เดือน: ตุลาคม 2018

24 พฤษภาคม 61 สัมมนาเรียนต่อ ป.ตรี และ โท กับสถาบัน ICMS เข้าร่วมฟรี พร้อมสมัครทุนการศึกษา

Posted on Updated on

Interview Program: 15 November 2018

International College of Management Sydney (ICMS)


logo470x246 (2).jpg

มหาวิทยาลัย International College of Management, Sydney(ICMS) มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม จากประเทศออสเตรเลีย  ร่วมกับ เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ จัดแนะแนวศึกษาต่อออสเตรเลียให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ

กำหนดการณ์

  • พบกับเจ้าหน้าที่ในวัน พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561
  • เวลา 13.00 -18.00 น.
  • สถานที่ เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ สาขาเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
  • สำรองที่นั่งล่วงหน้าติดต่อ 052 – 081 882 หรือ 090 – 327 3558
จุดเด่นของสถาบัน ICMS
  • เป็นที่ยอมรับของสภาการศึกษาออสเตรเลีย และสถานทูต
  • ปริญญาทุกระดับ ออกให้โดย Macquarie University 
  • หลักสูตรด้านธุรกิจและด้านการโรงแรมของสถาบัน ICMS มีคุณภาพสูงมาก
  • มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาที่พูดได้หลายภาษา เช่น เกาหลี จีน ไทย ญี่ปุ่น สเปน
  • ดำเนินการสอนโดยอาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการสอนทั้งในและนอกประเทศ
  • สถานที่ตั้งที่สวยงาม ห่างจาก Sydney เพียง 30 นาที โดยเรือเฟอร์รี่ ติดกับชายหาด Manly Beach ที่สวยงาม
  • มีโอกาสออกฝึกงาน ระยะเวลากว่า 1200 ชั่วโมงโดยได้รับค่าจ้างมีงานหลากหลายรออยู่หลังจากเรียนจบ
    ได้ฝึกภาษาอย่างเต็มที่มีนักเรียนออสเตรเลียและนานาชาติเรียนมากมาย และคนไทยไม่มาก

อัตราส่วนนักเรียน

มีจำนวน International Students เกือบ 70% ในสถาบัน ICMS หมายความว่านักศึกษาที่ไปเรียนที่นี่จะได้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเพื่อนใหม่ๆจากหลายหลายประเทศที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตหลังสำเร็จการศึกษา

การเรียนการสอนใน ICMS

  • หลักสูตรการเรียนการสอนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
  • การเรียนการสอนและการเรียนรู้จะเน้นให้นักศึกษามีส่วนร่วม โดยเริ่มตั้งแต่ความรู้ขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับสูง
  • ที่ ICMS นักศึกษากับอาจารย์ผู้สอนจะมีความใกล้ชิด มีขนาดห้องเรียนที่นักศึกษาสามารเข้าถึงอาจารย์ได้ง่าย
  • ICMS กระตุ้นให้คุณคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ และการจัดการบริการระดับมืออาชีพ
  • มีการฝึกงานในเทอมสุดท้ายโดยไม่มีการจ่ายค่าเทอม และมีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนจากทางบริษัท

หลักสูตรที่เปิดสอน

ระดับปริญญาตรี

ระดับปริญญาโท

BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT MASTER OF INTERNATIONAL BUSINESS
BACHELOR OF HOSPITALITY MANAGEMENT MASTER OF MANAGEMENT (TOURISM AND HOSPITALITY)
BACHELOR OF EVENT MANAGEMENT MASTER OF MANAGEMENT
BACHELOR OF SPORTS MANAGEMENT MASTER OF EVENT MANAGEMENT
BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT (ACCOUNTING) GRADUATE CERTIFICATE IN EVENT MANAGEMENT
BACHELOR OF INTERNATIONAL TOURISM GRADUATE CERTIFICATE OF BUSINESS
BACHELOR OF PROPERTY (DEVELOPMENT, INVESTMENT AND VALUATION)
BACHELOR OF BUSINESS MANAGEMENT (FASHION AND GLOBAL BRAND MANAGEMENT)

ทุนการศึกษา 50%

นอกจากนี้ ICMS ยังมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี 25,000 เหรียญ สำหรับหลักสูตร Hospitality Management, International Tourism, Event Management, Business Management, Sports Management และ Property Management

คุณสมบัติของผู้สมัครระดับปริญญาตรี

  1. มีวุฒิการศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า ด้วยเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0
  2. มีผลคะแนน IELTS Academic 6.0 ไม่มี band ใดๆ ต่ำกว่า 5.5 (นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตร International ไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนภาษา)
  3. เขียน Essay จำนวน 500 คำ โดย 1) แนะนำตัวเองว่าทำไมถึงต้องเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับ ICMS 2) เมื่อเรียนจบแล้วจะช่วยโปรโมทหลักสูตรต่างๆ ให้กับนักเรียนที่สนใจเรียนต่ออย่างไรบ้าง

คุณสมบัติของผู้สมัครระดับปริญญาโท

  1. เรียนจบปริญญาตรีสาขาอะไรก็ได้ หรือเทียบเท่า ด้วยเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0
  2. มีผลคะแนน IELTS Academic 6.5 ไม่มี band ใดๆ ต่ำกว่า 6.0 (นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตร International ไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนภาษา)
  3. เขียน Essay จำนวน 1,000 คำ โดย 1) แนะนำตัวเองว่าทำไมถึงต้องเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับ ICMS 2) เมื่อเรียนจบแล้วจะช่วยโปรโมทหลักสูตรต่างๆ ให้กับนักเรียนที่สนใจเรียนต่ออย่างไรบ้าง

*นักเรียนสามารถยื่นสมัครขอทุนไปก่อนแล้วค่อยยื่นผลคะแนนภาษาภายหลังได้ หรือในกรณีที่ไม่มีผลภาษา สามารถร้องขอเพื่อทดสอบระดับภาษากับทางสถาบันก่อนได้ สถาบันจะประเมิณระดับภาษาของผู้เรียนและกำหนดระยะเวลาเรียนภาษาก่อน ทั้งนี้จะต้องแล้วเสร็จก่อนวันเปิดการศึกษา



Aspire-logo-small.png

Aspire Institute

สำหรับนักเรียนที่ยังไม่มีผลภาษา IELTS หรือสอบไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยจะรับเข้า ทาง ICMS มีศูนย์ภาษา Aspire Institute ที่เปิดสอนหลักสูตรภาษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย

