เดือน: ตุลาคม 2018

ค่าครองชีพประเทศอังกฤษแพงไหม ? อยู่อังกฤษ 1 เดือน เตรียมเงินเท่าไหร่

Posted on Updated on

ค่าครองชีพประเทศอังกฤษ


logo470x246 (2)

ในฐานะนักเรียนต่างชาติ คำถามหนึ่งที่ยังคงเป็นคำถามยอดนิยม สำหรับเด็กนักเรียนในอังกฤษคือ  ค่าครองชีพในอังกฤษแพงไหม แน่นอนว่า นักเรียนทุกคนจะต้องกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าเรียนในโรงเรียน / มหาวิทยาลัย ค่าเช่า ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสันทนาการต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ที่คุณจะวางแผนจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ก่อนที่จะเดินทางไปเรียนต่ออังกฤษ เพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลัง

ค่าครองชีพในอังกฤษจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเมืองที่คุณอาศัย

แน่นอนว่าถ้าหากคุณตัดสินใจที่จะอาศัยอยู่ในลอนดอน คุณจะต้องเตรียมเงินมากกว่าเมืองอื่นๆ ในอังกฤษ เนื่องจาก เมืองลอนดอนเป็นเมืองที่ติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก แต่ถ้าหากอยากจะประหยัดค่าใช้จ่าย ลองมองเมืองอื่นๆ ที่อยู่รอบนอกจากลอนดอน เช่น Brighton, Manchester, Liverpool ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น 

  • ค่าเช่า : ราคาของแฟลต 1 ห้องนอน หากอยู่ในตัวเมืองลอนดอนจะอยู่ที่ £650 ต่อเดือน และหากอยู่นอกเมืองลอนดอนจะอยู่ที่ £550 ต่อเดือน 
  • ค่าสาธารณูปโภค : เช่น ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าน้ำ จะอยู่ที่ประมาณ £40 ต่อสัปดาห์ 
  • ค่าโทรทัศน์ : คุณจะต้องจ่ายค่าโทรทัศน์ ประมาณ £150 ต่อปี ต่อบ้าน ดังนั้น หากอยากจะประหยัดค่าใช้จ่าย แนะนำให้แชร์บ้านกับเพื่อน จะได้แชร์ค่าโทรทัศน์ไปด้วย
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง : โดยทั่วไป ค่าบริการขนส่งสาธารณะ จะอยู่ที่ประมาณ £55  ต่อเดือน แต่สำหรับนักเรียน จะได้รับส่วนลดสำหรับค่าเดินทางด้วย 
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 
    • ค่าอาหารร้านอาหาร £10 ต่อมื้อ
    • อาหารฟาสต์ฟู้ด : £5
    • นม 1 ลิตร : £1
    • เนื้อไก่ 1 กิโลกรัม : £7
    • กางเกงยีนส์ 1 ตัว : £51.25
    • เบียร์ 1 เหยือก £3
    • น้ำดื่ม 1.5 ลิตร £1 

สังเกตได้ว่าสินค้าและบริการต่างๆ มีราคาใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกา หรือออสเตรเลีย และบางอย่างมีราคาถูกกว่ามาก เช่น ผลผลิตในประเทศ เนื่องจาก ประเทศอังกฤษมีพื้นที่ทำเกษตรกรรมได้และสภาพภูมิอากาศที่ดี ผลผลิตมีตลอดทั้งปี ดังนั้น การปรุงอาหารเอง โดยการซื้อเนื้อสัตว์ ผัก จากซุปเปอร์มาเก็ต เป็นการประหยัดค่าอาหารไปเกือบครึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่พักบางแห่ง ไม่อนุญาติให้ผู้พำนักประกอบอาหาร ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า เราไม่ทำผิดกฏและไม่รบกวนผู้พักอาศัยคนอื่นๆ 

ผลิตภัณฑ์ ราคาเฉลี่ย
ขนมปัง (500 กรับ) £1.09
น้ำ (1.5 ลิตร) £0.94
นม (1 ลิตร) £0.92
ไข่ (1 โหล) £2.12
ชีส (1 กิโลกรีม) £6.31
เนื้อ (1 กิโลกรัม) £8.64
อกไก่ (1 กิโลกรัม) £6.85
มะเขือเทศ (1 กิโลกรัม) £2.30
มันฝรั่ง (1 กิโลกรัม) £1.21
หัวหอม (1 กิโลกรัม) £1.20
ข้าว (1 กิโลกรัม) £1.63
แอปเปิ้ล (1 กิโลกรัม) £2.01
ส้ม (1 กิโลกรัม) £2.03
กล้วย (1 กิโลกรัม) £1.07
เบียร์ท้องถิ่น (0.5 ลืตร) £1.63

