เราผูกไว้กับ หมายเลข TFN ข้อควรระวัง วีซ่านักเรียนอนุญาติให้ทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ ดังนั้น ไม่แนะนำให้ทำเกินเวลา เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย รวมถึงการรับเงินสดด้วยเพราะถ้าหากตรวจโดนตรวจสอบ จะโดนปรับภาษีย้อนหลัง นอกจากนี้ การทำงานพาร์ทไทม์ จะต้องไม่ขัดต่อการเรียน ถ้าหากขาดเรียน หรือคะแนนชั้นเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน จะโดนรีพอร์ทจากสถานทูต และไม่สามารถต่อวีซ่าได้ หรืออาจจะโดนยกเลิกวีซ่าได้ค่ะ

ถึงแม้ว่า วีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย สามารถทำงานพาร์ทไทม์ ได้ก็จริง แต่อย่าลืมว่า คุณถือวีซ่านักเรียน ดังนั้น ควรจะต้องเน้นการเรียนเป็นหลัก


บทความที่น่าสนใจ

"คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ"
“คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”
#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?
#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?
แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย / นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น
แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย / นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น

 

References

Biometrics ไบโอเมตทริกซ์ คืออะไร ?

Posted on Updated on

Biometrics Collection


logo470x246 (2)

ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล หรือไบโอเมตทริกซ์ (Biometrics) คือ เทคโนโลยีที่สำหรับยืนยันตัวบุคคล โดยผสมผสานเทคโนโลยี ทางด้านชีวภาพ และทางการแพทย์ กับเทคโนโลยีทาง คอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน โดยการตรวจวัดลักษณะทางกายภาพและลักษณะทาง พฤติกรรม ที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละคนมาใช้ในการระบุตัวบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ จึงทำให้มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือสูง การใช้ไบโอเมตริกซ์ ทำให้ผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องใช้ความจำ หรือจำเป็นต้องถือบัตรผ่านใดๆ ทำให้สะดวกและรวดเร็ว ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพกบัตร และต้องจำรหัสผ่าน อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มความปลอดภัย ป้องกันการสูญหายของบัตรผ่าน และไบโอเมตริกซ์ยังยากต่อการปลอมแปลง และยากต่อการลักลอบนำไปใช้

ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป กระทรวงกิจการตรวจคนเข้าเมืองและพิทักษ์เขตแดนจะเริ่มการเก็บข้อมูลด้านไบโอเมตทริกซ์จากผู้สมัครทุกท่านที่สมัครขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ดังนั้นผู้ยื่นขอวีซ่าทุกท่านจำเป็นต้องมาติดต่อที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองซึ่งมีแค่ 2 แห่งในประเทศไทย คือ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ เพื่อสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป

วิธีการทำไบโอเมตทริกซ์สามารถดูได้จากคลิปวิดีโอด้านล่างนี้

[vsw id=”iGqUCkIsIoU” source=”youtube” width=”425″ height=”255″ autoplay=”no”]

เงื่อนไขในการทำไบโอเมตทริกซ์

  • ในประเทศไทยจะถูกขอให้ดำเนินการให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลของตนในขณะที่ยื่นคำขอวีซ่า เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอนั้นได้รับการยกเว้นจากโปรแกรมการให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าทางไปรษณีย์ไปที่สถานทูตวีซ่าออสเตรเลีย หรือที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลีย จะได้รับหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ ให้ท่านเดินทางไปที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองเพื่อให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าทางออนไลน์ จะได้รับหนังสือแจ้งผ่านทางอีเมลล์ ให้ท่านเดินทางไปที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนเองเพื่อให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ในการถ่ายรูปนั้น จะต้องเห็นใบหน้าของท่านโดยชัดเจน 
    • ไม่สามารถให้ผมตกลงมาปรกตาของท่านได้
    • ไม่สวมหมวกหรือผ้าพันคอหรือสิ่งใดๆ ที่จะบดบังใบหน้า ผม หรือคอ (เว้นแต่ในกรณีของการสวมสิ่งคลุมศีรษะตามหลักศาสนาตามรายละเอียดข้างล่างนี้)
    • ถ้าสวมสิ่งคลุมศีรษะหรือคอตามหลักศาสนา จะต้องให้เห็นใบหน้านั้นโดยชัดเจน นับแต่ส่วนล่างของคางไปจนถึงคิ้ว รวมถึงแก้มทั้งสองข้างด้วย ถ้าเป็นไปได้ จะต้องให้เห็นหูทั้งสองข้าง
    • บางครั้งจะต้องถอดแว่นตาหรือคอนแท็กเลนส์ขณะถ่ายภาพ
  • ถ้าปลายนิ้วมือได้รับบาดเจ็บ ควรแจ้งให้ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียทราบว่าเมื่อใดอาการบาดเจ็บนั้นจะหายเป็นปกติดี
  • ถ้ามีการประดับ เช่น การเจิมหน้าผาก (Mehdi) ควรแจ้งให้ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียทราบ ในขณะที่ยื่นคำขอวีซ่าว่าจะทำการสแกนได้หรือไม่อย่างไร
  • ถ้าปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล คำขอวีซ่าจะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ และจะถูกรายงานไปยังสถานทูตออสเตรเลียต่อไป