Promotion

English pathway to ICMS – ค่าเรียนภาษาสุดพิเศษสำหรับนักเรียน ICMS (สำหรับคนไทยเท่านั้น)

  • สำหรับนักศึกษาที่ต้องเรียนภาษาเพิ่มเติม รับส่วนลดจากสถาบัน Aspire Institute ดังนี้
    • General English (GE) ภาษาอังกฤษทั่วไป เหลือสัปดาห์ละ 199 AUD
    • Academic English (AEP) ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ เหลือสัปดาห์ละ 239 AUD
  • ค่าใช้จ่ายงวดแรกของนักเรียนทุน จ่ายเพียงค่าเรียนภาษา + 3000 AUD (ค่าลงทะเบียนการศึกษา) เท่านั้น

อ่านข้อมูลของมหาวิทยาลัย คลิ๊ก


เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

สาขาเชียงใหม่ (โครงการ ศุภาลัย มอนเต้ บิซ)

44/44 โครงการศุภาลัย มอนเต้ บิซ หมู่ 5 ถนนเชียงใหม่ – เชียงราย ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000

เปิดทำการ

  • วันจันทร์ – วันเสาร์      09.00 -19.00 น. 

Tel : 052-081 882, 090-327 3558 

Email: contact@thebest-edu.com

 


ontact u

Advertisements

แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น

Posted on Updated on

แนะนำ 4 เมืองน่าไปเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย / นอกจากซิดนีย์ กับเมลเบิร์น


logo470x246 (2).jpg

น้องๆ หลายคนที่กำลังสนใจเรียนต่อประเทศออสเตรเลีย แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเรียนเมือง หลายคนอาจจะชอบเมืองใหญ่ๆ เช่น ซิดนีย์ กับเมลเบิร์น เพราะผู้คนเยอะ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ก็มีบางคนที่ชอบเมืองที่เงียบสงบ คนไม่พลุพล่าน คนไทยน้อย เพราะจะฝึกภาษาอังกฤษได้เต็มที่ ดังนั้น ก็เลยไม่รู้จะพูดภาษาอังกฤษกับใคร เดอะเบสท์จึงขอแนะนำ 4 เมือง ในประเทศออสเตรเลียที่น่าไปเรียนต่อ ดังนี้ 

  • Gold Coast โกลด์โคสต์
  • Brisbane บริสเบน
  • Perth เพิร์ธ
  • Adelaide แอดิเลด
น้องๆ หลายคน อาจจะกังวลว่า ไปเรียนเมืองที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก จะมีงานพาร์ททามให้ทำหรือเปล่า เดอะเบสท์ต้องขอบอกก่อนเลยว่า งานพาร์ททาม มีให้ทำทุกเมืองค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทำงานแบบไหน 4 เมืองข้างต้นนี้ มีงานพาร์ททามให้ทำแน่นอน เช่น ร้านอาหารฝรั่ง นายจ้างเป็นชาวต่างชาติ นอกจากจะได้เงินที่มากกว่าร้านอาหารไทยแล้ว ยังมีโอกาสได้ฝึกภาษากับชาวต่างชาติอีกด้วยค่ะ ถึงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลย 

ทำไมถึงเลือกไปเรียนเมืองที่มีคนไทยน้อย ?

  • เป็นแรงผลักดันตัวเองให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
  • มีโอกาสได้เพื่อนชาวต่างชาติจากทั่วโลก
  • ได้ศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึมซับวัฒนธรรมใหม่ๆ

Gold Coast.jpg

Gold Coast ตั้งอยู่ใน Queensland ใต้ Brisbane มีหาดทรายสีทองยาว 52 กม. นอกจากนี้ยังมีย่านชานเมืองชื่อ ‘Surfer’s Paradise’ ที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักเล่นเซิร์ฟ ห่างออกไปจากตึกระฟ้าเรียกว่า Green Behind the Gold ซึ่งเป็นป่าดิบชื้นที่เงียบสงบ ป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของออสเตรเลีย มีสภาพอากาศและชายหาดที่ยอดเยี่ยมและความบันเทิงมากมาย

นอกจากนี้โกลด์โคสต์เป็นสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Griffith University และมหาวิทยาลัย Bond University และยังมีวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยที่มีราคาถูกที่สุดของออสเตรเลีย CQ University และ Southern Cross University

 

Gold Coast ตั้งอยู่ที่ทิศใต้ของเมืองบริสเบน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์  มีพื้นที่กว่าครึ่ง ที่ปกคลุมไปด้วยป่าหลากหลายประเภท มีชายฝั่งกว่า 50 กม. รวมทั้งชายหาดโต้คลื่นและรีสอร์ทสำหรับวันหยุด ชายหาดที่โดดเด่ง และมีชื่อเสียงโด่งดังคือ Southport และ Surfers Paradise สภาพอากาศใกล้เคียงกับเมืองไทย คือสภาพอากาศเขตร้อนชื้น มีฤดูหนาวที่อบอุ่น และฤดูร้อนที่ชื้น ฝนตกในช่วงฤดูร้อนเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ฤดูหนาวอบอุ่น  ซึ่งอากาศใกล้เคียงกับประเทศไทยมากค่ะ

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Gold Coast Temperature.PNG

เศรษฐกิจ

โกลด์โคสต์ ได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมหลักของเมืองโกลด์โคสต์ได้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ค่าครองชีพที่เมืองโกลด์โคสต์ถูกกว่าเมืองซิดนีย์ ประมาณ 40% 

  • ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ $2,048 (ประมาณ 51,200 บาท)

การท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคน เลือกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่โกลด์โคสต์ ในทุกๆ ปี โดยประมาณ 4 ล้านคนเป้นนักท่องเที่ยวในออสเตรเลีย และอีก 5 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เมืองโกลด์โคสต์จึงเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ที่ทำเงินได้มากถึง $4.4 พันล้าน ต่อปีเลยทีเดียวค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

  • Surfer Paradise
  • Gold Coast Theme Park
  • Sea World
  • Australian Outback Spectacular

การศึกษา

เป็นที่ตั้งของ 3 มหาวิทยาลัยคุณภาพสูง Bond University มหาวิทยาลัย Griffith University และมหาวิทยาลัย Southern Cross University และสถาบันวิชาชีพ TAFE Queensland ซึ่งมีถึง 5 แห่งด้วยกันคือ Southport, Ridgeway, Benowa, Coomera และ Coolangatte

นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนประถม และมัธยมศึกษากว่า 100 แห่ง รวมถึงสถาบันสอนภาษาที่มีคุณภาพสูงเช่น Shafston International College, Navitas,  Imagine Education และอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกเรียนตามความต้องการ

สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองบริสเบนได้แก่

  • Shafston International College
  • Navitas
  • Imagine Education
  • Inforum Education

ระบบขนส่งสาธารณะ

70% ของคนในพื้นที่ ใช้รถส่วนตัวในการเดินทางไปทำงาน แต่ในหลายปีที่ผ่านมานี้ ได้เกิดการจารจรที่ติดขัดมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงได้ลงทุนปรับโครงสร้างการคมนาคมขนส่งในโกลด์โคสต์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และผู้ที่เดินทางเข้ามาในโกลด์โคสต์มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน โกลด์โคสมีรถบัส รถไฟรางเบา คอยให้บริการหลายสาย ซึ่งสะดวกและรวดเร็วต่อการเดินทางมากยิ่งขึ้น

brisbane.png

เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเมืองบริสเบน และโกลด์โคสต์


brisbane.jpg

Brisbane เป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสาม ของออสเตรเลีย มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เป็นอีกหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในออสเตรเลีย มีนักเรียนต่างชาติกว่า 80,000 คนจาก 40 ประเทศ การศึกษามีคุณภาพระดับโลก โดดเด่นในเรื่องของการวิจัยและการแพทย์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่ทำให้เมืองบริสเบนต่างจากเมืองอื่นคือ ที่เมืองบริสเบน มีจุดบริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะ หลายจุด และนักเรียน ยังสามารถรับชมภาพยนตร์ได้ฟรี จากโครงการ Shade Cinema โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน Application ได้ฟรี

 

บริสเบนเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ ย่านธุรกิจของบริสบเบน อยู่ตามแนวโค้งของแม่น้ำบริสเบน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2.2 ตารางกิโลเมตร ชื่อถนน Queen street เป็นถนนสายหลักของบริสเบน เมืองนี้ยังคงรักษะศิลปะ อาคาร และมรดกเก่าๆ ไว้  บริสเบนมีสภาพภูมิอากาศกึ่งเขนร้อนชื้น ฤดูร้อน จะร้อนและชื้น ส่วนฤดูหนาวจะอบอุ่น 

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Brisbane Temperature.PNG

เศรษฐกิจ

บริสเบน เป็นหนึ่งในย่านธุรกิจที่สำคัญ บริษัท ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาก่อตั้งในเมืองบริสเบนหลายแห่ง อุตสาหกรรมของเมืองบริสเบนจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือการศึกษา ซึ่งจะอยู่ในเขต CBD ส่วนทางชานเมือง จะมีโรงงานกลั่นปิโตรเลียม อุตสาหกรรมการทำวัสดุโลหะเป็นต้น

  • ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ $2,132 (ประมาณ 53,300 บาท)

การท่องเที่ยว

บริสเบน เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของออสเตรเลีย ผังเมืองจะคดเคี้ยวไปตามแม่น้ำ ผสมผสานกับอาคารเก่าแก่ ที่มีความสง่างามและทันสมัยไปในตัว ด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่น บริสเบนจึงกลายเป็นสถานที่ที่ผู้อพยนย้ายถิ่นฐานจากรัฐอื่นๆ ในออสเตรเลีย 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

  • Lone Pine Koala Sanctuary 
  • Brisbane Botanic Gardens Mount Coot-tha
  • Queensland Art Gallery & Gallery of Modern Art
  • South Bank
  • Moreton Island 
  • Museum of Brisbane

การศึกษา

บริสเบน มีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น University of Queensland (UQ) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน Group of 8 ของออสเตรเลีย , Queensland University of Technology (QUT) และ Griffith University ซึ่งทั้ง 3 แห่งนี้ เป็นมหาวิทยาลัยที่มี Ranking สูงในออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้แก่

  • Australian Catholic University (ACU)
  • Central Queensland University (CQU)
  • James Cook University Brisbane (JCUB)
  • University of Southern Queensland (USQ)
  • University of Sunshine Coast (USC)

นอกจากนี้ ยังมีสถาบันวิชาชีพ TAFE Queensland Brisbane ซึ่งเป็นสถาบันวิชาชีพรัฐบาลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศออสเตรเลีย สามารถ Pathway เข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งได้อีกด้วย การันตีคุณภาพจากรัฐบาลออสเตรเลีย

สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองบริสเบนได้แก่

  • Shafston International College
  • English Language College
  • ILSC
  • Embassy English
  • Lexis English
  • Imagine Education
  • Navitas
  • Kaplan International Engllish
  • Impact English College

ระบบขนส่งสาธารณะ

วิธีการเดินทางที่ดีที่สุดคือเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล แต่ระบบการขนส่งสาธารณะเมืองบริสเบนก็ครอบคลุมจุดหมายปลายทางที่สำคัญหลายแห่งในเมืองบริสเบน ให้บริการโดย รถบัส รถไฟ และเรือข้ามฟาก ดำเนินการทั้งภาครัฐและเอกชน ศูนย์กลางอยู่ที่ย่านธุรกิจของเมืองบริสเบน (CBD)

brisbane.png

เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเมืองบริสเบน และโกลด์โคสต์


Perth.jpg

Perth เป็นเมืองหลวงของรัฐ Western Australia เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสี่ ในออสเตรเลีย  มีประชากรมากกว่า 2 ล้านคน ให้บรรยากาศที่งดงามและชายหาดที่สวยงาม นอกจากนั้นเพิร์ธ มีชื่อเสียงในด้านอันยาวนานของแสงแดดท้องฟ้าสีครามและชายหาดสีขาวสดใส ศูนย์กลางธุรกิจขนาดใหญ่ที่สำคัญของเมืองเพิร์ธ ได้แก่ Fremantle และ Joondalup เป็นเมืองที่ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงมากมาย และ มีนักเรียน นักศึกษาเดินทางมาเรียนที่เมืองเพิร์ธกว่า 42,000 คนต่อปี จาก 140 ประเทศ ทั่วโลก

 

เมืองเพิร์ธตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ล้อมรอบด้วยสันเขาที่เรียกว่า Darling Scarp เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำที่สำคัญสองสายได้แก่ แม่น้ำ Swan และ Canning สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ จะเป็นภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูร้อนจะแห้งแล้ง ส่วนฤดูหนาวจะมีฝนตกชุก แต่อย่างไรก็ตาม ท้องฟ้าสีฟ้า และหาดทรายสีขาว ก็ยังเป็นเสน่ห์ของเมืองเพิร์ธ 