Veggies.jpg

อยู่อังกฤษ 1 เดือน ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ 

ค่าครองชีพในอังกฤษ ขึ้นอยู่หลายปัจจัย ทั้งเมืองที่เลือก และค่าบ้านที่เช่า การประมาณค่าใช้จ่ายข้างล่างนี้ เป็นการประมาณค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น เมื่อเลือกเมืองที่เป็นที่นิยม เช่น London, Cambridge, Oxford และค่าใช้จ่ายจะถูกลงเมื่อเลือกเมืองรอบนอกเช่น Brighton Manchester Liverpool ข้อควรรู้ ยิ่งเลือกเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือมาขึ้นเท่าไหร่ ค่าครองชีพก็จะถูกลงมากขึ้นเท่านั้น

รายละเอียด

ค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ค่าเช่าโดยเฉลี่ยของประชาชนอังกฤษ £600 (ประมาณ 26,400 บาท)
ค่าอาหารโดยเฉลี่ย £200 (ประมาณ 8,800 บาท)
ค่าแก๊สและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค £60 (ประมาณ 2,640 บาท)
ค่าอินเตอร์เน็ต £40 (ประมาณ 1,760 บาท)
ค่าแพ็กเกจโทรศัพท์มือถือ £30 (ประมาณ 1,320 บาท)
ค่าซักรีด £25 (ประมาณ 1,100 บาท)
ค่าอุปกรณ์การศึกษา £40 (ประมาณ 1,760 บาท)
ค่าเสื้อผ้า £75 (ประมาณ 3,300 บาท)
ค่าโดยสารสาธารณะ £55 (ประมาณ 1,980 บาท)
ค่าตั๋วรับชมภาพยนตร์ £9 (ประมาณ 396 บาท)
ค่ารับประทานอาหารค่ำ £15 (ประมาณ 660 บาท)
รวมค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย £989 ต่อเดือน ประมาณ 43,516 บาท

นอกจากนี้ หากเลือกเดินทางไปที่กรุงลอนดอน แต่ละโซนของกรุงลอนดอน ก็จะมีค่าที่พักที่แตกต่างกันไปอีกที โดย ลอนดอนทางตอนเหนือค่าเช่าจะถูกที่สุด

ค่าที่พักโดยเฉลี่ยในกรุงลอนดอน

Flat-Share Rental per month One Bedroom Flat Rental per month
East London £350 – £450 (single), £550 – £720 (double) East London £900 – £1000
West London £350 – £430 (single), £450 – £690 (double) West London £850 – £960
South London £450 – £600 (single), £450 – £800 (double) South London £720 – £840
North London £350 -£500 (single), £500 – £700 (double) North London £750 – £900

tube99.jpg

ไปเรียนที่อังกฤษ เตรียมเงินเท่าไหร่ ?

สถานทูตต้องการรายละเอียดการเงิน/จดหมายจากธนาคาร (Bank Guarantee Letter) ที่แสดงให้เห็นว่าคุณ และ/หรือ ผู้สนับสนุนทางการเงินของคุณ (Sponsor) มีเงินมากพอที่จะครอบคลุมค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่จะต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน ของ บัญชีกระแสรายวัน (Current account) หรือ สะสมทรัพย์ (Saving account) พร้อมทั้ง โชว์สเตทเม้นจากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

  • หากพักอาศัยในลอนดอน จะต้องมีเงินขึ้นต่ำ £1,265 ต่อเดือน (ประมาณ 55,660 บาท) 
  • หากพักอาศัยนอกลอนดอน จะต้องมีเงินขั้นต่ำ £1,015 ต่อเดือน (ประมาณ 44,660 บาท) 

ส่วนใหญ่ ประเทศอังกฤษ จะมีสิทธิพิเศษมากมายให้กับนักเรียน และนักศึกษา เช่น ส่วนลดค่าเดินทางโดยรถบัส หรือรถราง 30% ส่วนลดในการช็อปปิ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ การเลือกเมืองก็มีผลต่อค่าครองชีพในการเรียนต่อที่สหราชอาณาจักร

city-3263351_1920.jpg


References

Advertisements

เจาะลึกงานพาร์ททาม สำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ

Posted on Updated on

เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ


logo470x246 (2)