เอกสารที่ต้องใช้ในการทำไบโอเมตทริกซ์

  • เอกสารสำหรับทำไบโอเมตริก IMMI s257A (s40) Requirement to Provide PIDs จะได้หลังจากที่ยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว
  • หนังสือเดินทางเล่มจริง ที่ใช้ในการขอวีซ่า (ไม่สามารถใช้สำเนาได้)
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบนัด VIF – Appointment Letter
  • ค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 851.- บาท ค่าธรรมเนียมสามารถชำระเป็นเงินสด หรือแคชเชียร์เช็ค หรือแบงค์ดราฟท์ธนาคาร ที่สั่งจ่ายในนาม บริษัท วีเอฟเอส (ประเทศไทย) จำกัด
  • ผู้เยาว์ที่อายุ 16 ปีและ 17 ปีต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายให้ความยินยอมในการเดินทางด้วย
  • ผู้เยาว์ที่อายุ 5 ปี ถึง 15 ปีต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายมาให้ความยินยอมในการเดินทางด้วย และ จำเป็นต้องมีบิดามารดา/ผู้ปกครองตามกฎหมายอยู่ด้วยในขณะให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล

ขั้นตอนในการขอยื่นวีซ่าด้วยตนเอง

  1. เมื่อไปถึงศูนย์บริการ VFS ให้ปิดเสียงเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด (ใช้ระบบสั่น) และรับหมายเลขคิวรอจนกว่าจะถึงคิวตนเอง
  2. นำเอกสาร (ฟอร์มทำ Biometric, ใบนัดและ Passport ตัวจริง) ไปยื่นที่เจ้าหน้าที่ พร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่แจ้งไว้ข้างต้น
  3. เริ่มทำขั้นตอนเก็บข้อมูลไบโอเมตทริกซ์ (สแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปเก็บอัตลักษณ์ตัวตน)
    • การสแกนลายนิ้วมือแบบเลขสิบหลักด้วยเครื่องสแกนนิ้วมือดิจิตอล (หากกรณีที่ปลายนิ้วเป็นแผลหรือได้รับบาดเจ็บ ท่านควรแจ้งให้ศูนย์ ยื่นวีซ่า ออสเตรเลียทราบว่าเมื่อใดอาการบาดเจ็บนั้นจะหายเป็นปกติดี)
    • การเก็บภาพใบหน้าด้วยกล้องถ่ายรูประบบดิจิตอล (ในการถ่ายรูปนั้น จะต้องเห็นใบหน้าของท่านโดยชัดเจน ห้ามให้ผมลงมาปรกตาหรือมีสิ่งใดๆมาบดบังใบหน้า และห้ามใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์)
    • เมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านถ่ายรูปหรือแสกนใบเสร็จส่งมาให้ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อที่จะได้ตรวจสอบสถานภาพและผลการยื่นวีซ่าของท่าน

*หมายเหตุ:

  • จะต้องทำการนัดคิวล่วงหน้ากับทาง VFS ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ก่อนเดินทางไปทำไบโอเมตทริกซ์ (ในส่วนของการนัดคิวทำไบโอเมตทริกซ์ ศููนย์ฯ เดอะเบสท์จะทำนัดให้)
  • ในวันที่เดินทางไปทำ Biometrics ต้องใช้ หนังสือเดินทางตัวจริง และบัตรประชาชนตัวจริง  หากไม่ได้นำหนังสือเดินทางเล่มจริงมา จะไม่สามารถทำไบโอเมตทริกซ์
  • ในกรณีที่มีความประสงค์จะใช้บริการห้องรับรองพิเศษ ค่าบริการห้องรับรองพิเศษคนละ 3,000 บาท กรุณาทำการนัดหมายล่วงหน้า
  • วันเสาร์ เวลา 09.30 – 12.30 น. ค่าดำเนินการในการยื่นขอวีซ่าในวันเสาร์คือ 2,100 บาทต่อท่านและจำเป็นต้องนัดหมายก่อนล่วงหน้า
  • การแต่งกาย ควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย สวมเสื้อคอปกเนื่องจากจะมีการถ่ายรูปบันทึกข้อมูลไว้ด้วย

ผู้ที่ไม่ต้องทำไบโอเมตทริกซ์

  • พลเมืองของประเทศออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศออสเตรเลีย และพลเมืองประเทศนิวซีแลนด์ จะถูกยกเว้นจากการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้ยื่นคำขอวีซ่าประเภท Australian Declaratory Visa หรือวีซ่าพลเมืองออสเตรเลีย และผู้ถือบัตรเดินทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card) จะถูกยกเว้นไม่ต้องให้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล
  • ผู้เยาว์ที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี บุคคลที่ไม่สามารถให้ความยินยอมด้วนตนเองได้ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายอันทำให้ไม่สามารถดำเนินการสแกนนิ้วมือได้ จะถูกขอให้ถ่ายรูปใบหน้าเท่านั้นสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าทางออนไลน์

สถานที่ทำ Biometrics ในประเทศไทย


 นอกจากนี้ จะต้องเตรียมเอกสารการทำไบโอเมตทริกซ์ และหนังสือเดินทางตัวจริงที่ใช้ยื่นวีซ่ามาด้วย

สถานที่ (กรุงเทพ): Australian Visa Application Centre – Bangkok Office

  • The Trendy Office Building, 28th Floor
  • Sukhumvit Soi 13, Klongtoey-NuaWattana, Bangkok 10110
  • เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดสถานทูต
  • ช่วงเวลายื่นขอทำ Biometric ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • เวลารับผลการพิจารณา ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์

panorama4-810x43017738_19Apr2016550240_1-1024x682

 

สถานที่ (เชียงใหม่): Australian Visa Application Centre – Chiang Mai Office

  • 191 Siripanich 6B Floor Huaykaew Rd.
  • Suthep Muang Chiang Mai Thailand  50200
  • เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ยกเว้นวันหยุดสถานทูต
  • ช่วงเวลายื่นขอทำ Biometric ตั้งแต่เวลา 08.30 – 14.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • เวลารับผลการพิจารณา ตั้งแต่เวลา 14.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์

 

12001