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Perth Temperature.PNG

เศรษฐกิจ

เพิร์ธ เป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสูงที่สุดในออสเตรเลีย และยังมีอัตราการว่างงานที่ต่ำที่สุดในออสเตรเลียอีกด้วย อุตสาหกรรมหลักคือการทำเหมือแร่ โรงงานไฟฟ้า และปิโตรเลียม การส่งออกสินค้า เป็นต้น 

  • ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ $2,240 (ประมาณ 56,000 บาท)

การท่องเที่ยว

เพิร์ธ เป็นเมืองท่าขนาดเล็ก หากเดินเที่ยวภายใน 1 วันก็อาจจะเดินได้ทั่วถึง แต่ถ้าหากมีโอกาสได้เดินทางออกนอกเมือง คุณจะได้สัมผัสสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ใครที่ชอบเดินป่า หรือชอบกิจกรรมกลางแจ้ง อาจจะชอบเมืองเพิร์ธค่ะ 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

  • Kings Park and Botanic Garden
  • Swan River

  • The Perth Mint
  • Hillary Boat Harbour
  • Art Gallery of Western Australia
  • The Bell Tower
  • St. Mary’s Cathedral

การศึกษา

เพิร์ธ เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง 4 แห่งด้วยกันคือ University of Western Australia ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน Group of 8 ของออสเตรเลีย Curtin University, Murdoch University, Edith Cowan University และ University of Notre Dame นอกจากนี้ยังมีสถาบันวิชาชีพคุณภาพสูง เช่น Perth College of Business and Technology หรือสถาบันวิชาชีพรัฐบาล TAFE Western Australia 

สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองเพิร์ธได้แก่

  • Kaplan International English
  • Lexis English College
  • Navitas

ระบบขนส่งสาธารณะ

การเดินทางที่ดีที่สุดของเมืองเพิร์ธ คือการเดิน เนื่องจากเมืองไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีระบบขนส่งสาธารณะคอยให้บริการ ได้แก่ รถบัส รถไฟ และ เรือข้ามฟาก โดยท่าเทียบเรือหลักของเพิร์ธอยู่ที่ Fremantle 

perth.png

เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเมืองเพิร์ธ


Adelaide.jpg

Adelaide แอดิเลดตั้งอยู่ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้ โดดเด่นในด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ ใกล้กับชายหาดและเกาะที่สวยงาม เมืองนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากเนิน Adelaide Hills ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินป่า การขี่จักรยานชมสัตว์ป่า หรือใกล้กับไร่องุ่นที่ผลิตไวน์ชั้นยอด และที่สำคัญที่สุด เมือง Adelaide เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพถูกมากอีกด้วย

 

แอดิเลดมีพื้นที่รวม 3,257.7 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง และบริเวณราบลุ่มชายฝั่ง ผังเมืองถูกออกแบบโดยพันเอกวิลเลียมไลท์ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ใจกลางเมืองเป็นสวนสาธารณะ Adelaide Parkland มีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอเรียน ฤดูร้อนแห้งแล้ง และฤดูหนาวอากาศหนาวจัด มีฝนตกในฤดูหนาว มีหิมะปกคลุมตามพื้นที่ชนบท 

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Adelaide Temperature.PNG

เศรษฐกิจ

ชื่อเสียงของไวน์แอดิเลดฮิลล์ เป็นสินค้าส่งออกที่โดดเด่น โดยมีมูลค่าส่งออกประมาณ 8 ล้านเหรียญ สำหรับไวน์แดง และ 15 ล้านเหรียญ สำหรับไวน์ขาว ค่าใช้จ่ายและค่าที่พักในแอดิเลดจะต่ำกว่าเมืองอื่นๆ ในออสเตรเลีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าที่พักบางประเภทมีราคาถูกกว่าซิดนีย์ถึง 50% เลยทีเดียว

  • ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ $2,032 (ประมาณ 50,800 บาท)

การท่องเที่ยว

แอดิเลด เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย มีความสวยงามใกล้เคียงกับเมลเบิร์น ผังเมืองที่สวยงาม และอาหารที่แสนอร่อย เป็นสวรรค์ของผู้ที่ชอบศิลปะอาหาร จะนั่งฟังเพลงโอเปร่าในโรงละคร หรือเดินเที่ยวไปบนถนนที่กว้างขวาง ระหว่างทางก็มีการบรรเลงดนตรีสดตลอดเส้นทาง เป็นชีวิตที่เรียบง่ายและหรูหราเลยทีเดียวค่ะ 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

  • North Terrace
  • Adelaide Botanic Garden
  • Art Gallery of South Australia
  • Glenelg
  • Cleland Wildlife Park
  • Victoria Square

การศึกษา

การศึกษาเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองแอดิเลด โดยรัฐบาลกับสถาบันการศึกษา ได้พยายามทำให้แอดิเลด เป็นศูนย์กลางของการศึกษา ของออสเตรเลีย หรือ Australia Education Hub และจำนวนนักศึกษาต่างชาติ ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัย และสถาบันต่างๆ ได้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับการศึกษา 

มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองแอดิเลด มีอยู่ 4 แห่งด้วยกันคือ Flinders University of South Australia, University of Adelaide, University of South Australia และ Torrens University Australia โดยมหาวิทยาลัยแอดิเลด เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ Group of 8 นอกจากนี้ ยังมีสถาบันวิชาชีพรัฐบาลออสเตรเลีย TAFE South Australia ด้วยเช่นกัน 

สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองแอดิเลดได้แก่

  • Kaplan International English
  • Navitas
  • SACE English Colleges

ระบบขนส่งสาธารณะ

แอดิเลด เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม มีระบบขนส่งสาธารณะในเขตนครหลวง บริหารโดย Adelaide Metro เส้นทางรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในตัวเมืองแอดิเลด เดินทางสะดวกสบาย และเดินทางง่ายกว่าเมืองอื่นๆ เนื่องจากมีรูปแบบชัดเจน เส้นทางไม่เยอะจนเกินไป และใช้เวลาเดินทางรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ระบบขนส่งเหล่านี้ ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับการเติบโตของเมืองในอนาคต

adelaide.png

เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเมืองแอดิเลด


บทความที่น่าสนใจ

"คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ"
“คลิ๊กเพื่ออ่าน  เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”

 

#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?
#เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพแพงไหม ? เรียน 1 ปี ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?