เมื่อเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว การทำงานพาร์ททามระหว่างเรียน อาจจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้บางส่วน อย่างน้อยก็สามารถจ่ายค่าบิลต่างๆ ได้อีกสองสามรายการ หรือสามารถจ่ายให้กับค่าช็อปปิ้ง ค่าสันทนาการ หรือค่าเดินทางได้ นอกจากนี้ การทำงานพาร์ททามระหว่างเรียน จะช่วยให้คุณได้เพื่อนต่างชาติมากมาย แต่ว่า มีงานแบบไหนบ้าง ที่เราสามารถทำได้ หรือ เหมาะสมกับเรา และการทำงานบางประเทศ มีข้อบังคับที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า คุณได้ทำถูกเงื่อนไขตามกฏของวีซ่า และการทำงานไม่ควรขัดการศึกษาของคุณ

ทำไมถึงต้องทำงานพาร์ททาม

  • การทำงานพาร์ททาม ทำได้เวลาหลังเลิกเรียน สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
  • สามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  • สามารถพบปะเพื่อนใหม่ๆ พบปะวัฒนธรรมใหม่ๆ
  • ได้รับประสบการณ์การทำงาน และโอกาสที่เปิดกว้าง

“จริงอยู่ที่ว่า การทำงานพาร์ททาม สามารถช่วยเหลือค่าครองชีพได้ แต่ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ทางการเงิน”

1. ทำงานในมหาวิทยาลัย

การทำงานในมหาวิทยาลัย เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สำหรับนักเรียนต่างชาติ ในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เป็นงานเฉพาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติเท่านั้น มีตั้งแต่งานในโรงอาหาร งานร้านกาแฟในมหาวิทยาลัย งานธุรการ งานประชาสัมพันธ์ จนถึงศูนย์บริการนักศึกษานานาชาติ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เรียน

ในฐานะนักศึกษานานาชาติ การทำงานในมหาวิทยาลัย จะช่วยให้คุณได้พบปะผู้คนใหม่ๆ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณ และได้รับประสบการณ์ในการทำงาน นอกจากนี้ คุณยังจะได้ใช้เวลากับบเพื่อนๆ มากขึ้น เนื่องจากนักศึกษาส่วนมากเลือกทำงานในมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน

ในการทำงานในมหาวิทยาลัยคือ มีนักศึกษาจำนวนมาก ที่เลือกที่จะทำงานในมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน ดังนั้น จะต้องมีการแข่งขันที่สูง  เป็นเรื่องที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งาน 

  • ข้อดี : รายได้ดี ได้รู้จักเพื่อนใหม่ 
  • ข้อเสีย : การแข่งขันสูง เนื่องจากมีคนต้องการทำงานในมหาวิทยาลัยเยอะมากเช่นกัน 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

2. ร้านอาหารและบาร์

เมื่อเดินออกมาจากมาหวิทยาลัย คุณจะพบเจองานเกี่ยวกับร้านอาหาร และบาร์เป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด สำหรับในการหางานทำ ร้านอาหารมักจะมักจะมีพนักงานวนเวียนเข้าออกตลอดเวลา ดังนั้น ส่วนใหญ่ ร้านอาหารจะขาดแคลนพนักงาน คุณสามารถทำงานได้แต่ พนักงานทำความสะอาด พนักงานเสิร์ฟ พนักงานบาร์ หรือทำงานในห้องครัว ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และทักษะของคุณ 

การทำงานเสิร์ฟ อาจจะต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องสามารถสื่อสารได้อย่างเป็นทางการ การทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้พบเจอผู้คนใหม่ๆ และช่วยปรับปรุงภาษา และสำเนียงของคุณ ให้มีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ต้องยอมรับในการทำงานร้านอาหารเลยก็คือ ช่วงเวลาการทำงาน เนื่องจากงานร้านอาหารส่วนใหญ่ จะทำงานตอนค่ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่เหน็ดเหนื่อยอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณต้องมีการสัมมนา หรือบรรยาย ในช่วงเวลาอีกวันหนึ่ง การทำงานในร้านอาหารอาจจะขัดต่อการศึกษาของคุณ 

2.1 พนักงานเสิร์ฟ

คุณจะต้องรักษาความสะอาด ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และตัวคุณเอง จัดการกับลูกค้าที่มีปัญหา ซึ่งความเครียดจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับร้านอาหารที่คุณทำงาน บางร้านอาจไม่ต้องการความพิถีพิถันในการเสิร์ฟ บางร้านอาจจะต้องการให้บริการลูกค้าอย่างจริงจัง