แหล่งที่มา

ค่าครองชีพประเทศอังกฤษแพงไหม ? อยู่อังกฤษ 1 เดือน เตรียมเงินเท่าไหร่

Posted on Updated on

ค่าครองชีพประเทศอังกฤษ


logo470x246 (2)

ในฐานะนักเรียนต่างชาติ คำถามหนึ่งที่ยังคงเป็นคำถามยอดนิยม สำหรับเด็กนักเรียนในอังกฤษคือ  ค่าครองชีพในอังกฤษแพงไหม แน่นอนว่า นักเรียนทุกคนจะต้องกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าเรียนในโรงเรียน / มหาวิทยาลัย ค่าเช่า ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสันทนาการต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ที่คุณจะวางแผนจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ก่อนที่จะเดินทางไปเรียนต่ออังกฤษ เพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลัง

ค่าครองชีพในอังกฤษจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเมืองที่คุณอาศัย

แน่นอนว่าถ้าหากคุณตัดสินใจที่จะอาศัยอยู่ในลอนดอน คุณจะต้องเตรียมเงินมากกว่าเมืองอื่นๆ ในอังกฤษ เนื่องจาก เมืองลอนดอนเป็นเมืองที่ติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก แต่ถ้าหากอยากจะประหยัดค่าใช้จ่าย ลองมองเมืองอื่นๆ ที่อยู่รอบนอกจากลอนดอน เช่น Brighton, Manchester, Liverpool ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น 

  • ค่าเช่า : ราคาของแฟลต 1 ห้องนอน หากอยู่ในตัวเมืองลอนดอนจะอยู่ที่ £650 ต่อเดือน และหากอยู่นอกเมืองลอนดอนจะอยู่ที่ £550 ต่อเดือน 
  • ค่าสาธารณูปโภค : เช่น ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าน้ำ จะอยู่ที่ประมาณ £40 ต่อสัปดาห์ 
  • ค่าโทรทัศน์ : คุณจะต้องจ่ายค่าโทรทัศน์ ประมาณ £150 ต่อปี ต่อบ้าน ดังนั้น หากอยากจะประหยัดค่าใช้จ่าย แนะนำให้แชร์บ้านกับเพื่อน จะได้แชร์ค่าโทรทัศน์ไปด้วย
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง : โดยทั่วไป ค่าบริการขนส่งสาธารณะ จะอยู่ที่ประมาณ £55  ต่อเดือน แต่สำหรับนักเรียน จะได้รับส่วนลดสำหรับค่าเดินทางด้วย 
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 
    • ค่าอาหารร้านอาหาร £10 ต่อมื้อ
    • อาหารฟาสต์ฟู้ด : £5
    • นม 1 ลิตร : £1
    • เนื้อไก่ 1 กิโลกรัม : £7
    • กางเกงยีนส์ 1 ตัว : £51.25
    • เบียร์ 1 เหยือก £3
    • น้ำดื่ม 1.5 ลิตร £1 

สังเกตได้ว่าสินค้าและบริการต่างๆ มีราคาใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกา หรือออสเตรเลีย และบางอย่างมีราคาถูกกว่ามาก เช่น ผลผลิตในประเทศ เนื่องจาก ประเทศอังกฤษมีพื้นที่ทำเกษตรกรรมได้และสภาพภูมิอากาศที่ดี ผลผลิตมีตลอดทั้งปี ดังนั้น การปรุงอาหารเอง โดยการซื้อเนื้อสัตว์ ผัก จากซุปเปอร์มาเก็ต เป็นการประหยัดค่าอาหารไปเกือบครึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่พักบางแห่ง ไม่อนุญาติให้ผู้พำนักประกอบอาหาร ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า เราไม่ทำผิดกฏและไม่รบกวนผู้พักอาศัยคนอื่นๆ 

ผลิตภัณฑ์ ราคาเฉลี่ย
ขนมปัง (500 กรับ) £1.09
น้ำ (1.5 ลิตร) £0.94
นม (1 ลิตร) £0.92
ไข่ (1 โหล) £2.12
ชีส (1 กิโลกรีม) £6.31
เนื้อ (1 กิโลกรัม) £8.64
อกไก่ (1 กิโลกรัม) £6.85
มะเขือเทศ (1 กิโลกรัม) £2.30
มันฝรั่ง (1 กิโลกรัม) £1.21
หัวหอม (1 กิโลกรัม) £1.20
ข้าว (1 กิโลกรัม) £1.63
แอปเปิ้ล (1 กิโลกรัม) £2.01
ส้ม (1 กิโลกรัม) £2.03
กล้วย (1 กิโลกรัม) £1.07
เบียร์ท้องถิ่น (0.5 ลืตร) £1.63

Veggies.jpg

อยู่อังกฤษ 1 เดือน ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ 

ค่าครองชีพในอังกฤษ ขึ้นอยู่หลายปัจจัย ทั้งเมืองที่เลือก และค่าบ้านที่เช่า การประมาณค่าใช้จ่ายข้างล่างนี้ เป็นการประมาณค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น เมื่อเลือกเมืองที่เป็นที่นิยม เช่น London, Cambridge, Oxford และค่าใช้จ่ายจะถูกลงเมื่อเลือกเมืองรอบนอกเช่น Brighton Manchester Liverpool ข้อควรรู้ ยิ่งเลือกเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือมาขึ้นเท่าไหร่ ค่าครองชีพก็จะถูกลงมากขึ้นเท่านั้น

รายละเอียด

ค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ค่าเช่าโดยเฉลี่ยของประชาชนอังกฤษ £600 (ประมาณ 26,400 บาท)
ค่าอาหารโดยเฉลี่ย £200 (ประมาณ 8,800 บาท)
ค่าแก๊สและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค £60 (ประมาณ 2,640 บาท)
ค่าอินเตอร์เน็ต £40 (ประมาณ 1,760 บาท)
ค่าแพ็กเกจโทรศัพท์มือถือ £30 (ประมาณ 1,320 บาท)
ค่าซักรีด £25 (ประมาณ 1,100 บาท)
ค่าอุปกรณ์การศึกษา £40 (ประมาณ 1,760 บาท)
ค่าเสื้อผ้า £75 (ประมาณ 3,300 บาท)
ค่าโดยสารสาธารณะ £55 (ประมาณ 1,980 บาท)
ค่าตั๋วรับชมภาพยนตร์ £9 (ประมาณ 396 บาท)
ค่ารับประทานอาหารค่ำ £15 (ประมาณ 660 บาท)
รวมค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย £989 ต่อเดือน ประมาณ 43,516 บาท

นอกจากนี้ หากเลือกเดินทางไปที่กรุงลอนดอน แต่ละโซนของกรุงลอนดอน ก็จะมีค่าที่พักที่แตกต่างกันไปอีกที โดย ลอนดอนทางตอนเหนือค่าเช่าจะถูกที่สุด

ค่าที่พักโดยเฉลี่ยในกรุงลอนดอน

Flat-Share Rental per month One Bedroom Flat Rental per month
East London £350 – £450 (single), £550 – £720 (double) East London £900 – £1000
West London £350 – £430 (single), £450 – £690 (double) West London £850 – £960
South London £450 – £600 (single), £450 – £800 (double) South London £720 – £840
North London £350 -£500 (single), £500 – £700 (double) North London £750 – £900

tube99.jpg

ไปเรียนที่อังกฤษ เตรียมเงินเท่าไหร่ ?

สถานทูตต้องการรายละเอียดการเงิน/จดหมายจากธนาคาร (Bank Guarantee Letter) ที่แสดงให้เห็นว่าคุณ และ/หรือ ผู้สนับสนุนทางการเงินของคุณ (Sponsor) มีเงินมากพอที่จะครอบคลุมค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่จะต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน ของ บัญชีกระแสรายวัน (Current account) หรือ สะสมทรัพย์ (Saving account) พร้อมทั้ง โชว์สเตทเม้นจากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

  • หากพักอาศัยในลอนดอน จะต้องมีเงินขึ้นต่ำ £1,265 ต่อเดือน (ประมาณ 55,660 บาท) 
  • หากพักอาศัยนอกลอนดอน จะต้องมีเงินขั้นต่ำ £1,015 ต่อเดือน (ประมาณ 44,660 บาท) 

ส่วนใหญ่ ประเทศอังกฤษ จะมีสิทธิพิเศษมากมายให้กับนักเรียน และนักศึกษา เช่น ส่วนลดค่าเดินทางโดยรถบัส หรือรถราง 30% ส่วนลดในการช็อปปิ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ การเลือกเมืองก็มีผลต่อค่าครองชีพในการเรียนต่อที่สหราชอาณาจักร

city-3263351_1920.jpg


References

เจาะลึกงานพาร์ททาม สำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ

Posted on Updated on

เจาะลึกงานพาร์ททามสำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ


logo470x246 (2)

เมื่อเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว การทำงานพาร์ททามระหว่างเรียน อาจจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้บางส่วน อย่างน้อยก็สามารถจ่ายค่าบิลต่างๆ ได้อีกสองสามรายการ หรือสามารถจ่ายให้กับค่าช็อปปิ้ง ค่าสันทนาการ หรือค่าเดินทางได้ นอกจากนี้ การทำงานพาร์ททามระหว่างเรียน จะช่วยให้คุณได้เพื่อนต่างชาติมากมาย แต่ว่า มีงานแบบไหนบ้าง ที่เราสามารถทำได้ หรือ เหมาะสมกับเรา และการทำงานบางประเทศ มีข้อบังคับที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า คุณได้ทำถูกเงื่อนไขตามกฏของวีซ่า และการทำงานไม่ควรขัดการศึกษาของคุณ

ทำไมถึงต้องทำงานพาร์ททาม

  • การทำงานพาร์ททาม ทำได้เวลาหลังเลิกเรียน สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
  • สามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  • สามารถพบปะเพื่อนใหม่ๆ พบปะวัฒนธรรมใหม่ๆ
  • ได้รับประสบการณ์การทำงาน และโอกาสที่เปิดกว้าง

“จริงอยู่ที่ว่า การทำงานพาร์ททาม สามารถช่วยเหลือค่าครองชีพได้ แต่ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ทางการเงิน”

1. ทำงานในมหาวิทยาลัย

การทำงานในมหาวิทยาลัย เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สำหรับนักเรียนต่างชาติ ในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เป็นงานเฉพาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติเท่านั้น มีตั้งแต่งานในโรงอาหาร งานร้านกาแฟในมหาวิทยาลัย งานธุรการ งานประชาสัมพันธ์ จนถึงศูนย์บริการนักศึกษานานาชาติ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เรียน

ในฐานะนักศึกษานานาชาติ การทำงานในมหาวิทยาลัย จะช่วยให้คุณได้พบปะผู้คนใหม่ๆ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณ และได้รับประสบการณ์ในการทำงาน นอกจากนี้ คุณยังจะได้ใช้เวลากับบเพื่อนๆ มากขึ้น เนื่องจากนักศึกษาส่วนมากเลือกทำงานในมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน

ในการทำงานในมหาวิทยาลัยคือ มีนักศึกษาจำนวนมาก ที่เลือกที่จะทำงานในมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน ดังนั้น จะต้องมีการแข่งขันที่สูง  เป็นเรื่องที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งาน 

  • ข้อดี : รายได้ดี ได้รู้จักเพื่อนใหม่ 
  • ข้อเสีย : การแข่งขันสูง เนื่องจากมีคนต้องการทำงานในมหาวิทยาลัยเยอะมากเช่นกัน 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

2. ร้านอาหารและบาร์

เมื่อเดินออกมาจากมาหวิทยาลัย คุณจะพบเจองานเกี่ยวกับร้านอาหาร และบาร์เป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด สำหรับในการหางานทำ ร้านอาหารมักจะมักจะมีพนักงานวนเวียนเข้าออกตลอดเวลา ดังนั้น ส่วนใหญ่ ร้านอาหารจะขาดแคลนพนักงาน คุณสามารถทำงานได้แต่ พนักงานทำความสะอาด พนักงานเสิร์ฟ พนักงานบาร์ หรือทำงานในห้องครัว ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และทักษะของคุณ 

การทำงานเสิร์ฟ อาจจะต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องสามารถสื่อสารได้อย่างเป็นทางการ การทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้พบเจอผู้คนใหม่ๆ และช่วยปรับปรุงภาษา และสำเนียงของคุณ ให้มีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ต้องยอมรับในการทำงานร้านอาหารเลยก็คือ ช่วงเวลาการทำงาน เนื่องจากงานร้านอาหารส่วนใหญ่ จะทำงานตอนค่ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่เหน็ดเหนื่อยอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณต้องมีการสัมมนา หรือบรรยาย ในช่วงเวลาอีกวันหนึ่ง การทำงานในร้านอาหารอาจจะขัดต่อการศึกษาของคุณ 

2.1 พนักงานเสิร์ฟ

คุณจะต้องรักษาความสะอาด ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และตัวคุณเอง จัดการกับลูกค้าที่มีปัญหา ซึ่งความเครียดจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับร้านอาหารที่คุณทำงาน บางร้านอาจไม่ต้องการความพิถีพิถันในการเสิร์ฟ บางร้านอาจจะต้องการให้บริการลูกค้าอย่างจริงจัง