  • ข้อดี: เป็นงานที่ได้รับค่าจ้างเหมาะสม ไม่เหนื่อย และไม่น่าเบื่อจนเกินไป
  • ข้อเสีย: คุณอาจจะต้องเดินบ่อยขึ้น และจะต้องรับมือกับลูกค้าที่เรื่องมาก อาจจะทำให้คุณเครียดได้

sex-love-life-2014-06-waiter-couple-dating-tips-main.jpg

2.2 พ่อครัว

เป็นหนึ่งในงานที่ต้องการมากที่สุด การทำงาน จะต้องทำเป็นทุกอย่างในครัว เริ่มต้นด้วยการล้างจาน ขยับขึ้นมาจัดจาน ทำอาหารอย่างง่าย เตรียมครัว แต่งานนี้ คุณอาจจะต้องเป็นคนสุดท้ายที่จะต้องออกจากร้าน เนื่องจากทุกๆ วัน จะต้องทำความสะอาดครัว ในขณะที่พนักงานคนอื่นๆ กลับบ้านกันหมดแล้ว

  • ข้อดี: ค่าจ้างได้รับตามความเหมาะสม เป็นงานที่เปลี่ยนแปลงทุกเวลา และได้ออกกำลังกาย
  • ข้อเสีย: ชั่วโมงทำงานยาวนาน และแทบจะไม่ได้พักผ่อน และไม่ได้สนทนากับใคร อาจจะเกิดสภาวะความเครียดได้

waiter-492872_1920.jpg

 

2.3 BARTENDER

เหมาะสำหรับคนที่ชอบพูดคุยกับคนแปลกหน้า โดยลักษณะงานจะเป็นการทำค็อกเทลตามที่ลูกค้าสั่ง การเอนเตอร์เทน การโชว์ความสามารถแปลกๆ ในการมิกซ์ค็อกเทลให้มีสีสัน เป็นอีกงานหนึ่งที่สามารถทำให้คุณโด่งดังได้ ถ้าหากคุณมีทักษะการทำค็อกเทลที่แปลกใหม่

  • ข้อดี: ค่าตอบแทนดี บรรยากาศสนุกสนาน เป็นวิธีที่ดีในการฝึกฝนภาษาอังกฤษ เพราะไม่ต้องใช้คำศัพท์ทางการมาก ได้คำศัพท์ คำแสลง สำนวนใหม่ๆ ช่วยให้การพูดภาษาอังกฤษของคุณเป็นไปอย่างธรรมชาติ
  • ข้อเสีย: คุณจะต้องจัดการกับคนเมาในร้าน ควบคุมพวกเขาให้ได้

bar-872161_1920.jpg

 

3. Call Center

อาจจะเป็นเรื่องยาก ที่นักเรียนต่างชาติจะทำงานเป็น Call Center แต่ก็มีนักศึกษาบางคน ที่เลือกทำงานนี้ ซึ่งเป็นงานที่ดีที่สุด สำหรับการฝึกการสื่อสาร และต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษา นอกจากนั้น คุณยังได้ทำงานในองค์กร บริษัท ขนาดใหญ่ มีระบบการทำงานเป็นทีม และที่สำคัญ นักศึกษาส่วนน้อยมาก ที่เลือกทำงานกับ Call Center ดังนั้นคุณสามารถตัดปัญหาคู่แข่งไปได้เยอะเลยทีเดียว

ในทางกลับกัน การทำงานใน Call Center คู่สาย สามารถร้องเรียนได้ ดังนั้น คุณจำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารที่ยอดเยี่ยม และมีทักษะด้านภาษาที่เหนือกว่า และความยากของงาน Call Center จะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท เช่น Telesales เป็นอีกหนึ่งงานที่มีความยาก และกดดัน คุณจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีเยี่ยม รวมถึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับบริษัทที่คุณทำงานด้วย

  • ข้อดี: เป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทนที่ดีที่สุด สภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอดเยี่ยม เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษ 
  • ข้อเสีย: คุณจะต้องสนทนาในเรื่องเดียวกันหลายร้อยครั้งต่อวัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ call centres

 

4. พนักงานทำความสะอาด

เป็นงานที่มีเวลาที่ยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณทำ เช่น ถ้าหากคุณทำงานในองค์กร บริษัท คุณจะได้ทำงานในเวลาตอนเช้า ถ้าหากคุณทำงานในร้านอาหาร ผับ บาร์ คุณจะได้ทำงานในตอนเย็น เป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมาย เพียงแค่ต้องมีความอดทนต่อสิ่งสกปรก ที่พบเจอในทุกๆ วัน

  • ข้อดี: เป็นงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะการสื่อสาร เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย
  • ข้อเสีย: คุณจะต้องมีความระมัดระวงในการทำความสะอาดในบ้าน หรือองค์กรใหญ่ๆ เป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ที่จะทำข้าวของที่มีมูลค่า ราคาแพงเสียหาย ซึ่งไม่เป็นเรื่องดีสำหรับตัวคุณเองแน่นอน และยิ่งไปกว่านั้น คุณอาจจะโดนกดค่าจ้าง ถ้าหากคุณไม่มีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ 

girl-1531575_1920.jpg

 

5. พนักงานต้อนรับ

เป็นงานเกี่ยวกับการต้อนรับ เช่น รับแขกในโรงแรม การเตรียมห้องประชุม คุณจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่เข้ามาพักในโรงแรม หรือเจ้าของงานประชุม

  • ข้อดี: ได้ค่าตอบแทนค่อนข้างดี มีโอกาสพบปะผู้คนหลากหลาย บางครั้งอาจจะได้พบเจอผู้บริหาร หรือ นักการเมืองตำแหน่งสูงๆ 
  • ข้อเสีย: บางครั้งอาจจะเจอกับแขกที่แสนจะเรื่องมาก และเป็นเรื่องที่เครียดมากที่จะจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ reception

6. พนักงานขาย หรือตัวแทนจำหน่าย

เป็นงานที่ทำเงินได้ดี และเวลาที่ยืดหยุ่น คุณจะพบเจอผู้คนที่แปลกหน้าแปลกตา บางครั้งอาจจะต้องออกนอกสถานที่ เป็นงานที่ไม่น่าเบื่อ และบางบริษัท ไม่บังคับเวลาเข้า ออกงาน และเป็นงานที่สามารถฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างยอดเยี่ยม

  • ข้อดี: เป็นงานที่ได้รับเงินเดือนสูงมาก และยังได้ค่าคอมมิชชั่นอีกด้วย ถ้าหากปิดการขายได้ และการติดต่อกับผู้คนอื่นๆ เป็นวิธีการเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด
  • ข้อเสีย: คุณจะต้องยอมรับการถูกปฏิเสธได้ และคุณจะต้องทนกับความกดดันสุดท้าทายให้ได้ และบางองค์กร คุณจะไม่ได้เงินถ้าหากปิดการขายไม่ได้ 

 email-2056028_1920.jpg

 

7. อาสาสมัคร

งานอาสาสมัคร เป็นงานที่ได้รับประสบการณ์ และพบปะผู้คนใหม่ๆ จำนวนมาก การเป็นอาสาสมัคร เป็นโอกาสการทำงานที่คุ้มค่า และน่าสนใจ เป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุด ในการเขียนลง CV แต่ ปัญหาหลักในการทำงานอาสาสมัครคือ ไม่ได้รับเงิน ดังนั้น งานอาสาสมัคร เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องทำงานเพื่อสนับสนุนตัวเอง 

  • ข้อดี: เป็นงานที่ได้รับประสบการณ์ทำงานที่ดีที่สุด การเขียนว่าตนเองเคยมีประสบการณ์ทำงานอาสาสมัคร ลงบน CV เป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด 
  • ข้อเสีย: เป็นงานที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน 

ehrenamt-3287867_1920.jpg


วิธีการหางานพาร์ททาม

เพื่อให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น ควรเปิดบัญชีธนาคารของประเทศที่ตนเองได้ศึกษาอยู่ เพื่อนายจ้างจะได้โอนเงินรายได้ ผ่านบัญชีธนาคารนี้ นอกจากนี้ คุณจะต้องมีหมายเลขเสียภาษีด้วย

การทำงาน คุณควรจะได้รับค่าจ้างที่ยุติธรรม เหมาะสมกับงานที่คุณทำ ดังนั้น จงระมัดระวังนายจ้างที่จ่ายเงินให้กับคุณเป็นเงินสด เพราะนายจ้างพวกนี้ จะกดค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย ดังนั้น ทางที่ปลอดภัยที่สุด ควรให้นายจ้างโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของคุณเพื่อความโปร่งใส