  • ข้อดี: เป็นงานที่ได้รับค่าจ้างเหมาะสม ไม่เหนื่อย และไม่น่าเบื่อจนเกินไป
  • ข้อเสีย: คุณอาจจะต้องเดินบ่อยขึ้น และจะต้องรับมือกับลูกค้าที่เรื่องมาก อาจจะทำให้คุณเครียดได้

sex-love-life-2014-06-waiter-couple-dating-tips-main.jpg

2.2 พ่อครัว

เป็นหนึ่งในงานที่ต้องการมากที่สุด การทำงาน จะต้องทำเป็นทุกอย่างในครัว เริ่มต้นด้วยการล้างจาน ขยับขึ้นมาจัดจาน ทำอาหารอย่างง่าย เตรียมครัว แต่งานนี้ คุณอาจจะต้องเป็นคนสุดท้ายที่จะต้องออกจากร้าน เนื่องจากทุกๆ วัน จะต้องทำความสะอาดครัว ในขณะที่พนักงานคนอื่นๆ กลับบ้านกันหมดแล้ว

  • ข้อดี: ค่าจ้างได้รับตามความเหมาะสม เป็นงานที่เปลี่ยนแปลงทุกเวลา และได้ออกกำลังกาย
  • ข้อเสีย: ชั่วโมงทำงานยาวนาน และแทบจะไม่ได้พักผ่อน และไม่ได้สนทนากับใคร อาจจะเกิดสภาวะความเครียดได้

waiter-492872_1920.jpg

 

2.3 BARTENDER

เหมาะสำหรับคนที่ชอบพูดคุยกับคนแปลกหน้า โดยลักษณะงานจะเป็นการทำค็อกเทลตามที่ลูกค้าสั่ง การเอนเตอร์เทน การโชว์ความสามารถแปลกๆ ในการมิกซ์ค็อกเทลให้มีสีสัน เป็นอีกงานหนึ่งที่สามารถทำให้คุณโด่งดังได้ ถ้าหากคุณมีทักษะการทำค็อกเทลที่แปลกใหม่

  • ข้อดี: ค่าตอบแทนดี บรรยากาศสนุกสนาน เป็นวิธีที่ดีในการฝึกฝนภาษาอังกฤษ เพราะไม่ต้องใช้คำศัพท์ทางการมาก ได้คำศัพท์ คำแสลง สำนวนใหม่ๆ ช่วยให้การพูดภาษาอังกฤษของคุณเป็นไปอย่างธรรมชาติ
  • ข้อเสีย: คุณจะต้องจัดการกับคนเมาในร้าน ควบคุมพวกเขาให้ได้

bar-872161_1920.jpg

 

3. Call Center

อาจจะเป็นเรื่องยาก ที่นักเรียนต่างชาติจะทำงานเป็น Call Center แต่ก็มีนักศึกษาบางคน ที่เลือกทำงานนี้ ซึ่งเป็นงานที่ดีที่สุด สำหรับการฝึกการสื่อสาร และต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษา นอกจากนั้น คุณยังได้ทำงานในองค์กร บริษัท ขนาดใหญ่ มีระบบการทำงานเป็นทีม และที่สำคัญ นักศึกษาส่วนน้อยมาก ที่เลือกทำงานกับ Call Center ดังนั้นคุณสามารถตัดปัญหาคู่แข่งไปได้เยอะเลยทีเดียว

ในทางกลับกัน การทำงานใน Call Center คู่สาย สามารถร้องเรียนได้ ดังนั้น คุณจำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารที่ยอดเยี่ยม และมีทักษะด้านภาษาที่เหนือกว่า และความยากของงาน Call Center จะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท เช่น Telesales เป็นอีกหนึ่งงานที่มีความยาก และกดดัน คุณจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีเยี่ยม รวมถึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับบริษัทที่คุณทำงานด้วย

  • ข้อดี: เป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทนที่ดีที่สุด สภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอดเยี่ยม เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษ 
  • ข้อเสีย: คุณจะต้องสนทนาในเรื่องเดียวกันหลายร้อยครั้งต่อวัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ call centres

 

4. พนักงานทำความสะอาด

เป็นงานที่มีเวลาที่ยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณทำ เช่น ถ้าหากคุณทำงานในองค์กร บริษัท คุณจะได้ทำงานในเวลาตอนเช้า ถ้าหากคุณทำงานในร้านอาหาร ผับ บาร์ คุณจะได้ทำงานในตอนเย็น เป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมาย เพียงแค่ต้องมีความอดทนต่อสิ่งสกปรก ที่พบเจอในทุกๆ วัน

  • ข้อดี: เป็นงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะการสื่อสาร เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย
  • ข้อเสีย: คุณจะต้องมีความระมัดระวงในการทำความสะอาดในบ้าน หรือองค์กรใหญ่ๆ เป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ที่จะทำข้าวของที่มีมูลค่า ราคาแพงเสียหาย ซึ่งไม่เป็นเรื่องดีสำหรับตัวคุณเองแน่นอน และยิ่งไปกว่านั้น คุณอาจจะโดนกดค่าจ้าง ถ้าหากคุณไม่มีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ 

girl-1531575_1920.jpg

 

5. พนักงานต้อนรับ

เป็นงานเกี่ยวกับการต้อนรับ เช่น รับแขกในโรงแรม การเตรียมห้องประชุม คุณจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่เข้ามาพักในโรงแรม หรือเจ้าของงานประชุม

  • ข้อดี: ได้ค่าตอบแทนค่อนข้างดี มีโอกาสพบปะผู้คนหลากหลาย บางครั้งอาจจะได้พบเจอผู้บริหาร หรือ นักการเมืองตำแหน่งสูงๆ 
  • ข้อเสีย: บางครั้งอาจจะเจอกับแขกที่แสนจะเรื่องมาก และเป็นเรื่องที่เครียดมากที่จะจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ reception

6. พนักงานขาย หรือตัวแทนจำหน่าย

เป็นงานที่ทำเงินได้ดี และเวลาที่ยืดหยุ่น คุณจะพบเจอผู้คนที่แปลกหน้าแปลกตา บางครั้งอาจจะต้องออกนอกสถานที่ เป็นงานที่ไม่น่าเบื่อ และบางบริษัท ไม่บังคับเวลาเข้า ออกงาน และเป็นงานที่สามารถฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างยอดเยี่ยม