จะหางานได้จากที่ไหน

สถานที่ทำงานพาร์ททามที่ดีที่สุด ที่คุณจะต้องพิจารณาอันดับแรกคือ ระยะห่างจากที่พัก และมหาวทิยาลัยที่คุณได้ศึกษา ที่สามารถเดินไปทำงานหลังเลิกเรียนได้ 

  • ร้านค้า ซุปเปอร์มาเก็ต — ตั้งแต่ร้านมินิมาร์ทขนาดเล็ก จนถึงร้านเสื้อผ้า ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
  • โรงแรม ร้านอาหาร — โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ ฟิตเนสเซ็นเตอร์
  • งานบริการ — เช่น พนักงานเติมน้ำมัน 
  • การทำงานอุตสาหกรรม — ถ้าคุณโชคดี คุณจะได้รับการจ้างงานเกี่ยวกับสาขาที่ศึกษาอยู่ ตัวอย่างเช่น การทำงานในบริษัทอิเล็กทรอนิก 

ทำยังไงถึงจะได้งาน

ก่อนที่จะเริ่มสมัครงาน จะต้องมีประวัติ หรือที่เรียกว่า CV ซึ่ง สถาบันการศึกษา หรือมหาวิทยาลัย หลายแห่งมีบริการแนะแนวการเขียน CV ให้กับนักเรียน นักศึกษา รวมถึงเตรียมความพร้อมในการสัมภาษณ์งาน ให้กับนักเรียน นักศึกษาอีกด้วย 

“สรุป ปัจจัยสำคัญที่สุดในการหางานคือ ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ถ้าหากอยากได้งานที่ได้รับค่าตอบแทนที่สูง คุณจะต้องมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะได้ทำงานกับชาวต่างชาติ นอกจากนี้ ถ้าหากคุณสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ คุณจะสามารถต่อรอง กับนายจ้าง ที่เอาเปรียบเราได้ “ 


References

เปิดรับสมัครแล้ว ทุนรัฐบาลออสเตรเลียเต็มจำนวน Endeavour Leadership Pregram (ELP)

Posted on Updated on

ทุนการศึกษา Endeavour Leadership Program (ELP)


logo470x246 (2).jpg

รัฐบาลออสเตรเลียขอเชิญชวนนักศึกษา นักวิจัย และผู้ที่สนใจชาวไทย สมัครทุน Endeavour Leadership Program (ELP) ซึ่งมีจดุประสงค์ในการส่งเสิรมความสัมพันธ์ อันดีระหว่างสถาบันระหว่างประเทศ และระหว่างรัฐบาลทั่วโลก และยังสนับสนุนให้นักศึกษา นักวิจัย และบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆ ที่มีความสามารถสูง ได้ไปศึกษา ฝึกอบรม และทำวิจัย ในประเทศออสเตรเลียอีกด้วย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 โดยเป็นทุนให้เปล่า แบบเต็มจำนวน ครอบคลุมทุกสาขาวิชา

สามารถสมัครทุนได้ที่นี่https://endeavour.education.gov.au/endeavour

ทุน ELP มีทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้
  • ทุนปริญญาโทและปริญญาเอก (Postgraduate)
    • สำหรับเรียนต่อระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
    • ระยะเวลา 2 – 4 ปี
    • มูลค่า $30,000 ต่อปี
    • มูลค่ารวม $140,500 (ปริญญาโท)
    • มูลค่ารวม $272,500 (ปริญญาเอก)
  • ทุนเพื่อการวิจัย (Research)
    • สำหรับนักวิจัยระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
    • ระยะเวลา 4 – 6 เดือร
    • มูลค่าสูงสุด $24,500 (ครั้งเดียว)
  • ทุนอาชีวศึกษาและฝึกอบรม (Vocational Education and Training)
    • สำหรับเรียนต่อหลักสูตร Diploma, Advance Diploma หรือ Associate Degree
    • ระยะเวลา สูงสุด 2.5 ปี
    • มูลค่า $13,000 ต่อปี
    • มูลค่ารวม สูงสุด $131,000
  • ทุนศึกษาดูงานเพื่อการพัฒนาบุคลากร (Executive)
    • สำหรับพัฒนาบุคลากร
    • ระยะเวลา 1 – 4 เดือน
    • มูลค่าสูงสุด $18,500 (ครั้งเดียว)

ประเภทของทุนการศึกษาจากรัฐบาลออสเตรเลีย

Capture.PNG

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 (เริ่มเรียนภายในปี 2562)

Endeavour Poster 2019.jpg