  • ข้อดี: เป็นงานที่ได้รับเงินเดือนสูงมาก และยังได้ค่าคอมมิชชั่นอีกด้วย ถ้าหากปิดการขายได้ และการติดต่อกับผู้คนอื่นๆ เป็นวิธีการเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด
  • ข้อเสีย: คุณจะต้องยอมรับการถูกปฏิเสธได้ และคุณจะต้องทนกับความกดดันสุดท้าทายให้ได้ และบางองค์กร คุณจะไม่ได้เงินถ้าหากปิดการขายไม่ได้ 

 email-2056028_1920.jpg

 

7. อาสาสมัคร

งานอาสาสมัคร เป็นงานที่ได้รับประสบการณ์ และพบปะผู้คนใหม่ๆ จำนวนมาก การเป็นอาสาสมัคร เป็นโอกาสการทำงานที่คุ้มค่า และน่าสนใจ เป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุด ในการเขียนลง CV แต่ ปัญหาหลักในการทำงานอาสาสมัครคือ ไม่ได้รับเงิน ดังนั้น งานอาสาสมัคร เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องทำงานเพื่อสนับสนุนตัวเอง 

  • ข้อดี: เป็นงานที่ได้รับประสบการณ์ทำงานที่ดีที่สุด การเขียนว่าตนเองเคยมีประสบการณ์ทำงานอาสาสมัคร ลงบน CV เป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด 
  • ข้อเสีย: เป็นงานที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน 

ehrenamt-3287867_1920.jpg


วิธีการหางานพาร์ททาม

เพื่อให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น ควรเปิดบัญชีธนาคารของประเทศที่ตนเองได้ศึกษาอยู่ เพื่อนายจ้างจะได้โอนเงินรายได้ ผ่านบัญชีธนาคารนี้ นอกจากนี้ คุณจะต้องมีหมายเลขเสียภาษีด้วย

การทำงาน คุณควรจะได้รับค่าจ้างที่ยุติธรรม เหมาะสมกับงานที่คุณทำ ดังนั้น จงระมัดระวังนายจ้างที่จ่ายเงินให้กับคุณเป็นเงินสด เพราะนายจ้างพวกนี้ จะกดค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย ดังนั้น ทางที่ปลอดภัยที่สุด ควรให้นายจ้างโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของคุณเพื่อความโปร่งใส

จะหางานได้จากที่ไหน

สถานที่ทำงานพาร์ททามที่ดีที่สุด ที่คุณจะต้องพิจารณาอันดับแรกคือ ระยะห่างจากที่พัก และมหาวทิยาลัยที่คุณได้ศึกษา ที่สามารถเดินไปทำงานหลังเลิกเรียนได้ 

  • ร้านค้า ซุปเปอร์มาเก็ต — ตั้งแต่ร้านมินิมาร์ทขนาดเล็ก จนถึงร้านเสื้อผ้า ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
  • โรงแรม ร้านอาหาร — โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ ฟิตเนสเซ็นเตอร์
  • งานบริการ — เช่น พนักงานเติมน้ำมัน 
  • การทำงานอุตสาหกรรม — ถ้าคุณโชคดี คุณจะได้รับการจ้างงานเกี่ยวกับสาขาที่ศึกษาอยู่ ตัวอย่างเช่น การทำงานในบริษัทอิเล็กทรอนิก 

ทำยังไงถึงจะได้งาน

ก่อนที่จะเริ่มสมัครงาน จะต้องมีประวัติ หรือที่เรียกว่า CV ซึ่ง สถาบันการศึกษา หรือมหาวิทยาลัย หลายแห่งมีบริการแนะแนวการเขียน CV ให้กับนักเรียน นักศึกษา รวมถึงเตรียมความพร้อมในการสัมภาษณ์งาน ให้กับนักเรียน นักศึกษาอีกด้วย 

“สรุป ปัจจัยสำคัญที่สุดในการหางานคือ ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ถ้าหากอยากได้งานที่ได้รับค่าตอบแทนที่สูง คุณจะต้องมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะได้ทำงานกับชาวต่างชาติ นอกจากนี้ ถ้าหากคุณสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ คุณจะสามารถต่อรอง กับนายจ้าง ที่เอาเปรียบเราได้ “ 


References

เปิดรับสมัครแล้ว ทุนรัฐบาลออสเตรเลียเต็มจำนวน Endeavour Leadership Pregram (ELP)

Posted on Updated on

ทุนการศึกษา Endeavour Leadership Program (ELP)


logo470x246 (2).jpg

รัฐบาลออสเตรเลียขอเชิญชวนนักศึกษา นักวิจัย และผู้ที่สนใจชาวไทย สมัครทุน Endeavour Leadership Program (ELP) ซึ่งมีจดุประสงค์ในการส่งเสิรมความสัมพันธ์ อันดีระหว่างสถาบันระหว่างประเทศ และระหว่างรัฐบาลทั่วโลก และยังสนับสนุนให้นักศึกษา นักวิจัย และบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆ ที่มีความสามารถสูง ได้ไปศึกษา ฝึกอบรม และทำวิจัย ในประเทศออสเตรเลียอีกด้วย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 โดยเป็นทุนให้เปล่า แบบเต็มจำนวน ครอบคลุมทุกสาขาวิชา

สามารถสมัครทุนได้ที่นี่https://endeavour.education.gov.au/endeavour

ทุน ELP มีทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้
  • ทุนปริญญาโทและปริญญาเอก (Postgraduate)
    • สำหรับเรียนต่อระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
    • ระยะเวลา 2 – 4 ปี
    • มูลค่า $30,000 ต่อปี
    • มูลค่ารวม $140,500 (ปริญญาโท)
    • มูลค่ารวม $272,500 (ปริญญาเอก)
  • ทุนเพื่อการวิจัย (Research)
    • สำหรับนักวิจัยระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
    • ระยะเวลา 4 – 6 เดือร
    • มูลค่าสูงสุด $24,500 (ครั้งเดียว)
  • ทุนอาชีวศึกษาและฝึกอบรม (Vocational Education and Training)
    • สำหรับเรียนต่อหลักสูตร Diploma, Advance Diploma หรือ Associate Degree
    • ระยะเวลา สูงสุด 2.5 ปี
    • มูลค่า $13,000 ต่อปี
    • มูลค่ารวม สูงสุด $131,000
  • ทุนศึกษาดูงานเพื่อการพัฒนาบุคลากร (Executive)
    • สำหรับพัฒนาบุคลากร
    • ระยะเวลา 1 – 4 เดือน
    • มูลค่าสูงสุด $18,500 (ครั้งเดียว)

ประเภทของทุนการศึกษาจากรัฐบาลออสเตรเลีย

Capture.PNG

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 (เริ่มเรียนภายในปี 2562)

Endeavour Poster 2019.jpg